เลขาฯกฤษฎีกา มองอำนาจ ‘นายกฯรักษาการ’ ยุบสภา ไม่ได้ เตือน ครม.คิดให้รอบคอบ อย่าให้ไปกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลบาท
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรีรักษาการ สามารถยุบสภาได้หรือไม่ ว่า อย่างที่ตนเคยเผยแพร่ไปว่าเป็นอำนาจเฉพาะตัวตามหลักความไว้วางใจของนายกรัฐมนตรี ในระบบรัฐสภา
”โดยความเห็นส่วนตัว ผมเห็นว่าทำไม่ได้ อันนี้ตามตำราว่ามา“
เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลประกาศยุบสภาจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา ระบุว่า ต้องพิจารณาให้รอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบดุลยพินิจของรัฐบาลที่จะพิจารณา แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า มันมีทั้งทำได้และทำไม่ได้อันไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งอันนี้ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ อย่าให้ไปกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลบาท เพราะพระองค์ท่านไม่ส่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งนี่เป็นหลักทั่วไปอยู่แล้ว เวลาจะทำอะไรคนที่เสนอขึ้นไปจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
ส่วนการเรียกตำแหน่งรัฐมนตรี จะต้องมีคำว่ารักษาการด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ยังใช้ปกติอยู่เหมือนเดิม เราน่าจะคุ้นกันแล้วเพราะเป็นแบบนี้กันมาหลายครั้ง
ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย เมื่อ ครม. สิ้นสุดลงทางคณะวันนี้ก็คงจะมีการประชุมกันเพื่อตั้งรักษาการนายกฯ
ขณะเดียวกัน นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า ขออธิบายให้ชัด ครม.รักษาการตอนนี้ เนื่องจากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุด เป็นการเฉพาะตัว ครม.จึงต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ ครม. อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งกรณีนี้ต่างจากกรณีการยุบสภาหรือสภาสิ้นอายุลง ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ หากเป็นช่วงเวลานั้น ครม.รักษาการ จะทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ 3-4 ประการ แต่จะต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน
แต่ ครม.ชุดปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น อำนาจยังเต็มเหมือนปกติ ตนจึงขอให้เข้าใจตรงกัน มองว่าไม่อยากให้พูดกันไปคนละทางสองทาง เพราะประชาชนจะสับสน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดพิเศษ ว่า ได้รับมอบหมายจาก ครม.ให้มาแถลงผลการประชุม เนื่องจากข้าราชการการเมือง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองโฆษกฯต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย เนื่องจากการที่นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้ครม.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งไปด้วย แต่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดว่าให้ครม.ที่พ้นจากตำแหน่ง ยังรักษาการครม.ต่อไป จนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่
ในกรณีเช่นนี้กฎหมายกำหนดว่า กรณีไม่มีนายกฯ และมีรองนายกรัฐมนตรี ให้ ครม.มีมติแต่งตั้งรองนายกฯ คนใดคนหนึ่ง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และวันนี้มติคณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาแต่งตั้งให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกฯ
นอกจากนั้น แต่งตั้งเลขาธิการนายกฯ เนื่องจากเลขาฯนายกพ้นตำแหน่งไปด้วย นายภูมิธรรม จึงเสนอ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นเลขาฯนายกฯต่อไป
นอกจากนี้ครม.ยังมีมติที่เป็นข้อแนะนำ สำหรับครม.รักษาการ ซึ่งทำหน้าที่เหมือน ครม.ปกติ โดยเรื่องใดที่เป็นนโยบายที่อาจจะผูกพันครม.ในอนาคต ให้ชะลอไว้ก่อน แต่ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนทั้งหลายทั้งปวงสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติทั่วไป
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเป็น ครม.รักษาการ ข้าราชการการเมืองทั้งหมดที่นายกแต่งตั้ง ก็พ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย ตั้งแต่ที่ปรึกษารัฐมนตรีเลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขารัฐมนตรี ที่กระทรวงเสนอแต่งตั้ง ยังคงทำหน้าที่ต่อไปทั้งนี้กรณีบุคคลที่นายกฯ แต่งตั้ง หากมีเป็นความจำเป็นก็อาจจะเสนอแต่งตั้งมาทำหน้าที่ได้ชั่วคราวได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมได้หารือแนวทางการยุบสภาหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการหารือกัน หารือเฉพาะเรื่องที่มีความจำเป็นต้องทำในขณะนี้
เมื่อถามว่าแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย ตามที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นเรื่องการยุบสภา เป็นอย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปพิจารณา เป็นความเห็นในทางกฎหมายซึ่งมีความเห็นแตกต่างกัน ขณะนี้กำลังฟอร์มครม.กันอยู่ เรายังไม่ควรไปพูดเรื่องยุบสภาอะไร ให้เขาทำกันให้สำเร็จก่อน ไม่สำเร็จก็ว่ากันอีกที