GMMTV บาลานซ์พอร์ตสู้โควิด ปูพรม “ซีรีส์-อีเวนต์” เพิ่มรายได้

“จีเอ็มเอ็มทีวี” ปรับตัวสู้โควิด-19 เปิดแผนมุ่งกระจายรายได้ ลดความเสี่ยงธุรกิจลดงบฯโฆษณา พร้อมขนซีรีส์ 7-8 เรื่อง เจาะกลุ่มวัยรุ่น ต่อยอดธุรกิจ-รายได้ เพิ่มน้ำหนักจัดงานอีเวนต์ออนไลน์ ดึงฐานคนดูไทย-ต่างประเทศ พร้อมจับมือมิสทิน เตรียมลอนช์เครื่องสำอาง idolo 4 คอลเล็กชั่นใหม่ เจาะกลุ่มวัยรุ่น มั่นใจสิ้นปีธุรกิจฉลุย

นายสถาพร พานิชรักษาพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด หรือผู้ผลิตคอนเทนต์ครบวงจร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ตลอดจนปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงการรับสื่อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจสื่อโฆษณา เนื่องจากกลุ่มสินค้าและธุรกิจต่าง ๆ ลดการใช้งบฯโฆษณาลง โดยเฉพาะสื่อหลัก เช่น ทีวี และสื่อสิ่งพิมพ์ แต่อย่างไรก็ตาม ทีวีก็ยังเป็นสื่อหลักที่ครองส่วนแบ่งงบฯโฆษณาสูงสุด เพราะสามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุม ทั้งหมดกระทบต่อภาพรวมของจีเอ็มเอ็มทีวี เนื่องจากรายได้หลักมาจากการขายสื่อโฆษณาทั้งออนแอร์และออนไลน์ จึงต้องหารายได้จากช่องทางอื่นมาชดเชยรายได้ที่หายไป

สถาพร พานิชรักษาพงศ์
สถาพร พานิชรักษาพงศ์

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในแง่ของการขายคอนเทนต์ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก เนื่องจากในช่วงต้นปีได้ถ่ายทำซีรีส์ เพื่อเตรียมออกอากาศ 4 เรื่อง อาทิ เพราะเราคู่กัน, Who are you เธอคนนั้นคือฉันอีกคน, The Shipper จิ้นนายกลายเป็นฉัน และหอนี้ชะนีแจ่ม ที่ได้นำมาออกอากาศทางช่องจีเอ็มเอ็มช่อง 25 และไลน์ทีวี ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนดูเป็นอย่างมาก และขณะนี้เริ่มกลับมาถ่ายทำซีรีส์และละครได้ตามปกติแล้ว

นายสถาพรกล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้ ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการถ่ายทำซีรีส์เรื่องใหม่อีกประมาณ 7-8 เรื่อง อาทิ เพราะเรา (ยัง) คู่กัน, สาวออฟฟิศ 2000 ปี, Wake Up ชะนี Very Complicated, เกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่น, คนละทีเดียวกัน, ต้นหนชลธี และนิทานพันดาว โดยจุดขายของคอนเทนต์ซีรีส์แต่ละเรื่อง จะมีพลอตเรื่องที่น่าสนใจ และมีความหลากหลายในแง่ของเนื้อหาและมีเรื่องราวที่แปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีซีรีส์สายวาย ที่เป็นกระแสมาต่อเนื่อง โดยครึ่งปีหลังมีแผนจะผลิตซีรีส์สายวาย 3 เรื่อง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นเป็นหลัก

“คอนเทนต์ของจีเอ็มเอ็มทีวี ไม่ได้มีเฉพาะซีรีส์สายวายเท่านั้น แต่ยังมีซีรีส์วัยรุ่นทั่วไปอย่างหลากหลาย แม้ว่าในหลายปีที่ผ่านมา คอนเทนต์สายวายเริ่มเข้ามาจุดกระแสให้จีเอ็มเอ็มทีวี กลายเป็นที่รู้จักบนตลาดคอนเทนต์วัยรุ่น โดยเฉพาะซีรีส์ “Sotus The Series” ที่ประสบความสำเร็จมาก ทำให้เกิดการต่อยอดธุรกิจแบบไม่หยุด ด้วยการผลิตซีรีส์โซตัส ภาค 2 และต่อยอดความสำเร็จสู่การจัดแฟนมีตติ้งขนาดเล็กและใหญ่หลายงาน เช่น Sotus The Memories Live On Stage เป็นต้น”

