Skip to content

ทรงศักดิ์ โต้ปมเขากระโดง ศาลพิพากษาแล้ว ไม่มีคดีไหนตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟฯ

29 ก.ย. 2568 | 14:46น.
ทรงศักดิ์ โต้ปมเขากระโดง ศาลพิพากษาแล้ว ไม่มีคดีไหนตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟฯ

ทรงศักดิ์ ลุกซัด ทวี พูดไม่ครบปมเขากระโดง ยันกรมที่ดินยุค มท.หนู ทำตามคำสั่งศาล ยันไม่มีคดีใดที่ตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟฯ ชี้หากเป็นที่ดินหลวงจริง ครอบครองปรปักษ์กี่พันปีก็เป็นเจ้าของไม่ได้ ด้าน ‘ทวี’ ย้ำคำพิพากษาถึงที่สุด กร้าวเรื่องไม่จบแค่นี้แน่

ที่รัฐสภา นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชี้แจงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อภิปรายถึงกรณีที่ดินเขากระโดง ว่าอาจจะทำให้ประชาชน หรือแม้แต่ สส.อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยเขากระโดงถือเป็นมหากาพย์ ถูกพูดถึงว่าเป็นที่หลวง มีประชาชนเข้าไปบุกรุก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเข้าใจกัน ทั้งนี้ หากที่ดินเป็นที่หลวงจริง ๆ ใครจะเข้าไปครอบครองต่อเนื่อง ครอบครองปรปักษ์จับจองกี่พันปีก็เป็นเจ้าของไม่ได้ ทั้งมีการอ้างถึงเป็นที่พระราชทานให้กับการรถไฟฯ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2462 และต่อเนื่องจนถึงมีการออก ส.ค.1 เมื่อปี 2498 หลังมีประมวลกฎหมายที่ดิน และมีข้อพิพาทกันจนในที่สุดมีคำพิพากษา

ซึ่งเรื่องนี้คนที่พูดเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งการพูดการแสดงออกต้องพูดให้ครบ ซึ่งหากไม่ครบคนที่ฟังจะเกิดความสับสน และหากเกิดเข้าใจไปในทิศทางที่ท่านพูด คือเมื่อศาลตัดสินไปแล้วต้องทำตามคำพิพากษาของศาลซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเห็นด้วย แต่ต้องดูว่าคดีความที่เกิดขึ้นกับเขากระโดงมี 3 คดี ที่ศาลตัดสินพิพากษาคดีไปแล้ว แต่ไม่มีคดีไหนที่ศาลตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟฯ เพราะคนไปฟ้องคดีจนศาลตัดสินถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกา ตัดสินอันสืบเนื่องมาจากคนมีที่ดินที่เป็น ส.ค.1 หรือ น.ส.3

เนื่องจากต้องการออกโฉนด จึงได้ฟ้องศาลเพื่อขอให้กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดออกโฉนดให้ ซึ่งการรถไฟฯ ไปคัดค้าน ซึ่งศาลตัดสินว่าที่ดินดังกล่าวไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ซึ่งเรื่องที่ดินเขากระโดง กรมที่ดินได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินให้ที่ดินทั้งหมดเป็นที่ของการรถไฟฯ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มี

ส่วนการดำเนินตามมาตรา 61 เรื่องการเพิกถอน เช่น วรรค 8 ที่ศาลตัดสินที่ดินที่มีโฉนดเป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์สามารถเพิกถอนได้ ตามคดีที่เป็นคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งกรมที่ดินดำเนินการเรียบร้อย

ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นศาลไม่ได้มีการสั่งให้เพิกถอน แต่ศาลสั่งให้อธิบดีกรมที่ดิน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 เรื่องที่มีการพิพาทกัน ว่าสามารถเพิกถอนได้หรือไม่ ซึ่งกรมที่ดินได้มีการดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตามกฎหมาย และให้การรถไฟชี้แนวเขต แต่ทราบมาว่าการรถไฟไม่สามารถชี้แนวได้อย่างชัดเจน และขอให้การรถไฟฯ แสดงการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟฯ ซึ่งการได้มาไม่เหมือนของประชาชน มีกฎหมายเฉพาะ และไม่มีกฎหมายในการครอบครอง เพราะเป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งการรถไฟฯจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินหรือทรัพย์สิน ต้องได้มาตามกฤษฎีกาจัดวางรถไฟแลทางหลวง ซึ่งทำให้คณะกรรมการตามมาตรา 61 ไมสามารถเพิกถอนได้ และมีการออกคำสั่งไม่เพิกถอน ในที่สุดการรถไฟฯ จึงมีการฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางการปกครอง ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการทางศาล

“ทั้งนี้ หลังจากที่ตนพ้นจากการเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นการแถลงข่าวของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตามคณะกรรมการอะไรขึ้นมา ก็ไม่ทราบ ไม่มีกฎหมายรองรับ และให้เพิกถอนโฉนดต่าง ๆ ในที่ดิน 995 แปลง 5,083 ไร่ ซึ่งตนได้ติดตาม แต่มีคำสั่งจะเพิกถอนทันที จนถึงตอนนี้ยังไม่มีมีการเพิกถอน พร้อมย้ำว่ากรมที่ดินได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลเรียบร้อย และยืนยันว่าในช่วงที่นายกรัฐมนตรีและตนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีการเน้นย้ำให้กรมที่ดินดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”

ด้าน พ.ต.อ.ทวีลุกขึ้นชี้แจงต่อว่า ตนไม่ทราบว่านายทรงศักดิ์ได้ดูคำพิพากษาหรือไม่ ประเทศไทยมีศาลคู่คือศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ทั้งสองศาลศักดิ์ของคำพิพากษา เหมือนกันในคำพิพากษาของศาลปกครองหน้า 29-30 ผู้ฟ้องคดีคือการรถไฟฯเข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่ พ.ศ. 2462 ขณะนั้นประเทศไทยใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จนกระทั่งบอกว่าที่ดินทั้ง 5,300 ไร่เป็นที่ดินของการรถไฟฯ ต้องถือแสดงแนวเขต ถือว่าศาลวินิจฉัยสิ้นสุดแล้วถือว่าศาลสั่งทั้ง 5,000 กว่าไร่ ไม่ใช่รายแปลง

อธิบดีกรมที่ดินก็จะต้องเข้าไปดูแลบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 61 ตามประมวลที่ดินในการเพิกถอน เพราะถือเป็นที่ของการรถไฟฯ ตนจึงอยากให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กลับไปดูอีกครั้ง เพราะตนได้นำคณะผู้พิพากษามาดูเรื่องนี้ทั้งหมดซึ่งทุกคนเห็นว่าทำไมทำให้คำพิพากษาเป็นเพียงกระดาษทิสชู แต่ท้ายที่สุดมีการปฏิบัติตามคำพิพากษาส่งแผนที่รับรองไปแล้วแต่กลับมีการยุติเรื่องดังกล่าว ตนอยากจะฝากเอาไว้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จบแค่นี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงมหาดไทย เขากระโดง