แสนสิริอวดยอดขายครึ่งปีแรก 2.55 หมื่นล้าน เร่งสปีดเปิด 21 โครงการ ชูไฮไลต์ “มหาอาณาจักร” 1,000 ไร่ย่านราชพฤกษ์
แสนสิริ
แสนสิริกวาดยอดขายครึ่งปีแรก 2.55 หมื่นล้าน ทะลุครึ่งเป้าทั้งปี จากการโซลด์เอาต์ 12 โครงการ ครึ่งปีหลังเร่งสปีดเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้าน ชูไฮไลต์ เอสควอเตอร์-ราชพฤกษ์คอมมิวฯ “มหาอาณาจักร” ที่อยู่อาศัยใหญ่ที่สุด 1,000 ไร่
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรก (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569) แสนสิริสามารถทำยอดขายรวมได้ 25,500 ล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปี (48,000 ล้านบาท) ทะลุเป้าหมายครึ่งปีแรกตามแผนดำเนินงาน สะท้อนชัดถึงความไว้วางใจสูงสุดของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ และความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
สำหรับครึ่งปีหลัง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกจะยังมีความท้าทาย โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปลดล็อกกำลังซื้อ
ทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัยจริง และกลุ่มนักลงทุน แต่ความพร้อมของพอร์ตโฟลิโอบริษัทที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ จะสามารถตอบรับการฟื้นตัวของตลาดรอบนี้ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการยอดขายรอโอน (Backlog) ในมือกว่า 27,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ 40% หนุนรายได้ครึ่งปีหลัง

เปิดผลงานครึ่งปีแรก โซลด์เอาต์แล้ว 11 โครงการ
นายวิชาญระบุอีกว่า ช่วงครึ่งปีแรกแสนสิริปิดการขายไปแล้วถึง 12 โครงการ มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท (เช่น บูก้าน กรุงเทพกรีฑา, บุราสิริ พระราม 2, สราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต, เดอะ ไลน์ ไวบ์, เอ็กซ์ที พญาไท) และมียอดจ่อคิวปิดการขายอีก 8 โครงการ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท
เริ่มที่ 1.โครงการแนวสูงจากกลยุทธ์การส่งมอบโครงการพร้อมอยู่ในกลุ่ม Premium เพื่อตอบรับเรียลดีมานด์ ควบคู่กับการเปิดแบรนด์ใหม่ และนำแบรนด์ที่มีภาพจำแข็งแกร่งกลับมา พร้อมกับเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกที่มีศักยภาพ เกิดเป็นกระแสไวรัลที่ลูกค้าแห่ต่อคิวจองคอนโดฯ ล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ ประเดิมด้วยเลิฟ เจริญนคร และถัดมาคือเอ็กซ์ที เทน เอกมัย
นอกจากนี้ คอนโดฯ เปิดใหม่ล่าสุดในเดือนมิถุนายน คือ ดีคอนโด วีเต พัทยา (โปรเจ็กต์ที่ 3 ในย่าน) กวาดยอดขายสูงถึง 90% หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่วัน ด้วยราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท และเวย์ พระราม 9 คอนโดฯ ใหม่พร้อมอยู่เน้นกลุ่มเรียลดีมานด์พร้อมโอนทันที
ส่วนกลุ่ม Rare Asset คอนโดฯ พร้อมอยู่ใจกลางเมือง อย่าง เวีย 34 และเวีย 61 มียอดโอนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พอร์ต Strategic Location เริ่มต้นด้วยภูเก็ตอย่าง เดอะ เบส เชิงทะเล ยอดขายพุ่งแตะ 90% ถัดมาที่เดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น รวมถึงโซนเชียงใหม่ และ EEC ที่สร้าง Rental Yield ในระดับสูงดึงดูดนักลงทุนปล่อยเช่าและชาวต่างชาติได้ดี
2.แนวราบอย่างแบรนด์อณาสิริ ระดับราคา 3 – 7 ล้านบาท ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ กวาดยอดขายรวมกว่า 350 ยูนิต โดยเฉพาะ 2 โครงการใหม่ อณาสิริ พระราม 5 – สิรินธร และอณาสิริ ศรีนครินทร์ – แพรกษา 2 ปิดการขายเฟสแรกทันทีภายใน 2 วัน กวาดยอดไปทะลุ 400 ล้านบาท เช่นเดียวกับโครงการเศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมจนปิดเฟสแรกได้ในรอบพรีเซล
ส่วน Sansiri Luxury Collection อย่างนาราสิริที่โชว์ฟอร์มปิดการขายเฟสแรกในช่วงพรีเซล ทั้งที่โครงการกรุงเทพกรีฑาและบรมราชชนนี มีการเปิดเฟสใหม่เพื่อรองรับความต้องการ พร้อมชี้เป้า 3 ทำเลทองแนวราบที่เติบโตโดดเด่นที่สุด ได้แก่ 1. ดอนเมือง ฮับใหญ่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ ราคาประเมินที่ดินโตเฉลี่ย 11% ต่อปี และสร้าง Rental Yield สูงถึง 7%, 2.รามอินทรา – จตุโชติ รองรับกลุ่มครอบครัวขยาย ได้อานิสงส์จากส่วนต่อขยายทางด่วนฉลองรัช และ 3.ประชาอุทิศ โซนมาแรงที่รองรับลูกค้าขยายตัวจากพระราม 3 – สาทร เชื่อมต่อวงแหวนฯ และมอเตอร์เวย์ M82 สู่หัวหินในอนาคต

ไฮไลต์ครึ่งปีหลัง มหาอาณาจักร 1,000 ไร่
นายวิชาญกล่าวเพิ่มเติมว่า “แผนเชิงรุกในครึ่งปีหลังนี้ เดินหน้าเปิด 21 โครงการใหม่ (แนวราบ 12 โครงการ, คอนโดมิเนียม 9 โครงการ) มูลค่า 27,000 ล้านบาท และจะโฟกัสที่การบริหารโครงการพร้อมอยู่ควบคู่กับการเปิดบิ๊กโปรเจ็กต์ระดับไอคอนิกในทำเลศักยภาพสูง ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต
โดยไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย กลุ่มแนวราบ เดินหน้าเปิดตัวบ้านเดี่ยวลักเซอรี่พร้อมกัน 3 โครงการ (เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง, เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ และบุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา) และ Wellness Community แห่งแรกของแสนสิริ บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ ติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ และราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้ มหาอาณาจักรที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดของแสนสิริบนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่
พร้อมขยายการลงทุนในตลาดภูเก็ตภายใต้แบรนด์เดอะ เทลส์ พูลวิลล่าระดับลักเซอรี่ สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมอยู่ เตรียมเปิดให้เข้าชมเร็ว ๆ นี้
ส่วนกลุ่มคอนโดฯ เปิดใหม่ เดินหน้าเปิดโครงการต่อเนื่อง นำโดย เดอะ โมนูเมนต์ สาทร, โครงการใหม่แบรนด์เฮาส์ (HAUS) ใน T77, แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล และการบุกทำเลทองที่ภูเก็ตโซนในเมืองและโซนท่องเที่ยว (สามกอง ป่าตอง) นอกเหนือจากนี้ยังมีทัพโครงการพร้อมอยู่อีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 18,300 ล้านบาท ที่สามารถสร้างการรับรู้รายได้ให้กับบริษัทได้ทันที
ทั้งนี้ สำหรับมุมมองต่อภาพรวมตลาด แสนสิริประเมินว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัว สังเกตได้จากสถิติตัวเลขภายในของแสนสิริ ทั้งในแง่ของยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่เริ่มเห็นผู้ประกอบการรายอื่น ๆ กลับมาดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและเปิดตัวโครงการใหม่อย่างคึกคัก ซึ่งความพร้อมทางด้านแบรนด์และพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายของแสนสิริจะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการครองความเป็นผู้นำตลาด