สทนช.เตือนฝนถล่ม 26-30 ก.ค. จับตาน้ำท่วม-น้ำป่า ก่อนน้ำทะเลหนุน 7 จังหวัดปลายเดือน
สทนช.เตือนหลายพื้นที่รับมือฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 26-30 กรกฎาคม จากอิทธิพลร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ขณะเดียวกันให้เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วง 28 กรกฎาคม-1 สิงหาคม กระทบพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน และ 7 จังหวัดริมอ่าวไทย ส่วนภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งประเทศอยู่ที่ 55% เพียงพอรองรับการใช้น้ำถึงสิ้นฤดูแล้งปี 2569/2570
รายงานข่าวจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น. ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ โดยคาดว่าในช่วง 26-30 กรกฎาคม ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น จะทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
พื้นที่ที่มีปริมาณฝนสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมง ได้แก่ จ.ตราด 229 มิลลิเมตร จ.พังงา 176 มิลลิเมตร จ.น่าน 168 มิลลิเมตร จ.มหาสารคาม 110 มิลลิเมตร จ.เพชรบุรี 50 มิลลิเมตร และ จ.สระบุรี 45 มิลลิเมตร
ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 44,718 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 55% ของความจุเก็บกัก ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 20,597 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 36% โดยภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำมากที่สุดที่ 66% รองลงมาคือภาคใต้ 61% ภาคเหนือ 52% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 44% ภาคตะวันออก 41% และภาคกลาง 27%
สทนช.ยังเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่า 30% หรืออยู่ต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด 14 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 69 แห่ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าปริมาณน้ำในภาพรวมยังเพียงพอสำหรับกิจกรรมการใช้น้ำจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570
สำหรับพื้นที่ EEC พบว่า 3 เขื่อนหลักยังมีน้ำในเกณฑ์บริหารจัดการได้ ได้แก่ เขื่อนบางพระ 42% (49 ล้านลูกบาศก์เมตร) เขื่อนหนองปลาไหล 53% (87 ล้านลูกบาศก์เมตร) และเขื่อนประแสร์ 56% (166 ล้านลูกบาศก์เมตร)
นอกจากนี้ สทนช.เตือนให้เฝ้าระวัง น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 28 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569 จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น อาจส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน เพิ่มสูงจนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงเส้นทาง ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 โดยขอให้จังหวัด สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
