เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
ดูทั้งหมด

เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง

05 ก.ค. 2569 | 09:00น.

สัมภาษณ์พิเศษ

Pet Economy ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่เป็นเพียงตลาดทางเลือก สู่การเป็นเค้กก้อนโตที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนจาก “Pet Ownership” หรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อเฝ้าบ้าน ไปสู่ “Pet Humanization” หรือการดูแลสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ Pet Ecosystem ขยายตัวอย่างน่าสนใจ

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นางสาวพัชรนันท์ ทัตติยกุล” ผู้ก่อตั้ง บริษัท พาว์ ทรี่ จำกัด หรือ Pawtry Thailand ผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงและผู้สร้างหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมสัตว์เลี้ยงระดับมืออาชีพ มาร่วมฉายภาพโอกาสทางธุรกิจ ความท้าทาย พิมพ์เขียวการวางระบบมาตรฐาน ตลอดจนกลยุทธ์การฝ่ากับดักสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงสนามในน่านน้ำแสนล้านนี้

จาก S-Curve อาหารสัตว์เลี้ยง สู่หลักสูตรยกระดับ “Hospitality สัตว์เลี้ยง”

พัชรนันท์ กล่าวว่า เส้นทางของ Pawtry Thailand เริ่มต้นจากการจับกระแสในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งและมีเครดิตในเวทีโลกค่อนข้างสูงในฐานะฐานการผลิตที่ได้มาตรฐาน เมื่อดำเนินธุรกิจไปได้ระยะหนึ่ง สัญญาณการเติบโตในรูปแบบ S-Curve ใหม่เริ่มปรากฏชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการ ที่เติบโตล้อไปกับแนวโน้มการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีอายุยืนยาว (Pet Longevity)

“จุดเริ่มต้นธุรกิจของเราเริ่มจากการก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงก่อน จากนั้นจึงเริ่มเห็นโอกาสหลายอย่างว่าเทรนด์ตลาดในตอนนี้ไปไกลมาก ประกอบกับความโชคดีที่ประเทศไทยค่อนข้างมีเครดิตที่ดีมากในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง เราจึงเริ่มต้นจากจุดนั้น เมื่อดำเนินธุรกิจมาได้ระยะหนึ่ง เทรนด์ตลาดเริ่มชัดเจน และเห็น S-Curve ชัดเจนมากว่า ทุกอย่างที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วมาก เราจึงได้ขยับขยายด้วยการเปิดเพิ่มอีกหนึ่งหลักสูตร นั่นคือหลักสูตรเกี่ยวกับโรงแรมและบริการสัตว์เลี้ยง”

พฤติกรรมของเจ้าของสุนัขและแมวยุคปัจจุบัน ไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป แต่มองว่าเป็นเหมือนลูกหรือคนในครอบครัว ช่องว่างในตลาด (Market Gap) จึงไม่ใช่แค่การหาที่รับฝากเลี้ยงยามเจ้าของไม่อยู่ แต่คือการมองหาโครงสร้างพื้นฐานและการบริการที่สามารถเติมเต็มคุณภาพชีวิตและส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้น

จาก Pain Point ดังกล่าว กลายเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบหลักสูตรผู้ประกอบการโดยเฉพาะ เนื่องจากพบว่ามีกลุ่มนักลงทุนจำนวนมากที่มีความพร้อมทั้งเงินทุน เวลา และความรักในตัวสัตว์เลี้ยง (Passion) แต่ยังขาดองค์ความรู้เชิงลึกในภาคปฏิบัติ ตั้งแต่ความเข้าใจพฤติกรรมสัตว์ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบหลังบ้าน

นิยามมาตรฐานใหม่: โรงแรมสัตว์เลี้ยงต้องเป็น “บ้านหลังที่สอง”

ในฐานะผู้ออกแบบหลักสูตร พัชรนันท์ได้ให้นิยามคำว่า “มาตรฐานใหม่ของโรงแรมสัตว์เลี้ยง” ไว้อย่างเฉียบคมว่า หัวใจสำคัญคือการทำหน้าที่เป็น “บ้านหลังที่สอง” ของสุนัขและแมวอย่างแท้จริง ซึ่งคำนิยามนี้ถูกแปลงออกมาเป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม

