เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฟิทช์ เรทติ้งส์ จับตาผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรกของไทยแบกหนี้สูง-เสี่ยงรีไฟแนนซ์ยาก
Finance ฟิทช์ เรทติ้งส์ จับตาผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรกของไทยแบกหนี้สูง-เสี่ยงรีไฟแนนซ์ยาก
ผู้ส่งออกกุ้งมีลุ้น! “สุริยะ” คาดไม่เกิน 30 วัน ไทยส่งกุ้งไปมาเลเซียได้ปกติ
Economic ผู้ส่งออกกุ้งมีลุ้น! “สุริยะ” คาดไม่เกิน 30 วัน ไทยส่งกุ้งไปมาเลเซียได้ปกติ
อำลาผู้สร้างตำนาน ‘เด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโด’ โก๋แก่…มันทุกเม็ด หัวใจนักสู้จนวันสุดท้าย
Biz Movement อำลาผู้สร้างตำนาน ‘เด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโด’ โก๋แก่…มันทุกเม็ด หัวใจนักสู้จนวันสุดท้าย
รัฐบาลฮึ่มเริ่มใช้ KPI หน่วยงานใดผลงานสอบตก ต้องถูกลดงบปี 71
Politics รัฐบาลฮึ่มเริ่มใช้ KPI หน่วยงานใดผลงานสอบตก ต้องถูกลดงบปี 71
กรุงไทย ออกเงินฝากประจำสกุลเงินต่างประเทศ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ต่อปี
Finance กรุงไทย ออกเงินฝากประจำสกุลเงินต่างประเทศ ดอกเบี้ยสูงสุด 4% ต่อปี
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ก.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ก.ค. 2569
เปิด 10 ไฮไลต์ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ แลนด์มาร์กใหม่นนทบุรี เปิด 3 ก.ค. นี้
Business เปิด 10 ไฮไลต์ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ แลนด์มาร์กใหม่นนทบุรี เปิด 3 ก.ค. นี้
เปิดบทสัมภาษณ์ “ศุภชัย” ย้ำชัด ความมุ่งมั่นโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน หลังคำสัมภาษณ์ถูก “บิดเบือน”
Economic เปิดบทสัมภาษณ์ “ศุภชัย” ย้ำชัด ความมุ่งมั่นโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน หลังคำสัมภาษณ์ถูก “บิดเบือน”
เปิดแผน Midterm 2030 ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ลดพลาสติกใหม่-คาร์บอน
SD เปิดแผน Midterm 2030 ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ลดพลาสติกใหม่-คาร์บอน
DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค. นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
Finance DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค. นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
ดูทั้งหมด

หุ้นเทค-AI ถูกถล่มขาย/ทองคำหลุด 4,000 เหรียญ

01 ก.ค. 2569 | 06:45น.

ตลาดหุ้นโลกผันผวนหนัก หุ้นเทค-AI ถูกถล่มขาย-ทองคำร่วงหลุด 4,000 เหรียญ “บล.อินโนเวสท์ เอกซ์” ชี้เงินหมุนหนีหุ้นเทค ตลาดกังวลเม็ดเงินลงทุนหุ้น AI-ราคาขึ้นมามากแล้ว “KTAM” ชี้ใกล้ประกาศงบฯ ไตรมาส 2 ราคายิ่งผันผวนหนัก บลจ.เมอร์ชั่นฯ มองหุ้น AI เล่นได้เน้นกลุ่มบิ๊กเทค เชื่อฟองสบู่ยังไม่แตกตอนนี้ บลูมเบิร์กเผยกองทุน Leveraged ETF ปัจจัยสำคัญทำให้ตลาดหุ้นโลกผันผวนหนัก

นักลงทุนย้ายกลุ่มหนีหุ้นเทค

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นโลก โดยหุ้นเทค หรือหุ้น AI ที่ตกแรงในช่วงที่ผ่านมา มีข้อมูลว่าเงินไม่ได้ออกจากตลาดหุ้น แต่กำลังหมุนอย่างรุนแรง  ย้ายไปสู่หุ้นพื้นฐานมั่นคงกลุ่มอื่น ๆ หลังตลาดกังวลว่าหุ้นกลุ่ม AI ราคาขึ้นมามากเกินไป ทำให้เกิดการเทขายออกมา

“กองทุนหุ้นสหรัฐที่ลงทุนตามดัชนียังมีเงินไหลเข้าแรงเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ในรอบเดือน  ขณะที่เงินไหลเข้าหุ้นเติบโต (Growth) ซึ่งเป็นหัวใจของธีม AI กลับหดจากเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ภูมิภาคเอเชียเงินเข้าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลงจากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ เหลือไม่ถึง 2 พันล้านดอลลาร์  รวมทั้งตลาดจีนและฮ่องกงยังถูกเทขายต่อเนื่อง ส่วนญี่ปุ่นที่เดือนก่อนเงินไหลออกหนักกลับพลิกเป็นไหลเข้าเล็กน้อย ทั้งหมดคือภาพของเงินทุนที่กำลังหมุนหนีจากกลุ่มเทค”

