เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะอยู่เหนือกว่าเสมอ”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะอยู่เหนือกว่าเสมอ”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ดูทั้งหมด

คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’

05 ก.ค. 2569 | 12:05น.
นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล

นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล-คริปโตเคอร์เรนซี ซบเซาต่อเนื่อง 8-9 เดือน แม้แต่ Bitcoin เจ้าตลาดยังราคาร่วงมากว่า 50% จากจุดสูงสุดที่ 126,000 เหรียญสหรัฐ ทิศทาง ความเสี่ยง และโอกาส ยังแขวนอยู่กับความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของโลก 

“ประชาชาติธุรกิจ” พูดคุยกับ “นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย เปิดมุมมองเกี่ยวกับตลาดครึ่งหลังปี 2026 ความท้าทายที่ต้องเผชิญในช่วงตลาด “หมี” และเทรนด์ของโลกที่กระแสการลงทุนหุ้นเทคโนโลยี – AI เฟื่องฟู 

ปัจจัยลบที่รุมเร้า 

“นิรันดร์” กล่าวถึงภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลว่า ความมั่นใจในสินทรัพย์ดิจิทัลลดลง จากราคาเหรียญบางตัวลดลงไปต่ำกว่าจุดต่ำสุดเมื่อต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ทำให้ความมั่นใจหายไปและตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคยังไม่เอื้ออำนวยต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากนัก เนื่องจากปัญหาสงครามที่ยืดเยื้อ และสภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐที่ทำให้ธนาคารกลาง (Fed) ขยับตัวลำบากเรื่องอัตราดอกเบี้ย

“ถ้าเราดูการเทขายของสถาบัน หรือของกองทุน  ETF ที่ขายตลอดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าน่าจะใกล้ ๆ จุดไม่มีคนขายแล้ว ก็เหลือแค่คนซื้อ ประกอบกับวัฏจักรเดิม ในกรณีที่เรายังเชื่อในวงจรเดิมของ Bitcoin และคริปโตฯ นับว่าราคาโดยรวมน่าจะอยู่ในจุดที่ใกล้จุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3 ของปีนี้ และคาดว่าตลาดจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาในไตรมาส 4 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสภาวะตลาดกระทิง (Bull Run) ปีถัดไปที่จะเริ่มเข้าสู่การ Halving ของ Bitcoin ในปี 2028” 

อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าจุดต่ำสุดของรอบนี้อยู่ตรงไหน แต่มีความใกล้เคียง ช่วง 50,000-60,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งคนในวงการมองว่าเป็นจุดที่เหมาะสมในการเริ่มสะสมสินทรัพย์

 ปรับตัวรอจังหวะ

ในปี 2025 ที่ผ่านมา BinanceTH เติบโตอย่างมาก มีบัญชีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็นแสนราย มีรายได้โดยรวม 492 ล้านบาท จากปี 2024 ที่มีรายได้ที่ 184 ล้านบาท ขณะที่กำไรเบ็ดเสร็จสูงถึง 67 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนหน้ามีกำไรแค่ 7.5 ล้านบาท 

สำหรับในปีนี้ต้องยอมรับว่า สาหัสตั้งแต่ต้นปี บริษัทก็ต้องปรับตัวลดค่าใช้จ่าย ปรับเปลี่ยนแผนการตลาดจากแคมเปญหวือหวาที่เคยใช้ดึงดูดลูกค้าในช่วงแรก มาเป็นการสร้างประสิทธิภาพการใช้งานที่ตอบโจทย์นักลงทุนระดับมืออาชีพมากขึ้น และขยายผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากการเทรด (Trading) เพื่อลดความผันผวนของรายได้ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินระดับสากลเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

เทรนด์ของ AI 

สำหรับในปีที่ผ่านมามีแนวโน้มที่สำคัญอยู่อย่างหนึ่งที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง คือ เรื่องการทำ Tokenized หุ้นเทคโนโลยี และหุ้นเอไอ ที่กระแสแรงมาก ใน Binance Global

“ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหุ้นเอไอ และล่าสุดการ IPO ของบริษัท SpaceX ทำสภาพคล่องไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงในกลุ่มดิจิทัลไปสู่หุ้นกลุ่ม AI และฮาร์ดแวร์เซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะในตลาดไต้หวันและเกาหลีใต้ ซึ่งเติบโตกว่า 50-100% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำหน้าที่เป็น “หลุมดำ” ดูดซับทุนจากนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนแบบ Risk-on

และทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายคริปโตฯเพื่อย้ายเงินไปลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเหล่านี้แทน แพลตฟอร์มอย่าง Binance Global จึงมองเห็นโอกาสในการขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่หุ้นสหรัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพและรายได้ในช่วงที่ตลาดคริปโตฯซบเซา โดยพยายามเชื่อมโยงผู้ใช้งานให้เข้าถึงสภาพคล่องในตลาดหุ้นเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น โดยใช้ การ Tokenization นำหุ้นเทคโนโลยี เช่น Nvidia หรือ Tesla มาทำเป็น Tokenized Stocks เพื่อให้นักลงทุนสามารถซื้อขายได้บนบล็อกเชนตลอด 24 ชั่วโมง

“การทำ Tokenization ช่วยให้คนในประเทศที่เคยเข้าถึงหุ้นสหรัฐได้ยาก หรือนักลงทุนรายย่อยที่มีทุนไม่มาก เป็นเจ้าของหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกได้ง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล”

“แม้จะเติบโตอย่างมาก แต่ผมก็มองว่าหุ้นกลุ่ม AI อาจใกล้ถึงจุดสูงสุดของวงจรแล้ว เนื่องจากราคาขึ้นมาสูงมากในระยะเวลาอันสั้น” 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแปลงหุ้นเป็นโทเคนเกิดขึ้นแล้ว และเทรนด์การลงทุนโลกกำลังมุ่งสู่การใช้ Alternative Trading System (ATS) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้มีการซื้อขายสินทรัพย์ได้ตลอด 24/7 ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยลดข้อจำกัดเรื่องเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์เดิม (NYSE/Nasdaq) และมีโอกาสที่จะขยายผลต่อไป ซึ่งจะทำให้แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลมีอะไรมากกว่าคริปโตเคอร์เรนซี 

“BinanceTH  มีการหารือในเบื้องต้นกับหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับเทรนด์การทำ Tokenization ของหุ้นเหล่านี้ เนื่องจากปัจจุบันในไทยยังไม่มีนิยามหรือเกณฑ์ที่อนุญาตอย่างชัดเจนสำหรับ Token หุ้น แนวคิดคือการสร้างฝาแฝดดิจิทัลบนบล็อกเชนที่มีหุ้นจริงหนุนหลัง (Underlying Asset) เพื่อให้เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอาจนำมาใช้เป็นหลักประกัน (Collateral) ในระบบนิเวศได้” 

แต่อุปสรรคสำคัญคือการตีความทางกฎหมายว่าสิ่งนี้คืออะไร เช่น เป็นใบแสดงสิทธิหรือ DR หรือไม่ รวมถึงประเด็นปลีกย่อยอย่างการจัดการเรื่องสิทธิประโยชน์อย่างเงินปันผลหรือการโหวต (Corporate Action) ซึ่งต้องมีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน เนื่องจากการซื้อขายเป็นโทเคนบนบล็อกเชนบางครั้งก็เป็นการซื้อขายแบบนิรนาม ไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของสิทธิได้

AI
นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล

ปัญหาของการเทรดฟิวเจอร์ 

“นิรันดร์” ยังกล่าวด้วยว่า ในการพัฒนานวัตกรรมหลายอย่าง ประเทศไทยขับเคลื่อนด้านกฎระเบียบสูงมาก เห็นในความตั้งใจของหน่วยงานกำกับดูแล เช่น เรื่องการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบ Future ซึ่งการเทรดแบบ Future คนส่วนใหญ่จะใช้เพื่อเก็งกำไร แต่ประโยชน์ที่สำคัญสำหรับสถาบันการเงินและผู้จัดการกองทุนคือการ Hedge Position เช่น หากมีบิตคอยน์อยู่แล้วแต่ไม่อยากขายในช่วงตลาดขาลง สามารถเปิดสถานะ Short Future เพื่อลดความเสี่ยงได้ การใช้ฟิวเจอร์ช่วยให้ผู้ลงทุนใช้เงินก้อนเล็ก ในการบริหารความเสี่ยงหรือสร้างผลตอบแทน โดยไม่ต้องดึงเงินทุนก้อนใหญ่จากการถือครองสินทรัพย์จริงออกมา แต่ผลิตภัณฑ์ Future มีความซับซ้อน และ ก.ล.ต. ซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองนักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ว่าเครื่องมือนี้เป็นการพนันหรือการลงทุน และจะทำอย่างไรให้นักลงทุนเข้าใจความเสี่ยงก่อนใช้งาน

อีกประการ คือ ความสับสนด้านนิยาม คือ หน่วยงานกำกับดูแลของไทยคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ฟิวเจอร์ในตลาด TFEX ซึ่งมีวันหมดอายุ (Expiry Date) แต่ในโลกคริปโตฯ 95% ของการเทรดเป็นแบบ Perpetual Future (ไม่มีวันหมดอายุ) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ ทั้งการใช้ Leverage ในเรื่องความเหมาะสมใน TFEX อาจใช้ได้ถึง 20 เท่า แต่สำหรับคริปโตฯที่มีความผันผวนสูง 20 เท่า อาจมากเกินไปหรือไม่ สำหรับบางเหรียญ

อีกประเด็น คือ ต้องพิจารณาว่า หากอนุญาตให้เทรด จะเป็นการเชื่อมต่อสภาพคล่องกับที่อื่น ๆ หรือจะให้ทาง TFEX เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์คริปโตฟิวเจอร์ขึ้นมาเอง 

“เรามีความพร้อมด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่ต้องมีการจัดการเรื่องการให้ความรู้ การแจ้งเตือนความเสี่ยง และการฝึกอบรม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแล”

AI

Stablecoin และ AI Agent 

ประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีการใช้คริปโตฯ เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน แต่มีการศึกษาเรื่อง Stablecoin ใน Regulatory Sandbox มาแล้ว 2 รอบ และอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น นอกจากนี้ยังมีระบบการชำระเงินที่สะดวกมากอยู่แล้วอย่าง QR PromptPay ทำให้การเปลี่ยนมาใช้ Stablecoin จ่ายเงิน (เช่น ในเซเว่นฯหรือร้านอาหาร) ยังไม่มีความจำเป็นหรือให้สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่า

หากพูดถึง Stablecoin ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันส่วนใหญ่ผูกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) เนื่องจากเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ในขณะที่ Stablecoin สกุลเงินอื่น ๆ เช่น ยูโร หรือ เยน ยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายนัก เนื่องจากธนาคารกลางแต่ละประเทศยังมีความกังวลคล้ายกับไทย

และที่สำคัญคนส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อ Stablecoin เช่น USDT มาเพื่อใช้จ่าย แต่ใช้เป็น “ที่พักเงิน” เพื่อรอจังหวะการลงทุนในสินทรัพย์อื่น หรือใช้เพื่อเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ เช่น การซื้อหุ้นเทคโนโลยีผ่าน Tokenization

“ผู้บริหาร Binance TH” มองว่าโอกาสที่เห็นว่าน่าสนใจ คือ Crypto Debit Card เป็นโมเดลที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดในเชิงพาณิชย์ โดยหลักการคือผู้ใช้ถือ Stablecoin ไว้ แต่เวลาใช้งานจริง ระบบจะเปลี่ยนเป็นเงินบาทแบบ Real-time เพื่อชำระเงิน

“การโอนเงินระหว่างประเทศเป็นศักยภาพของ Stablecoin ในการเป็นเครื่องมือสำหรับ International Transfer เพื่อลดขั้นตอนและค่าธรรมเนียม ในระยะยาว เมื่อโลกเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น Stablecoin จะมีบทบาทสำคัญในการเป็นสกุลเงินที่ใช้ Interact บนบล็อกเชน โดยเฉพาะในระบบนิเวศของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น แนวคิดที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Amazon อาจทำ Stablecoin ของตัวเอง เทรนด์นี้สอดคล้องกับการใช้งาน AI Agent ที่จะแพร่หลาย แต่มีกำแพงใหญ่อยู่คือ Agent ชำระเงินเองไม่ได้ ต้องยืนยันตัวตน ถ้าในอนาคต Agent ต้องทำธุรกรรมอัตโนมัติ สิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้ง่ายและปลอดภัย คือ การทำบนบล็อกเชนด้วย Stablecoin”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) BInance TH