  • กระบวนการคัดกรอง : เมื่อสัตว์เลี้ยงมาถึง จะต้องมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อประเมินความพร้อมและป้องกันการแพร่กระจายของโรค
  • การติดตามพฤติกรรม : มีระบบการรายงานพฤติกรรมและกิจกรรมประจำวัน ส่งตรงให้เจ้าของรับทราบ เพื่อลดความกังวล
  • การควบคุมสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ: การจัดการระบบระบายอากาศ การควบคุมอุณหภูมิ และแสงสว่าง เนื่องจากทุกองค์ประกอบทางกายภาพส่งผลโดยตรงต่อระดับความเครียดและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง

หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อปูพื้นฐานให้กับกลุ่มนักลงทุนตั้งแต่ “ศูนย์” ไปจนถึงขั้นตอนการตอกเสาเข็มก่อสร้าง และดูแลต่อเนื่องไปจนถึงวันที่พร้อมเปิดรับลูกค้ารายแรก ครอบคลุมตั้งแต่การทำแผนศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การเลือกวัสดุ การเรียนรู้ภาษากายสัตว์เลี้ยง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ตลอดจนการจัดการระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน

เจาะลึก Operations สุขอนามัยและความปลอดภัยที่จับต้องได้

การทำโรงแรมสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ไม่สามารถใช้เกณฑ์ความรู้สึกในการบริหารจัดการได้ แต่ต้องพึ่งพาหลักมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมศาสตร์ของสัตว์

1. มาตรฐานด้านสุขอนามัยและโครงสร้างพื้นฐาน

  • การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง: วัสดุผิวสัมผัสทั้งหมดต้องมีคุณสมบัติ “ไม่อมกลิ่น” เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของเจ้าของเมื่อก้าวเข้ามาใช้บริการ
  • หลักการวิศวกรรมพื้นผิว : พื้นผิวในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงใช้งาน ต้องคำนึงถึงค่าความฝืดหรือค่าความต้านทานการลื่น (R Value) ในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและเซฟข้อต่อ ไม่ให้สัตว์เลี้ยงเกิดสภาวะขาถ่างอันส่งผลต่อสรีระในระยะยาว
  • ระบบหมุนเวียนอากาศ : ต้องมีการคำนวณอัตราการแลกเปลี่ยนอากาศที่เหมาะสม เพื่อควบคุมทิศทางลม กรองฝุ่นละออง และลดการสะสมของเชื้อโรคในอากาศ

2. มาตรฐานด้านความปลอดภัย และการจัดการภาวะวิกฤต

พนักงานผู้ให้บริการจำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อให้อ่านภาษากายและประเมินพฤติกรรมของสุนัขและแมวได้อย่างแม่นยำ สามารถแยกแยะได้ว่าสัตว์เลี้ยงกำลังเผชิญสภาวะเครียด ตื่นตระหนก หรือแสดงพฤติกรรมข่มเพื่อเป็นจ่าฝูง เพื่อทำการแยกพื้นที่หรือปรับพฤติกรรมได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ในด้านการจัดการภาวะวิกฤต ผู้ประกอบการต้องทำการสำรวจและผูกเครือข่ายกับคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ในรัศมีโดยรอบทำเลที่ตั้ง มีการประสานงานล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมส่งต่อการรักษาในกรณีฉุกเฉิน ควบคู่ไปกับการที่พนักงานหน้างานต้องมีทักษะการทำ First Aid เบื้องต้น

เผย 2 กับดักใหญ่ที่ทำให้มือใหม่ “เจ๊ง” แม้มี Passion และเงินทุน

จากประสบการณ์การให้คำปรึกษา พัชรนันท์ระบุว่า มี “กับดัก” สำคัญ 2 ประการ ที่มักทำให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ประสบความล้มเหลวในการทำธุรกิจโรงแรมสัตว์เลี้ยง

