ค้าปลีกปั้น ‘สปอร์ตเทนเมนต์’ ดึงสายออกกำลังกายเข้าห้าง
ทุนค้าปลีกปั้น “สปอร์ตเทนเมนต์” เสริมแม็กเนตรับเมกะเทรนด์สังคมอายุยืน-กระแสออกกำลัง “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” ดึง D-Sports Stadium ปักธงแฟลกชิป ด้าน “เครือสหพัฒน์” จับมือ Golfzon จากเกาหลีใต้ เปิดกอล์ฟในร่มเสริมแกร่งคิงบริดจ์พระราม 3 J-Park ศรีราชา ส่วน “JAS Asset” ผุดโมเดล Community ผสานกีฬาและเวลเนสเพิ่มทราฟฟิก
นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธานบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และกรรมการ บริษัท ทีโอเอ-พีพีไอเอช จำกัด ผู้ให้บริการ D-Sports Stadium ศูนย์รวมกีฬาและสวนสนุกในร่ม กล่าวว่า ตลาดการเล่นกีฬาเพื่อความบันเทิง หรือ Sportainment มีแนวโน้มเติบโตและศักยภาพสูง ด้วยแรงหนุนของเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการกิจกรรมนอกบ้านที่สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ทั้งครอบครัวและกับกลุ่มเพื่อน
สอดคล้องกับตลาดกีฬาของไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 218,000 ล้านบาท และเติบโตประมาณ 7% เช่นเดียวกับธุรกิจฟิตเนสและการดูแลสุขภาพที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับฐานสมาชิกของ D-Sports Stadium สาขาทองหล่อ ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกประมาณ 12,000 คน แล้ว
ปั้นแฟลกชิป เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์
บริษัทจึงทุ่มงบฯ 50 ล้านบาท สร้าง D-Sports Stadium สาขาแฟลกชิปที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ บริเวณชั้น 3 บนพื้นที่ 2,500 ตร.ม. ซึ่งใหญ่กว่าสาขาทองหล่อถึง 50% พร้อม เป้าดึงดูดผู้บริโภคในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วยโซนเครื่องเล่นต่าง ๆ มากกว่า 30 รูปแบบ อาทิ สนามแบดมินตันขนาดมาตรฐาน, พิกเกิลบอล (Pickleball) และบาสเกตบอล 3×3 รวมถึงพื้นที่ Entertainment, Party Room, Kid Zone และ Family Zone เป็นต้น
รวมถึงไฮไลต์สำคัญอย่าง HADO กีฬาเสมือนจริงที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality และสนามเบสบอลและเครื่องจำลองการตี-ขว้างลูกเบสบอลนำเข้าจากญี่ปุ่น
โดยผู้ใช้บริการชำระค่าบริการครั้งเดียวและสามารถใช้บริการกิจกรรมทั้งหมด พร้อมแพ็กเกจสำหรับองค์กร ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเพิ่มการใช้บริการในช่วงวันธรรมดา ทั้งนี้ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกจาก 12,000 รายเป็น 30,000 รายภายในสิ้นปี 2569 และมียอดสมาชิกและผู้ใช้บริการมากกว่า 20,000 คน ภายในปีแรกของการเปิดให้บริการ
“คอมมิวนิตี้กีฬา” ดึง Traffic
สอดรับกับนายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาและบริหารคอมมิวนิตี้มอลล์ อาทิ เดอะ แจส, แจส กรีน วิลเลจ, แจส เออเบิร์น และแจส วิลเลจ ที่กล่าวว่า พื้นที่คอมมิวนิตี้กีฬาที่เพียบพร้อมไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน เป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญที่คอมมิวนิตี้มอลล์ของบริษัทใช้ชิงความได้เปรียบและดึงดูดลูกค้าในตลาดศูนย์การค้า โดยไม่ต้องแข่งขันด้านขนาดพื้นที่กับห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ยักษ์รายอื่น ๆ ในตลาด
เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาไม่เพียงให้ประโยชน์จากค่าเช่าสนามรายชั่วโมงแบบเดิม แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้าง Traffic หมุนเวียนภายในศูนย์การค้าตลอดทั้งวัน โดยสะท้อนจากข้อมูลสถิติที่ชี้ว่าคอมมิวนิตี้กีฬาสามารถสร้างแรงดึงดูดให้กลุ่มครอบครัวและคนทำงานเข้ามาใช้เวลาภายในโครงการได้นานขึ้น ซึ่งส่งผลบวกและอานิสงส์โดยตรงต่อยอดขายของร้านค้า ร้านอาหาร และส่วนบริการอื่น ๆ ในศูนย์การค้า
โดยอาศัยการปั้นโมเดล Mixed-Use ให้กลายเป็นระบบนิเวศแห่งการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ หรือ “Community Living Ecosystem” เพื่อรองรับเทรนด์และโครงสร้างสังคมที่มีแนวโน้มอายุยืนยาวขึ้น