นายสถาพรย้ำว่า นอกจากนี้ คอนเทนต์ที่ผลิตมายังสามารถต่อยอดในส่วนของรายได้ จากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ทั้ง YouTube, ไลน์ทีวี, วีทีวี และ AIS PLAY และในอนาคตคาดว่าจะมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เข้ามาเสริม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ธุรกิจการจัดงานอีเวนต์ เพราะไม่สามารถจัดได้ เนื่องจากภายในงานมีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐด้านความปลอดภัย ตลอดจนมาตรการ social distancing โดยช่วงนั้นวางแผนจัดอีเวนต์ 2 งาน จึงต้องยกเลิกและเลื่อนออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

จากปัจจัยที่เกิดขึ้นส่งผลให้บริษัทต้องปรับตัว มองหาโอกาสในการจัดงานอีเวนต์ จึงเลือกแอปพลิเคชั่น V LIVE เข้ามาใช้ในการจัดงานอีเวนต์ผ่านรูปแบบออนไลน์ ทั้งงานคอนเสิร์ต หรืองานแฟนมีตติ้ง เพื่อให้ศิลปินได้ใกล้ชิดกับแฟนคลับ โดยช่องทางนี้สามารถเข้าถึงคนดูได้จาก 200 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และแถบยุโรป อเมริกา ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้จัดงานแฟนมีตติ้งไปกว่า 4 โชว์ นำทีมนักแสดงจากซีรีส์หลาย ๆ เรื่อง เข้ามาตอบโจทย์คนดู ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงทำให้จีเอ็มเอ็มทีวีมีผลประกอบที่ดีท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น ล่าสุดได้เตรียมจัดโชว์ของซีรีส์ โซตัสเดอะรียูเนี่ยน รอบใหม่ ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ และจากนี้ต่อไปยังมีแผนเดินหน้าจัดอีเวนต์ออนไลน์ในแพลตฟอร์ม V LIVE ต่อไป และถ้าหากสามารถกลับมาจัดงานได้ในรูปแบบปกติ แพลตฟอร์ม V LIVE ก็จะยังเป็นตัวต่อยอดในการจัดงานเพื่อขยายฐานคนดูทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ จีเอ็มเอ็มทีวี ได้จับมือกับมิสทิน แบรนด์เครื่องสำอาง เพื่อร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ภายใต้ชื่อ idolo เป็นคอลเล็กชั่นบิวตี้ไอเทม 8 คอลเล็กชั่น ล่าสุดเตรียมเปิดตัวอีก 4 คอลเล็กชั่น ที่สร้างสรรค์จากไอเดียความคิดของนักแสดงในสังกัด โดยจีเอ็มเอ็มทีวีจะช่วยส่งเสริมทางด้านการตลาด เนื่องจากเรามีฐานแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ และมีสื่อที่เป็นทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัลทีวี ทั้งออนแอร์และออนไลน์ จุดแข็งเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์มากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีช่องทางขายหลักที่ร้านมิสทินบิวตี้ ช็อป และร้านเพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงช่องทางออนไลน์ของ GMMTV Shop หลังจากนี้จะเห็นแผนการตลาดที่ร่วมกันกับพาร์ตเนอร์ของแบรนด์สินค้าต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

“จากนี้การเติบโตของบริษัทจะไม่พึ่งพารายได้เฉพาะช่องทางใดช่องทางหนึ่ง และต้องกระจายรายได้แบ่งเป็น 5 ช่องทาง ได้แก่ การขายสื่อโฆษณา การขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ การจัดงานอีเวนต์ การบริหารจัดการนักแสดงในสังกัด และรายได้จากการค้าขายสินค้า โดยรายได้จากการขายโฆษณาคิดเป็น 50% ของรายได้รวม ปีนี้เชื่อมั่นว่ารายได้จะไม่ติดลบ หรืออาจจะเติบโตเล็กน้อย โดยตั้งเป้าประคับประคองธุรกิจ มากกว่าจะมาเน้นเรื่องของรายได้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