กับดักที่ 1: การละเลยแผนการเงิน

  • ผู้ประกอบการมักลงทุนด้วยความรัก มีที่ดินและเงินทุนพร้อม แต่ไม่มีกรอบงบประมาณที่ชัดเจน ทำให้ระหว่างก่อสร้างมีการเติมไอเดียจน งบประมาณบานปลาย
  • ส่งผลให้โครงสร้างราคาค่าบริการ ผิดเพี้ยน ไม่สามารถทำกำไรตอบแทนได้ตามเป้าหมาย
  • การแก้ปัญหาด้วยการ “ตัดราคา” ในช่วงแรกเพื่อดึงดูดลูกค้า กลายเป็นกับดักซ้ำสอง เพราะเมื่อลูกค้าติดภาพลักษณ์ราคาต่ำ การปรับราคาขึ้นในภายหลังจะทำได้ยาก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าแรกไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ที่แท้จริง

กับดักที่ 2: การเลือกวัสดุตามความสวยงามมากกว่าฟังก์ชัน

  • การขาดความรู้เรื่องพฤติกรรมสัตว์ทำให้เลือกใช้วัสดุที่เน้นความสวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมของคน แต่ไม่ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานของสัตว์
  • เช่น การใช้พื้นผิวที่ลื่นเกินไปจนทำลายสรีระสัตว์เลี้ยง หรือการใช้วัสดุที่ซับกลิ่นและทำความสะอาดยาก นำไปสู่สภาวะเสื่อมโทรมของอาคารอย่างรวดเร็วและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทสูงในอนาคต

“สองประเด็นหลักนี้คือกับดักที่จะทำให้ธุรกิจเจ๊งได้ง่ายๆ”

เปิดสูตรคำนวณ ROI สปีดรายได้ด้วย “Upscale Services”

ในเชิงตัวเลขทางการเงิน การทำโรงแรมสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐานและมีการวางระบบ SOP ที่ดี มีระยะเวลาคืนทุน (ROI) เฉลี่ยค่อนข้างเร็ว อยู่ที่ประมาณ 1-2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของการลงทุนและทำเลที่ตั้ง เป็นตัวแปรสำคัญ

หัวใจที่จะช่วยเร่งอัตราผลตอบแทนและสร้าง Brand Loyalty คือการสร้าง Trust Framework ให้เจ้าของเห็นผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมว่า เมื่อสัตว์เลี้ยงมาพักแล้วไม่มีความเครียด มีความสุข และปลอดภัย เมื่อเกิดความเชื่อใจ การกลับมาใช้บริการซ้ำ จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ การยกระดับไปสู่การให้บริการเสริมระดับบน (Upscale Services & Value Added) จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มยอดขายต่อหัว และเป็นแหล่งรายได้หลักในอนาคต:

  • Pet Transport / Pet Taxi: บริการรับส่งสัตว์เลี้ยงที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการสูง รูปแบบบริการมีตั้งแต่การรับส่งระหว่างบ้านมายังโรงแรม หรือการบริการรับจากบ้านไปส่งเจ้าของที่สนามบินก่อนจะพาสัตว์เลี้ยงเข้ามาฝากเลี้ยง อย่างไรก็ดี โมเดลนี้จำเป็นต้องใช้ระบบการยืนยันตัวตนคนขับ (Verify Driver) และต้องพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยโดยเฉพาะหากใช้บริการกลุ่มรถส่วนบุคคล
  • Pet Daycare & Agility: บริการรับฝากเลี้ยงระหว่างวันพร้อมลานกิจกรรม เพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่ไม่มีเวลาดูแลในวันทำงาน
  • Pet Longevity Services: บริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู เช่น วารีบำบัด (Hydrotherapy) และฟิตเนสสำหรับสุนัข เนื่องจากปัจจุบันสัตว์เลี้ยงเผชิญภาวะน้ำหนักเกิน จากการที่เจ้าของให้อาหารในปริมาณที่มากเกินไปตามความรัก ฟิตเนสและวารีบำบัดจึงเป็นบริการทางเลือกใหม่ที่เติบโตสูง

นวัตกรรมเปลี่ยนเกม: ดึง AI และ “ปลอกคออัจฉริยะ” จับสัญญาณชีพ

เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่อยู่ในกระบวนการทำงาน ณ ปัจจุบันแล้ว Pawtry Thailand นำ AI เข้ามาประยุกต์ระบบหลังบ้าน ตั้งแต่ระบบบริหารจัดการจุดขาย (POS) ที่สามารถปรับแต่งข้อมูลรายบุคคล ได้อย่างละเอียด

“ระบบพื้นฐานอย่างเครื่องคิดเงิน (POS) เมื่อมี AI เข้ามา การจัดการระบบ POS ก็ง่ายขึ้น เราสามารถปรับแต่งข้อมูลได้เลยว่าสัตว์เลี้ยงที่เข้ามามีความชอบอะไร มีอาการแพ้อะไร ติดอะไรเป็นพิเศษ หรือมีเพื่อนชื่ออะไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสร้าง Loyalty ให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการอีก เพราะแสดงถึงความใส่ใจของสถานที่นั้นๆ”

นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญคือการซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ในรูปแบบของอุปกรณ์สวมใส่ “ปลอกคออัจฉริยะ” ซึ่งทำหน้าที่คล้าย Apple Watch ของมนุษย์

อุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถตรวจจับข้อมูลทางร่างกาย (Vital Signs) ของสัตว์เลี้ยงได้แบบเรียลไทม์ ทั้งพฤติกรรมการเคลื่อนไหว อุณหภูมิร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ และระบบระบายพิกัด (GPS) ซึ่งจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในโรงแรมสัตว์เลี้ยงไปอีกขั้น เนื่องจากสัตว์เลี้ยงไม่สามารถพูดบอกความผิดปกติได้ แต่เทคโนโลยีจะสามารถตรวจจับสัญญาณเตือนภัย (Warning Signs) ได้ก่อนที่สัตว์จะแสดงอาการทางกายภาพ โดย Pawtry Thailand มีแผนที่จะเปิดตัวโปรดักต์นวัตกรรมชิ้นนี้ในช่วง ปลายปี 2569

ปักธง “Standard Setter” หนุนนิเวศสัตว์เลี้ยง 9 หมื่นล้าน

เมื่อมองภาพรวมดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ มูลค่าทางการตลาดของระบบนิเวศสัตว์เลี้ยง (Pet Ecosystem) ในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ถึงประมาณ 90,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจการแพทย์ และธุรกิจบริการ โดยหากเจาะลึกเฉพาะสับเซตของ “ธุรกิจโรงแรมและบริการฝากเลี้ยงสัตว์เลี้ยง” มีมูลค่าตลาดสูงถึงประมาณ 30,000 ล้านบาท

ท่ามกลางเค้กก้อนโตนี้ จุดยืน (Positioning) ของ Pawtry Thailand มีความชัดเจนว่าจะไม่กระโดดลงไปแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดในฐานะผู้เล่นหน้างานโดยตรง แต่จะวางบทบาทเป็น “ผู้กำหนดมาตรฐาน” และเป็นผู้สนับสนุน ประยุกต์ใช้ประสบการณ์จากการบริหารธุรกิจโรงแรมสำหรับคน มาถ่ายทอดและวางฐานรากให้แก่ผู้ประกอบการสัตว์เลี้ยง

“ตลาด Pet Ecosystem ของไทยค่อนข้างใหญ่และมีพื้นที่ให้ผู้เล่นเข้ามาทำธุรกิจได้อีกเยอะ มูลค่าโดยรวมอยู่ที่กว่า 90,000 ล้านบาท… แต่หากเจาะจงเฉพาะกลุ่มโรงแรมสัตว์เลี้ยง จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท สำหรับจุดยืนของ Pawtry เราไม่ได้กระโดดเข้าไปแย่งชิ้นเค้กในตลาดนั้นโดยตรง แต่บทบาทของเราคือการช่วยสนับสนุนให้ผู้เล่นทุกคนที่สนใจอยากเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดได้ยาวนานขึ้น สามารถขยายธุรกิจเพื่อแบ่งชิ้นเค้กได้ก้อนใหญ่ขึ้น และมีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น”

เป้าหมายสูงสุดจึงเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบริการสัตว์เลี้ยงในไทยให้เทียบเท่าระดับสากล สร้างความยั่งยืนให้ผู้ประกอบการสามารถทำกำไรและเติบโตในระยะยาว ควบคู่ไปกับการมอบสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและเปี่ยมด้วยสุขภาวะที่ดีให้แก่สัตว์เลี้ยงในฐานะ “สมาชิกคนสำคัญของครอบครัว” อย่างแท้จริง