สภายังไม่โหวตร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เหตุ อภิปรายไม่จบ
สภา หนุน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่ยังไม่ลงมติ เพราะอภิปรายไม่จบ รอลงมติการประชุมนัดถัดไป
วันที่ 11 มกราคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เข้าสู่วาระการพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการอากาศสะอาดเพื่อประชาชน ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ โดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม
ได้ขอความเห็นจากที่ประชุมให้นำร่าง พ.ร.บ.อีก 3 ฉบับที่ถูกจัดอยู่ในระเบียบวาระได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาด เพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ ตามที่ น.ส.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม ตัวแทนภาคประชาชนเสนอ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยเสนอ และร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลังเสนอ
รวมถึงร่าง พ.ร.บ.อีก 3 ฉบับที่ไม่ถูกจัดอยู่ในระเบียบวาระประชุม ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตามที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาอากาศสะอาด ตามที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ และร่าง พ.ร.บ.ฝุ่นพิษและการก่อมลพิษข้ามพรมแดน ตามที่พรรคก้าวไกลเสนอ เข้ามาพิจารณาพร้อมกันทั้ง 7ฉบับ เพราะมีเนื้อหาหลักการในทำนองเดียวกัน ซึ่งที่ประชุมก็อนุญาต
โดยผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ได้เสนอสาระสำคัญของทั้ง 7 ฉบับ มุ่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น มีแนวโน้มสูงในช่วงต้นปีและปลายปีของทุกปี จึงต้องกำหนดกลไกบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ ทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ เพื่อป้องกันการปล่อยฝุ่น ควันมลพิษเข้าสู่สภาพแวดล้อมและชั้นบรรยากาศ
จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็น โดย สส.ทุกคนอภิปรายอย่างกว้างขวางสอดคล้องไปทางเดียวกัน ได้แสดงความเป็นห่วงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่มีความรุนแรงขึ้นทุกปี จำเป็นต้องมีกฎหมายควบคุมมลพิษทางอากาศเป็นวาระเร่งด่วน
เพื่อแก้ปัญหาทั้งระดับชาติและระดับพื้นที่ มีมาตรการทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศ การลดการเผาพืชผลการเกษตร ลดควันไอเสียรถยนต์ และทุกหน่วยงานราชการต้องบูรณาการให้ความร่วมมือกัน และบังคับใช้กฎหมายให้เกิดอากาศบริสุทธิ์
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณายังไม่แล้วเสร็จ โดยผู้อภิปรายที่เหลือให้ไปอภิปราย และลงมติในการประชุมครั้งหน้า