MG พร้อมขึ้น Top 3 ตลาดรถยนต์เมืองไทย

ซูว์ หยิ่น
ซูว์ หยิ่น
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

แม้จะเข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ค่ายรถยนต์เอ็มจี (MG) คุมบังเหียนและดูแลตลาด-ลูกค้าชาวไทยมาได้เกือบปี สำหรับ “ซูว์ หยิ่น” (Mr. Xu Yin) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่งมีโอกาสเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ “ประชาชาติธุรกิจ” และสื่อมวลชน

ด้วยเป้าหมายและภารกิจที่ชัดเจน โดยเฉพาะเป้าหมายอันท้าทายที่ MG จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยอดขายอันดับ 3 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จากรถเครื่องยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้า ที่ปีนี้ MG ได้เตรียมอาวุธไว้ครบมือ

Q : แผนงานขับเคลื่อนในทศวรรษที่สอง

ปีนี้เป็นปีที่ เอ็มจี ครบรอบ 100 ปี และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในทศวรรษที่สอง ความมุ่งมั่นของ MG ตั้งเป้าว่า จะขับเคลื่อนแบรนด์และสร้างยอดขายให้ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ได้ จากความพยายามตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนธุรกิจของ MG ในประเทศไทยนั้น

เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และเตรียมแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (EV) เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพิ่มจากทั้งหมด 13 รุ่น โดยรถ 7 รุ่น เป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน (ICE)

และ 6 รุ่นเป็นรถยนต์ไฟฟ้า อย่างรถสันดาปปีนี้จะมีการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่ม B/ECO เซ็กเมนต์ ที่มีเทคโนโลยี Hybrid Electric Vehicle (HEV) เพื่อให้ผู้บริโภคไทยมีตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น ออกสู่ตลาด ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า 100% จะมีทั้งรุ่นที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยอย่าง MG4 แล้วยังจะมีการนำเข้าจากจีน CBU (Completely Built-Up) อีกหลากหลายรุ่น ทั้งในกลุ่ม EV MPV, B/ECO อย่าง MG4 X POWER และ MG Cyberster ออกมาสู่ตลาดด้วย

ปีนี้ MG มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ MG4 X POWER ที่ยกระดับการขับขี่ให้สูงขึ้นกว่า MG4 ทั้งนี้ เรามองว่าปัจจุบันและในช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนเข้ามามากขึ้น กลุ่มผู้บริโภคเข้าใจในตัวรถและต้องการความทันสมัยมากขึ้น เอ็มจี ต้องทำงานอย่างหนักในเรื่องการศึกษา และวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างละเอียด และใช้ข้อได้เปรียบที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จัก MG มากยิ่งขึ้น ทั้งผ่านการทดลองขับ ผ่านการใช้งานรถยนต์ MG เปิดประสบการณ์ใหม่ ควบคู่ไปกับการทำให้ MG เป็นที่ยอมรับ และเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด

Q : ความคืบหน้าผลิตรถ EV ในไทย

ตามแผนเราจะส่ง MG4 ที่ประกอบจากโรงงานประเทศไทยในเดือนมีนาคมนี้ กำลังผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากโรงงานประเทศไทย อยู่ที่ 10,000-12,000 คัน ส่วนโรงงานแบตเตอรี่นั้น เราได้ดำเนินการเสร็จและเริ่มผลิตได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สำหรับแบตเตอรี่นั้นเป็นแบบ Rubik Cube ของ MG4 ถูกพัฒนาขึ้นร่วมกันโดย CATL และ SAIC Motor Corporation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพลังงาน เพิ่มความปลอดภัยกับประสบการณ์ Fast Charge แบบเร็วที่สุด และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถที่มีประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด รวมถึงระบบ Handling ที่ดีเยี่ยม

ในส่วนของกำลังผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากโรงงานประเทศไทย อยู่ที่ 10,000-12,000 คันต่อปี ส่วนกำลังผลิตแบตเตอรี่ทำได้ 50,000 แพ็กต่อปี

Q : ความสำเร็จปีที่ผ่านมา

ก่อนอื่นต้องบอกว่าปีที่ผ่านมา ผลงานของ SAIC Group บริษัทแม่ มียอดขายรถรวมกว่า 5.02 ล้านคัน เป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์รายใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศจีน มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 17% และมีปริมาณการส่งออกรถไปทั่วโลกมากกว่า 1.208 ล้านคัน โต 18.8% จากปี 2565

และมีปริมาณยอดขายรถยนต์ New Energy มากกว่า 1.123 ล้านคัน โตถึง 4.6% จากยอดขายนี้ ทำให้ SAIC Group ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่ง ของกลุ่มบริษัทรถยนต์ในประเทศจีน เป็นปีที่ 18 ปีติดต่อกัน

ขณะที่แบรนด์ MG มียอดขาย 380,000 คัน ที่เข้าไปทำตลาดในประเทศต่าง ๆ

ส่วนในประเทศไทย ปีนี้เอ็มจีคาดว่าจะมียอดขายรถยนต์โดยรวมที่ 800,000 คัน ส่วนเอ็มจีตั้งเป้าจะมียอดขายที่ 27,311 คัน มีส่วนแบ่งตลาดที่ 4% และส่งผลให้

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาของเอ็มจี มียอดขายสะสม 200,000 คัน

มีกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการอยู่ 150 แห่งทั่วประเทศ และมีการลงทุนส่วนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็ว DC จำนวน 147 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เอ็มจียังได้ลงทุนโรงงานแบตเตอรี่พร้อมมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ตามแผนงาน เอ็มจีจะส่งรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง MG4 จากโรงงานประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2567 ออกสู่ตลาดได้อย่างแน่นอน

Q : มีอะไรเซอร์ไพรส์สำหรับตลาด EV

จากภาพรวมของตลาดจะเห็นว่ามีแบรนด์จีนเข้ามาในตลาดอีกค่อนข้างเยอะ MG ไม่เหมือนคนอื่น คือการขายรถอีวี MG มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรถสันดาป และรถอีวี ผู้บริโภคค่อนข้างสนใจรถอีวีที่มีเทคโนโลยีทันสมัย เราจะเริ่มทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้มากขึ้น โดย MG จะสร้างอีวีโชว์รูม EVOLUTION Showroom จะขายรถ EV พรีเมี่ยม เช่น Cyberster ยกระดับแบรนด์และสร้างมาตรฐานทั้งก่อนซื้อและหลังการขาย จะเน้นในกรุงเทพฯและหัวเมืองในต่างจังหวัดให้ครอบคลุมก่อน


โดยไทยจะเป็นประเทศแรกที่มาใช้โมเดลนี้ จะเริ่มไตรมาสแรกในปีนี้ EVOLUTION Showroom เริ่มที่ตัว MG Cyberster และรถ MG MAXUS 9 ก่อน จากนั้นในอนาคตจะมีการนำเข้ารถอีวีพรีเมี่ยมอื่น ๆ โดยจะให้บริการฟาสต์ชาร์จตลอด 24 ชั่วโมง และตั้งเป้าว่าจะเพิ่ม EVOLUTION Showroom ที่ 20-30 แห่งในปี 2568 และน่าจะได้เห็นภายในไตรมาสแรกของปีนี้