‘ธนาธร’ เผย ทักษิณมาขอเสียงโหวต ‘ชัยเกษม’ เป็นนายกจริง ลั่น ต้องยอมรับเงื่อนไขพรรคประชาชน
ที่รร.คอนราด กรุงเทพฯนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยอมรับว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ตนเองได้คุยนายทักษิณว่า ได้ติดต่อมาเพื่อมาขอคุยตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งนายทักษิณ ได้มาปรึกษาหารือต่อกรณีที่พรรคประชาชนจะยกมือสนับสนุน ให้นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่
ซึ่งตนเองได้ตอบไปว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนเรื่องนี้อย่างชัดเจน และพรรคประชาชนได้แถลงจุดยืนเรื่องนี้ไม่ใช่วานนี้ แต่แถลงมาสองเดือนแล้ว ในเรื่องของทีโออาร์ หรือเงื่อนไขของการยกมือสนับสนุนผู้ใดผู้หนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเงื่อนไขคือยุบสภาภายใน 4 เดือนและ จัดทำประชามติเพื่อแก้ไขและธรรมนูญให้เสร็จในช่วงเวลานั้น นี่เป็นสิ่งที่ตนเองได้บอกกับนายทักษิณไป
ส่วนกังวลว่าจะประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยที่ถูกหักหลังหรือไม่ นายธนาธร ระบุว่า “ก็ไม่รู้นะครับ ผมได้คุยกับคุณทักษิณ บอกว่าพรรคประชาชนมีเงื่อนไขที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยจะยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้หรือไม่หากพรรคเพื่อไทยยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนได้ ก็ไม่ต้องมาคุยกับผม ก็ไปคุยกับหัวหน้าพรรคได้เลย ซึ่งหัวหน้าพรรคได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่ายังไม่ได้มีการติดต่อหรือนัดหมายจากทางพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการมาที่พรรคประชาชน”
ส่วนกรณีที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อาจจะทำให้คุยกันในตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจได้มากกว่านั้น นายธนาธร บอกว่า ด้วยความเคารพ นายสุริยะเป็นอาและตนเอง กับนายพงศ์กวินเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ด้วยความเคารพทั้งสองท่านเป็นญาติกัน แต่เรื่องปัญหาของบ้านเมืองไม่ได้ใช้จุดนี้มาคุยกัน และยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อพูดคุยจากทั้งสองคน ส่วนพรรคประชาชนยังไม่ปิดประตูเลือกนายชัยเกษมใช่หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาชนได้ตอบชัดเจนแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าพรรคประชาชนจะเลือกพรรคไหน นายธนาธร กล่าวว่า ตนเองเข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคประชาชนยื่นทีโออาร์ มีเงื่อนไขขึ้นมาไม่ได้เพราะกระสันอยากมีอำนาจหรืออยากเป็นรัฐบาล และพรรคประชาชนยังทำหน้าที่ฝ่ายค้านเช่นเดิม
พรรคประชาชนต้องพูดให้ชัดว่าให้ความสำคัญกับการพาประเทศไปข้างหน้า ด้วยสภาในปัจจุบันไม่มีกลุ่มการเมืองไหนที่มีความชอบธรรม และมีศักยภาพภาพเพียงพอที่จะพาประเทศไปข้างหน้า ไม่มีใครที่จะมีความสามารถในการแก้ปัญหาของประเทศได้ทั้งการแก้ปัญหายาเสพติด และการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงปัญหาทางการเมือง
ดังนั้นทางที่ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์แบบนี้คือ การคืนอำนาจให้พรรคประชาชนด้วยการยุบสภา ทำให้พรรคประชาชนมีเงื่อนไขแค่2ข้อ ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะหน้าจริงๆ ว่าสิ่งที่ต้องการคือสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่เพื่อพาประเทศไปข้างหน้า นั่นคือโจทย์ใหญ่ของสังคม
ส่วน4เดือนเป็นระยะเวลาการทำประชามติพอหรือไม่นั้น นายธนาธร เชื่อวาาพรรคประชาชนได้คำนวนมาแล้วว่าเพียงพอในการทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหน พรรคประชาชนอาจจะเจ็บทั้งคูานั้นเพราะผู้สนับสนุนไม่ได้อยากได้ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทน นายธนาธร ยืนยันหนักแน่นว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน ไม่มีกลุ่มไหน รวมเสียงข้างมาก และจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่าสถานการณ์เช่นนี้ การคืนอำนาจให้ประชาขนเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
ส่วนจะเลือกใครก็ต้องดูว่า พรรคไหนมีโอกาสทำสิ่งต่างๆได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนพรรคประชาชนพร้อมรับฟังข้อเสนอ
ส่วนความกังวลหรือไม่เรื่องการจะถูกฉีก MOU นั้น นายธนาธร กล่าวว่า ต้องให้ประชาชนตัดสิน หากพรรคไหนรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนไปแล้วไม่ทำตาม ก็ขอให้ประชาชนตัดสิน ส่วนจะคุยกับพรรคภูมิใจไทยเพิ่มเติมหรือไม่ ให้ไปถามหัวหน้าพรรคประชาชน เพราะตอนนี้ข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว