เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ค่าธรรมเนียม ธนาคาร
วันนี้ (1 ก.ค. 2569) เป็นวันแรกของการเริ่มต้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมการเงินมาตรฐานใหม่ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ครอบคลุม 19 รายการใน 4 ประเภทธุรกรรม คือ บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมการชำระเงิน และการให้สินเชื่อ SMEs โดยจะทยอยมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2569
“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปรายละเอียดอีกครั้ง เกี่ยวกับการปรับค่าธรรมเนียมธุรกรรมการเงินทั้ง 19 รายการ ว่ามีการปรับเปลี่ยนอย่างไร และปรับเปลี่ยนในช่วงเวลาใด
ค่าธรรมเนียมด้านบัญชีเงินฝาก
ค่าขอรายการเดินบัญชี (Statement)
- ค่าขอรายการเดินบัญชี แบบกระดาษ ไม่เกิน 100 บาท/บัญชี/ครั้ง (เก็บค่าจัดส่งเอกสารได้ตามจริง)
- ค่าขอรายการเดินบัญชี แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Statement) ฟรี
ค่ารับรองฐานะทางการเงิน
ไม่เกิน 100 บาท/ชุด/ครั้ง (เก็บค่าจัดส่งเอกสารได้ตามจริง)
ค่ารักษาบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว
ฟรี (ยกเว้นบัญชีเงินฝากที่มียอดคงเหลือไม่เกิน 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวติดต่อกันเกิน 1 ปี คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 20 บาท/เดือน)
วันที่เริ่มบังคับใช้ : 1 กรกฎาคม 2569

ค่าธรรมเนียมบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต
ไม่เกิน 2.5% ของยอดเบิกถอน
วันที่เริ่มบังคับใช้ : 1 กรกฎาคม 2569
ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี บัตรอิเล็กทรอนิกส์
- บัตร ATM พื้นฐาน : รวมกันไม่เกิน 150 บาท/ปี
- บัตรเดบิตพื้นฐาน : รวมกันไม่เกิน 200 บาท/ปี
วันที่เริ่มบังคับใช้ : 1 กันยายน 2569

ค่าธรรมเนียมธุรกรรมการชำระเงิน (ค่าข้ามเขต-ค่าคู่สาย)
การฝาก/ถอน/โอนที่สาขา, การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET), การฝากเช็ค
ฟรีค่าธรรมเนียม (ยกเว้นการฝาก/ถอนเงินสดข้ามเขตที่สาขา ให้เก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 0.05% ของมูลค่าธุรกรรม)
ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (Commission In Use of Exchange)
ลดค่าบริการเหลือไม่เกิน 0.125% ของจำนวนเงิน และห้ามเรียกเก็บกรณีโอนเงินระหว่างบัญชีภายในธนาคารเดียวกัน
วันที่เริ่มบังคับใช้ : 1 กรกฎาคม 2569
การฝาก/ถอน/โอนที่ตู้อัตโนมัติ, การรับชำระค่าสินค้าและบริการ
ฟรีค่าธรรมเนียม (ยกเว้นการฝาก/ถอนเงินสดข้ามเขตที่สาขา ให้เก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 0.05% ของมูลค่าธุรกรรม)
ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment ภายในวัน
ไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ
วันที่เริ่มบังคับใช้ : 1 กันยายน 2569

ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต
ไม่เกิน 100 บาท/รายการ (สำหรับการโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)
ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน Commission In Use of Exchange
สำหรับบุคคลธรรมดา และ SMEs เรียกเก็บขั้นต่ำได้ไม่เกิน 300 บาท และสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
วันที่เริ่มบังคับใช้ : 1 ตุลาคม 2569

ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SMEs
ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (Front-end fee)
ไม่เกิน 2.5% (กรณีวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท ห้ามเรียกเกิน 250,000 บาท)
ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (term loan), ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน (revolving loan)
ฟรี (ยกเว้นลูกค้าได้รับวงเงินเพิ่ม สามารถเก็บค่าธรรมเนียมได้เฉพาะวงเงินที่เพิ่มขึ้น)
ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด กรณี term loan (prepayment fee)
คิดไม่เกิน 3% ของยอดเงินต้นคงค้าง (ฟรีค่าธรรมเนียม กรณีชำระเงินต้นมากกว่า 50% ของยอดที่เบิกใช้จริง หรือ/และ ชำระหนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 50% ของระยะเวลาการชำระหนี้ นับจากวันที่มีการเบิกใช้เงิน)
ค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (cancellation fee)
ฟรี เฉพาะกรณีเรียกเก็บค่าบริการเพื่อชดเชยต้นทุนการสำรองวงเงิน/ค่าบริการผูกพันวงเงินสินเชื่อ (commitment fee) ไปแล้ว หรือลูกหนี้ได้เบิกใช้วงเงินแล้วไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งจำนวน จากเดิมคิด 3% ของวงเงิน
วันที่เริ่มบังคับใช้ : 1 กันยายน 2569

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงหลักการของมาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่ ว่าเป็นการพยายามสร้างมาตรฐานค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน ทั้งเทียบกับต้นทุนและเทียบกับอุตสาหกรรม เพื่อต่อไปนี้จะได้เป็นธรรมสำหรับรายย่อยและ SMEs ที่ใช้บริการ และจะทำให้การเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินพื้นฐานของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเป็นมาตรฐานเดียวกัน ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา ธปท. พบการเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการที่ยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น บางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังเก็บค่าบริการอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าบริการบางรายการที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บยังแตกต่างกันมาก หรือค่าบริการบางรายการยังมีหลักการคิดที่สะท้อนต้นทุนได้ไม่ชัดเจน
ดังนั้น จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งปรับลดหลายรายการลงให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายการอื่น ค่าบริการรายการใหม่ หรือปรับอัตราดอกเบี้ย เพื่อทดแทนค่าบริการที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บได้ลดลงอันเนื่องมาจากหลักเกณฑ์ตามประกาศฉบับนี้ โดยไม่รวมถึงกรณีที่ผู้ให้บริการมีเหตุจำเป็น เช่น ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การสิ้นสุดระยะเวลาส่งเสริมการขาย หรือความเสี่ยงของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป
ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ให้บริการต้องคืนเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บเกินกว่าที่หลักเกณฑ์กำหนดให้แก่ลูกค้านับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับ รวมถึงต้องจัดทำแผนและกรอบระยะเวลาดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
สำหรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 23/2569 เรื่อง การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ โดยการปรับต่าง ๆ จะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้ผู้ให้บริการมีระยะเวลาในการปรับระบบงาน