เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
Finance ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
Real Estate รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
Economic กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
Economic อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
ดูทั้งหมด

กางตัวเลข “กัญชา 2 หมื่นล้าน” รอยรั่วภาษีใต้ดิน ซ้ำตลาดล้น 40 เท่า ธุรกิจปรับแผนหนีซบส่งออก

10 ก.ค. 2569 | 09:30น.
กัญชา
สัมภาษณ์

การปรับทิศทางนโยบายกัญชาในประเทศไทยกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังจากภาครัฐเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. กัญชา พ.ศ. … เพื่อดึงพืชเศรษฐกิจชนิดนี้กลับสู่กรอบ “ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น”

ผลกระทบจากการเปิดเสรีในอดีตสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งในระดับประเทศและเวทีสากล ทำให้อุตสาหกรรมที่เคยหอมหวานต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่ท้าทาย ทั้งภาวะซัพพลายล้นตลาด และโครงสร้างกฎหมายที่กำลังยกระดับมาตรฐานสู่สากล

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดมุมมอง นายกาจกนิษฐ์ ศักดิ์สุภา กรรมการบริษัท ธาราเธรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด และอุปนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านกัญชาและวิชาชีพผู้แนะนำการใช้กัญชาประเทศไทย ถอดรหัสโครงสร้าง Supply Chain มูลค่า 20,000 ล้านบาท พร้อมฉายภาพโอกาสและทางรอดของบิสิเนสโมเดลไทยในตลาดโลก

เอกซ์เรย์ซัพพลายเชน 20,000 ล้าน ปม “ใต้ดิน” รั่วไหล-รัฐสูญรายได้

เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมกัญชาไทยในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

  • ต้นน้ำ: “ฟาร์มกัญชา” ทำหน้าที่ปลูกและผลิตดอกกัญชาเพื่อป้อนให้กับหน้าร้านภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ
  • กลางน้ำ: กลุ่มโรงงานสกัดกัญชาและกัญชง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะหดตัวอย่างรุนแรง โดยกัญชาเหลือผู้ประกอบการที่ดำเนินการอยู่เพียงบริษัทเดียว ขณะที่กัญชงแทบไม่มีใครทำในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังแล้ว
  • ปลายน้ำ: ร้านค้าปลีกและหน้าร้านกัญชา (Dispensaries)

จากการคำนวณและข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก คาดการณ์ว่าปัจจุบันมูลค่ารวมของตลาดกัญชาและซัพพลายเชนทั้งหมดในระบบอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่ซ่อนอยู่คือระบบเศรษฐกิจนอกรูปแบบ (Underground Market) เนื่องจากกัญชาถูกจัดเป็นสินค้าทางการเกษตร จึงได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย

เมื่อมีกลุ่มธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะอยู่นอกระบบและไม่มีการทำบัญชีอย่างถูกต้อง ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย และกลายเป็นหนึ่งในรอยรั่วสำคัญของระบบการค้ากัญชาในปัจจุบัน

ยกระดับ “กฎหมายเข้ม” เปลี่ยนผ่านบทบาท “กรมแพทย์แผนไทยฯ”

ในด้านการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย ปัจจุบันมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีแรกของการปลดล็อก โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้กระจายกำลังบุคลากร พร้อมทั้งมีกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐอื่น ๆ เข้ามาร่วมมีอำนาจสืบสวนและจับกุมร้านกัญชาที่กระทำผิดกฎหมายได้ โดยไม่ต้องพึ่งพากำลังของกรมการแพทย์แผนไทยฯ เพียงหน่วยงานเดียว

“ต้องยอมรับว่าธรรมชาติของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข เขาคือนักวิชาการ แพทย์ และเภสัชกร ไม่ใช่นักบู๊หรือตำรวจจับผู้ร้าย การลงพื้นที่ตรวจจับจึงไม่ใช่ตัวตนของเขา จึงต้องให้เวลาภาครัฐในการเรียนรู้เพื่อควบคุมกัญชาที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตอนนี้ถือว่ามีการพัฒนาขึ้นมาก แม้จะยังไม่สามารถควบคุมได้ 100% เพราะเราปล่อยให้กลุ่มธุรกิจที่ไม่ได้ถูกกฎหมายแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เติบโตมานานถึง 2-3 ปีโดยไม่มีการควบคุมตั้งแต่ต้น”

บิสิเนสโมเดล “ธาราเธรา” หนีตลาดในประเทศล้น 40 เท่า มุ่งเจาะเยอรมนี-ออสเตรเลีย

สำหรับทิศทางธุรกิจของ บริษัท ธาราเธรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด นายกาจกนิษฐ์ระบุว่า บริษัทได้ปรับโมเดลธุรกิจโดยมุ่งเน้นไปที่ “การส่งออก” เป็นหลัก ผ่านบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) โดยมีตลาดปลายทางสำคัญอยู่ที่ประเทศเยอรมนีและออสเตรเลีย เนื่องจากประเมินว่าขนาดตลาด (Market Size) ภายในประเทศไทยนั้นค่อนข้างเล็ก และกำลังเผชิญปัญหา Supply ล้นตลาดอย่างรุนแรง

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีภาวะผลิตผลเกินความต้องการ โดยผู้ผลิตดอกกัญชามีจำนวนมากกว่าผู้บริโภคภายในประเทศสูงถึง 30-40 เท่า ผลผลิตส่วนเกินเหล่านี้ถูกบริหารจัดการผ่านสองช่องทาง คือ กลุ่มที่แอบลักลอบส่งออกไปต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ และอีกกลุ่มคือผู้ประกอบการที่ดำเนินการส่งออกอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ

กัญชาแพทย์ไทยในตลาดโลก ชูจุดแข็ง “ต้นทุนถูก” ชนแคนาดา

แม้ตลาดในประเทศจะอิ่มตัว แต่ในเวทีสากล ตลาดส่งออกกัญชาทางการแพทย์ยังมีมูลค่ามหาศาล ปัจจุบันผลผลิตกัญชาจากประเทศไทยสามารถแชร์ส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในตลาดโลกได้แล้วประมาณ 5-10% โดยมีประเทศแคนาดาเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุด

“ผมมองว่าผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ของไทยไม่ได้แพ้แคนาดาเลย ทั้งในเรื่องราคาและคุณภาพ ต้องชื่นชมผู้ประกอบการไทยที่ผลักดันมาตรฐานมาได้ถึงจุดนี้ หากมองในกรอบระยะเวลา 5-10 ปีข้างหน้า ในฐานะพืชเศรษฐกิจทางการเกษตร ผมยังไม่เห็นผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่มีศักยภาพ (Potential) มากกว่ากัญชา เราพูดเรื่องทุเรียนมา 5-10 ปี วันนี้เวียดนามและจีนก็ปลูกได้แล้ว แต่สำหรับกัญชา ประเทศเพื่อนบ้านยังไม่สามารถแข่งกับเราได้เพราะข้อจำกัดทางกฎหมาย”

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรงและค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าประเทศแถบตะวันตก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาเนื่องจากหลายประเทศเริ่มไหวตัวทัน เช่น แอฟริกาใต้ ที่เริ่มเปิดกว้างทางกฎหมายและรุกเข้าสู่ตลาดนี้ รวมถึงแนวโน้มในอนาคตที่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็อาจจะเริ่มเปิดให้กัญชาถูกกฎหมายตามมา

ปั้นวิชาชีพ “Budtender” และสังคายนาหลักสูตร “แพทย์แผนไทย”

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับอุตสาหกรรม สมาคมฯ มีข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับวิชาชีพ ผู้แนะนำการใช้กัญชา หรือ Budtender ให้เป็นวิชาชีพที่แท้จริง โดยผลักดันให้เกิดโครงสร้างการเรียนการสอนในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ

จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบอาชีพนี้ได้รับเพียงประกาศนียบัตร (Certificate) จากการอบรมคอร์สออนไลน์ของหน่วยงานรัฐหรือกรมการแพทย์แผนไทยฯ เท่านั้น สถาบันการศึกษาจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดีไซน์หลักสูตร อาจพัฒนาเป็นวิชาเลือกหรือวิชาเสริม เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานเข้าสู่อาชีพอย่างมีมาตรฐาน

นอกจากนี้ หลักสูตรแพทย์แผนไทย ซึ่งจะเป็นบุคลากรหลักในการจ่ายกัญชาทางการแพทย์ในอนาคต จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างจริงจัง เนื่องจากปัจจุบันแพทย์แผนไทยบางท่านที่จบการศึกษามา แม้จะมีวุฒิการเป็นแพทย์แต่กลับไม่มีประสบการณ์ หรือไม่เคยเรียนรู้เรื่องกัญชามาก่อน จึงจำเป็นต้องนำองค์ความรู้เรื่องกัญชาเข้าไปบรรจุเป็นวิชาบังคับในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม

กฎหมายเปลี่ยนทิศ “ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง” ในสงครามทุนสร้างมาตรฐาน

นายกาจกนิษฐ์ย้ำว่า ทิศทางเดียวของอุตสาหกรรมกัญชาไทยหลังจากนี้คือการมุ่งหน้าสู่ “กัญชาทางการแพทย์” เท่านั้น โดยไม่มีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่น ซึ่งแนวทางนี้สร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ (Convert) จากร้านค้าสันทนาการมาเป็นคลินิกทางการแพทย์

ขณะนี้ทางสมาคมฯ กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือสมาชิกรายย่อยให้สามารถเปลี่ยนผ่าน (Transition) ธุรกิจไปสู่บริบทใหม่ เพื่อให้อยู่รอดได้ในระบบกัญชาทางการแพทย์

“ผมเห็นใจทุกคน ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของกฎหมาย ทำให้อุตสาหกรรมกัญชาเป็นธุรกิจที่ทำแล้วค่อนข้างเหนื่อย วันนี้ผมยังไม่เห็นใครที่เป็นผู้ชนะที่แท้จริง ในธุรกิจนี้เลย ไม่ว่ารายใหญ่หรือรายเล็กก็เจ็บกันหมด รายใหญ่ที่ลงทุนไปเยอะก็เจ็บหนัก”

ในมุมมองของรายย่อย อาจมองว่าเกณฑ์กฎหมายหรือข้อบังคับใหม่ ๆ ที่ภาครัฐกำหนดขึ้น เป็นการล็อกสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ แต่ในความเป็นจริง มาตรฐานการผลิตกัญชาทางการแพทย์เพื่อใช้เป็นส่วนผสมทางยา (Pharmaceutical Ingredient) ในระดับสากลนั้นมีมาตรฐานที่สูงมาก การจะทำโรงปลูกและโรงสกัดให้ได้มาตรฐานดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งกลายเป็นการกีดกันรายย่อยออกไปโดยปริยายจากกลไกตลาด

“กฎหมายควรจะออกมาให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีทุนไม่สูงได้มีโอกาสตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำตั้งแต่ต้น ถ้าเขารู้ว่าธุรกิจนี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เขาอาจจะเลือกไม่ทำ หรือหาทางออกด้วยการรวมกลุ่มลงขันกัน แต่พอกฎหมายเริ่มต้นมาด้วยเงื่อนไขที่ลงทุนไม่สูง ทุกคนจึงกระโดดเข้ามาทำ แต่สุดท้ายกลับถูกผลักออกไปด้วยมาตรฐานที่จู่ๆ ก็ถูกยกระดับให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจผู้ประกอบการกลุ่มนี้มากที่สุด” อุปนายกสมาคมฯ กล่าวทิ้งท้าย