JAS ตั้ง Sport Club ชิงลูกค้า
โดยมีโครงการ “แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน” เป็นหัวหอกและเป็นต้นแบบสำคัญตามแนวคิดนี้ ซึ่งจุดเด่นที่ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาหมุนเวียนภายในศูนย์ คือ JAS Sport Club พื้นที่คอมมิวนิตี้กีฬารูปแบบใหม่ที่เพียบพร้อมไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานระดับมาตรฐาน
มีไฮไลต์สำคัญอย่างสนามแบดมินตันปรับอากาศระบบปิด และกีฬาที่กำลังเป็นกระแสความนิยมและเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างพิกเกิลบอล (Pickleball)
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัว “ซีเนร่า คลินิกกายภาพบำบัด” ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ ซึ่งถือเป็นการสร้างการเติบโตร่วมกันกับโซนกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการแก้ปัญหาและรองรับความต้องการของกลุ่มผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา กลุ่มมนุษย์เงินเดือนและคนเมืองที่มีภาวะออฟฟิศซินโดรม
รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในโครงการและชุมชนโดยรอบ ถือเป็นการเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมายหลากหลายช่วงเจเนอเรชั่น (Multi-Generation) ให้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์และใช้บริการในพื้นที่เดียวกันได้อย่างยั่งยืนและครบวงจร
สหพัฒน์ผุด “กอล์ฟในร่ม”
ด้านนายซองรัก พโย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคโทร จำกัด ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า กอล์ฟในร่มเป็นอีกกีฬาที่มีโอกาสเติบโต เนื่องจากสภาพอากาศของไทยที่ทั้งร้อนจัดและฝนตกชุก ทำให้การเล่นกอล์ฟกลางแจ้งมีข้อจำกัด จึงเป็นโอกาสระบบสนามกอล์ฟจำลองในร่มที่สามารถเล่นได้ตลอดทั้งปี
และเพื่อต่อยอดแนวคิดนี้บริษัทจึงลงนามเอ็มโอยู กับกอล์ฟซอน (Golfzon) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีสนามกอล์ฟจำลองจากเกาหลีใต้ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดในเกาหลีใต้ประมาณ 71% เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจสนามกอล์ฟในร่มในประเทศไทย
โดยเตรียมเปิด Golf Center จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ (KingBridge Tower) พระราม 3 ซึ่งมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคในกรุงเทพฯ และ J-Park Community Mall อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับทั้งผู้บริหาร นักกอล์ฟในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และชาวญี่ปุ่นที่อาศัยและทำงานในพื้นที่
ด้วยจุดเด่นอย่างระบบ Motion Plate ที่สามารถปรับระดับและองศาพื้นบริเวณจุดตีให้สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศของสนามจำลอง รวมถึงระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วและทิศทางของลูกกอล์ฟ เพื่อจำลองการเล่นให้ใกล้เคียงกับสนามจริง พร้อมวางเป้าหมายขยายใช้เทคโนโลยีนี้ขยายฐานผู้เล่นกอล์ฟไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานและผู้หญิงอีกด้วย
“เซ็นทรัลพาร์ค” จับสายสุขภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการเซ็นทรัลพาร์คเป็นอีกหนึ่งโครงการค้าปลีก-มิกซ์ยูสที่ใช้การออกกำลังเป็นหนึ่งในแม็กเนตดึงดูดลูกค้า โดยอาศัยทำเลที่อยู่ติดสวนลุมพินี และการสร้างสวนลอยฟ้าขนาดประมาณ 7 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 4 ถึงชั้น 7 พร้อมเส้นทางสำหรับเดินหรือวิ่งจ็อกกิ้ง
พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ออกกำลังกายบริเวณ Refresh Zone ชั้น 6 ประกอบด้วยห้องอาบน้ำ 3 ห้อง ล็อกเกอร์ 10 ตู้ และห้องน้ำอีก 2 ห้อง ซึ่งสามารถจองคิวใช้งานผ่าน Line @dusitcentralpark รวมถึงจัดกิจกรรมเต้นแอโรบิกกลางแจ้งนำเต้นโดยผู้เชี่ยวชาญ เป็นประจำทุกวันพุธ โดยเปิดให้เข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา