เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
News ‘ชัชชาติ’ ระดม ‘ท่อซิ่งไทยประดิษฐ์’ จากปราจีน-อยุธยา ลุยสูบน้ำลงแสนแสบช่วยเคหะคลองจั่น
เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
Biz Movement เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องเตรียมพร้อมปกป้องเด็กจากภัยสภาพอากาศหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
Finance ต่างชาติเทหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านใน 6 วัน บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งไม่หยุด-ดึงฟันด์โฟลว์ทะลักออก
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณขายออก 67,250 บาท
บีโอไอ ดึง 3 ยักษ์จากเกาหลี Hyundai–T-Robotics–COSMAX ปักหมุดไทย
Economic บีโอไอ ดึง 3 ยักษ์จากเกาหลี Hyundai–T-Robotics–COSMAX ปักหมุดไทย
กทม.เสริมคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา เตรียมรับระลอกใหม่ เร่งสำรวจก่อนเคาะเยียวยา
Politics กทม.เสริมคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา เตรียมรับระลอกใหม่ เร่งสำรวจก่อนเคาะเยียวยา
แสนสิริ จัดรถรับ-ส่งประชาชน เส้นรามคำแหง-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง
Real Estate แสนสิริ จัดรถรับ-ส่งประชาชน เส้นรามคำแหง-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง
ไทยประกันชีวิต ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกค้าประสบอุทกภัย ขยายเวลาชำระเบี้ย 60 วัน
Finance ไทยประกันชีวิต ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกค้าประสบอุทกภัย ขยายเวลาชำระเบี้ย 60 วัน
เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ 2,500 ลบ.ม./วินาที เตือน 11 จังหวัด-กทม. รับมือ
News เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำ 2,500 ลบ.ม./วินาที เตือน 11 จังหวัด-กทม. รับมือ
อสังหา “เหนือ-อีสาน” ฝ่าสต๊อกล้น “เชียงใหม่” แห่จดทรัพย์อิงสิทธิ 500 แปลง
Real Estate อสังหา “เหนือ-อีสาน” ฝ่าสต๊อกล้น “เชียงใหม่” แห่จดทรัพย์อิงสิทธิ 500 แปลง
ดูทั้งหมด

ผลสำรวจชี้ ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ใช้ AI สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค

01 ก.ค. 2569 | 17:20น.

เปิดอินไซต์ 265 เอสเอ็มอีไทยแห่ทรานส์ฟอร์มธุรกิจรับศึกภูมิรัฐศาสตร์-ดอกเบี้ยสูง โชว์สถิตินำ AI มาใช้กว่า 70% ทะลุค่าเฉลี่ยภูมิภาค พร้อมกางแผนบริหารซัพพลายเชนใหม่ เบนเข็มขยายฐานผลิตปักหมุด “สิงคโปร์-เวียดนาม-มาเลเซีย” ลดพึ่งพาจีน

ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2026 ในประเทศไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยกำลังปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนเพื่อกระจายความเสี่ยง

เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก ธนาคารยูโอบีได้ปรับการจัดทำผลสำรวจเป็นปีละ 2 ครั้ง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีของการจัดทำ UOB Business Outlook Study เพื่อให้สามารถติดตามและสะท้อนภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจได้อย่างทันท่วงทีมากขึ้น

ผลสำรวจฉบับครึ่งปีแรกนี้รวบรวมความคิดเห็นจากเจ้าของธุรกิจและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจระดับสูงจำนวน 265 ราย จากหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญทั่วประเทศ

เอสเอ็มอีไทยก้าวนำภูมิภาคด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้

หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือ เอสเอ็มอีไทยกว่า 7 ใน 10 ที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่ากำลังนำ AI มาใช้ในธุรกิจ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ขณะที่กว่า 8 ใน 10 ได้นำโซลูชั่นดิจิทัลมาใช้แล้ว สะท้อนว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เร่งการตัดสินใจ และเสริมความสามารถในการแข่งขัน โดยในกลุ่มธุรกิจที่นำ AI มาใช้ ร้อยละ 58 ระบุว่าสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้ ขณะที่ ร้อยละ 44 รายงานว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นข้อกังวลหลักของภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของเอสเอ็มอีไทยที่เข้าร่วมการสำรวจ รองลงมาคือความไม่แน่นอนของตลาดอาเซียนและตลาดเกรทเทอร์ไชน่า อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แรงกดดันดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างชัดเจนเป็นพิเศษในภาคธุรกิจที่มีต้นทุนการดำเนินงานสูงและห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน เช่น ภาคการผลิต การก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค

แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันเหล่านี้ แต่ธุรกิจยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว มากกว่าการปรับลดค่าใช้จ่ายในระยะสั้น โดย ESG (ร้อยละ 37) การเพิ่มฐานลูกค้า (ร้อยละ 33) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (ร้อยละ 27) ได้รับการจัดอันดับให้มีความสำคัญทางธุรกิจสูงกว่าการลดต้นทุน (ร้อยละ 25) ในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า

นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธุรกิจไทยกำลังดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งแรงกดดันด้านต้นทุน การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายชั่วคราวอีกต่อไป

สิ่งที่เห็นชัดคือการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของผู้ประกอบการ ธุรกิจกำลังสร้างความสามารถในการปรับตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีดำเนินงาน ตั้งแต่การลงทุน การบริหารห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงแผนการขยายตลาด อาเซียนจึงไม่ได้เป็นเพียงตลาดเพื่อการเติบโต แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ”

การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่จีนยังคงมีบทบาทสำคัญ

ในด้านซัพพลายเชน เอสเอ็มอีไทยที่เข้าร่วมการสำรวจกว่า 9 ใน 10 ราย ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเป็นอันดับต้น ๆ โดยร้อยละ 78 วางแผนกระจายฐานซัพพลายเออร์ ขณะที่ ร้อยละ 53 เตรียมขยายฐานการผลิตภายในภูมิภาคอาเซียน และประมาณหนึ่งในสามกำลังเร่งดำเนินกลยุทธ์ “China Plus One” ด้วยการย้ายฐานการผลิตบางส่วนไปยังตลาดทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตที่กระจุกตัว

อย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างซัพพลายเชนยังมีข้อจำกัด ทั้งความซับซ้อนด้านกฎระเบียบ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และขีดความสามารถของซัพพลายเออร์ในประเทศ ทำให้การเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจีนยังคงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค

รุกอาเซียนเป็นกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง ไม่ใช่แค่โอกาสโต

ผลสำรวจยังพบว่า เอสเอ็มอีไทยกว่า 8 ใน 10 ราย วางแผนขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยอาเซียนเป็นจุดหมายหลักสิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย ถูกระบุว่าเป็นตลาดสำคัญ จากศักยภาพการเติบโตและบทบาทในการช่วยกระจายห่วงโซ่อุปทาน

แม้การเติบโตของรายได้ยังเป็นแรงผลักดันหลัก แต่การขยายธุรกิจในอาเซียนกำลังมีความหมายมากขึ้นในเชิงบริหารความเสี่ยง ธุรกิจจำนวนมากมองภูมิภาคนี้เป็นทั้งตลาดใหม่ ฐานการผลิตทางเลือก และช่องทางลดการกระจุกตัวของซัพพลายเชนในระยะยาว

แรงกดดันด้านต้นทุนทดสอบความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน แต่การจัดการพลังงานยังคงสำคัญ
ในมิติความยั่งยืน เอสเอ็มอีไทย 9 ใน 10 ตระหนักถึงคุณค่าของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และร้อยละ 94 ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แม้แรงกดดันด้านต้นทุนจะทำให้หลายธุรกิจต้องเลือกลงทุนในมาตรการที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนก่อน เช่น การลดการใช้พลังงาน การใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อบริหารพลังงาน การติดตั้งระบบโซลาร์ และการเปลี่ยนมาใช้หลอด LED

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ความยั่งยืนของเอสเอ็มอีในระยะต่อไปจะไม่ถูกขับเคลื่อนด้วยภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงกับประสิทธิภาพ ต้นทุน และผลตอบแทนทางธุรกิจที่วัดผลได้

นางวีระอนงค์กล่าวเสริมว่า “ธุรกิจที่สามารถปรับตัวด้านห่วงโซ่อุปทาน นำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะมีความพร้อมมากกว่าในการแข่งขันภายใต้เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

ยูโอบีพร้อมสนับสนุนธุรกิจ ผ่านเครือข่ายในอาเซียน ความเข้าใจตลาดในภูมิภาค ความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และโซลูชั่นทางการเงินที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้รอบด้านขึ้น เพื่อก้าวผ่านความผันผวนและคว้าโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน

ผลการสำรวจ UOB Business Outlook Study สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2026 ในประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาระดับภูมิภาคของธนาคารยูโอบี เกี่ยวกับความเชื่อมั่นทางธุรกิจและแนวทางสำคัญของภาคธุรกิจ ทั่วภูมิภาคอาเซียนและเกรทเทอร์ไชน่า ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ของธนาคาร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs)