Skip to content

“มันจบแล้วครับ” โสภณ ประกาศจุดยืนกัญชา เดินหน้าปราบยาเสพติด คือ ภารกิจหลัก

30 ก.ย. 2568 | 12:09น.
“มันจบแล้วครับ” โสภณ ประกาศจุดยืนกัญชา เดินหน้าปราบยาเสพติด คือ ภารกิจหลัก

รองนายกฯ ประกาศชัดจุดยืนเรื่องกัญชา เดินหน้าปราบยาเสพติดคือภารกิจหลัก ขอเวลารัฐบาล 4 เดือน แก้ปัญหา

ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี และ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า ฟังคำอภิปรายมาทั้ง 2 วัน ซึ่งเรื่องการจัดทำนโยบายเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ในอนาคตและผู้อภิปรายหลายคนก็หยิบยกหลายนโยบายขึ้น มาว่ามีเรื่องที่ไม่ควรทำ ซึ่งก็ถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องพิสูจน์ ในระยะเวลา 4 เดือนดังนั้นขอเวลาทุกคนติดตามการทำงาน ถึงแม้ว่าจะมีเวลาอันสั้น แต่พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะทำ และขอเอาคำของท่านผู้อาวุโสที่พูดไว้ว่า “อย่างน้อยได้วางรากฐานที่ถูกต้องไว้ในรัฐบาลชุดนี้”

ทั้งนี้สิ่งที่จะชี้แจงต่อสภาคือเรื่องปัญหายาเสพติด และเมื่อวาน (29 ก.ย. 68) ได้นั่งฟังมาตลอดมีเพื่อนสมาชิก ได้ให้ความสนใจและเป็นห่วงเป็นใยเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดหลายคน และตนก็ทราบดีว่า ประชาชนทุกคนก็ทราบถึงปัญหายาเสพติดเป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตนก็ให้ความสำคัญเรื่องของยาเสพติดอย่างสูง เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกในสภาแห่งนี้กล่าวถึงปัญหายาเสพติด ว่ามีปัญหาอย่างมหันต์ และเป็นภัยต่อประเทศอย่างมากนั้นไม่ผิด เพราะปัญหายาเสพติดเราสะสมกันมาเป็น 10 ปี

ทั้งนี้การแก้ปัญหายาเสพติดจะต้องมีการบูรณาการ หลายคนอาจจะมองมายังพรรคภูมิใจไทย เพราะครั้งนี้นายกรัฐมนตรีมาจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งการแก้ปัญหายาเสพติด นายกรัฐมนตรีสำคัญที่สุด เพราะปัญหายาเสพติด ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องร่วมกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร กระทรวงสาธารณสุข การที่จะกระทรวงใดกระทรวง 1 จะแก้ปัญหายาเสพติดคงไม่ได้ เราตั้งงบประมาณยาเสพติดไว้แบบกระจัดกระจายเป็นเบี้ยหัวแตกมีทุกกระทรวง

เพราะฉะนั้นวันนี้ที่รัฐบาลชุดเดิม ตั้งงบประมาณไว้ 6,000 กว่าล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้ง และสิ่งแรกที่จะต้องทำคือจะต้องบูรณาการ แก้ปัญหายาเสพติดให้ เป็นอย่าง “บุรีรัมย์โมเดล” ที่ตนได้ทำขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ต้องชี้แจงเช่นนี้ เพราะมีคำถามว่า “ทำเป็นไหม ทำได้ดีไหม และทำได้ไหม”

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า พวกเราทำได้แล้วในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดบุรีรัมย์ นั่นคือ “โครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติด” ซึ่งโครงการนี้เป็นการบูรณาการโดยจัดทำ Workshop เอาผู้นำชุมชนและหัวหน้าส่วนราชการ และได้ข้อสรุปว่าการแก้ปัญหาได้สำเร็จประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม

ทั้งนี้ขอเรียนว่า สิ่งที่ทำให้ยาเสพติดลดลง นอกจากเราจะต้องรวมพลังและให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้ว เราสามารถนำคนคืน และให้เลิกใช้ยาเสพติดได้ถึง 1,604 คน ซึ่งตนยืนยันว่าตนคลุกคลีอยู่กับการแก้ปัญหายาเสพติดถึง 2 ปี และทราบว่าสิ่งที่จะสำเร็จในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความจริงใจ ซึ่งวันนี้เราต้องร่วมกันและหวังว่ารัฐบาล ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะทำหลักดี ๆ และจะต้องไม่ใช้นโยบายที่จับต้องไม่ได้

และสิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือ ต้องกลับมาดูเรื่องกฎหมายที่จะต้องทบทวน ซึ่งวันนี้สิ่งที่ทางบุรีรัมย์ได้ทำไว้ อาจจะเป็นโมเดลที่ยากที่จะนำไปใช้ หากส่วนราชการไม่ให้ความร่วมมือ และสำคัญที่สุดคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีความจริงใจจริงที่จะทำการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วย

นายโสภณกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องกัญชา เราไม่ขอปฏิเสธว่า นี่คือนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเรานำกฎหมายเข้าสภาก็ผ่าน แต่น่าเสียดาย ที่ในยุคปลายของสภาชุดนั้น ซึ่งคนที่อยู่ในสภาชุดนั้นก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กฎหมายที่จะควบคุมกัญชาไม่ผ่านสภา จึงเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นเรื่องกัญชา ที่มีคนถามว่าจะเอากัญชานั้น “มันจบแล้วครับ” พวกผมมีหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด และทำให้เป็นตัวอย่างวางรากฐานในเวลา 4 เดือน และทำทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัญชา พรรคภูมิใจไทย