โดยกระแสหุ้น AI ตอนนี้มี 2 ด้าน คือมุมหนึ่งมองว่า AI มีศักยภาพเติบโตได้ ช่วยเพิ่มผลิตภาพในการผลิตได้จริง  อีกมุมคือ มีความกังวลว่าบริษัทเทคเหล่านี้มีการลงทุนมากเกินไป โอกาสที่จะได้เงินกลับคืนมายังเห็นค่อนข้างน้อย รวมถึงยังไม่เห็นโมเดลการเติบโตจริง ๆ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล

“ขณะที่หุ้นเหล่านี้ขึ้นมาค่อนข้างเยอะแล้ว จึงหาจังหวะเทขายออกมาช่วงนี้ต้องบอกว่าค่อนข้างอ่อนไหว  ทั้งนี้ในมุมเราก็มองว่าหุ้นเหล่านี้ยังมีศักยภาพเติบโตได้ แต่ด้วยความกังวลของตลาดที่มีมากขึ้น การเปลี่ยนกลุ่มเล่นก็ถือว่าทำได้ เพื่อบริหารความเสี่ยง ถ้าลงทุนในสหรัฐก็อาจจะดูกลุ่มเฮลท์แคร์ที่ดูมีศักยภาพระดับหนึ่งและราคาถูกลง หรือแม้แต่หุ้นซอฟต์แวร์ก็ลงทุนได้” 

ดร.ปิยศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนตลาดหุ้นไทยบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีส่วนใหญ่เป็นปลายน้ำของซัพพลายเชน ซึ่งระยะสั้นก็สามารถลงทุนได้  โดยสามารถดูล้อไปกับกระแส AI โลกได้ จากที่ไทยมีการนำเข้าสินค้ามาประกอบเพื่อส่งออกสูง โดยหุ้นไทยในธีมซัพพลายเชนหุ้นเทค และการกระจายความเสี่ยงที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ แนะนำลงทุนช่วงนี้มี 5 ตัว ได้แก่ HANA, WHA, GULF, CENTEL และ CPN 

หุ้น AI “ผันผวนหนัก” ลุ้น Q2

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) กล่าวว่า ช่วงนี้หุ้นเทค หรือหุ้น AI ปรับขึ้นแรง หรือลงแรง  แนะนำว่าต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน เพราะเป็นช่วงที่นักลงทุนกำลังรอดูผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่จะประกาศออกมาช่วงกลางเดือน ก.ค. นี้

“ยิ่งใกล้ประกาศผลประกอบการความผันผวนยิ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองถึงการใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล จะออกดอกออกผลอย่างไร  รายได้จะเป็นไปตามคาดหวังหรือไม่ หรือต่ำกว่าก็จะมีผลกระทบในเชิงลบ  อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งปวงเกิดจากที่ปีนี้ตลาดปรับขึ้นมาค่อนข้างเยอะ ก็เลยเป็นที่มาว่าหุ้นเทคอาจถึงช่วงพักการไต่ระดับ อย่างไรก็ดีมองว่าหุ้นเทค หรือหุ้น AI น่าจะยังไปต่อได้ ไม่น่าถึงจุดที่จะเกิดฟองสบู่” 

นางชวินดากล่าวว่า ในส่วนผู้จัดการกองทุนก็ต้องระมัดระวัง และมอนิเตอร์ตลอดเวลาเช่นกัน หากมีความผิดปกติก็ต้องเทกแอ็กชั่นเร็ว ถ้าเป็นการลงทุนกองต่างประเทศก็แนะนำลูกค้าให้ระมัดระวังการลงทุนในกองทุนปีนี้ ซึ่งจะเห็นข้อมูลว่านักลงทุนก็เข้าไวออกไว ซื้อแล้วไม่เป็นตามคาดหวังก็ออกเลย ซึ่งพฤติกรรมของนักลงทุนก็สะท้อนความกังวล

ทองคำยังไม่จบ “ขาขึ้น”

นางชวินดากล่าวว่า สำหรับการลงทุนในทองคำ แนะนำให้รอไปก่อน เนื่องจากราคาทองจะมีความสัมพันธ์กับเงินดอลลาร์อย่างค่อนข้างชัดเจน  โดยหากสหรัฐยังมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยก็ไม่สามารถวางใจได้ในเรื่องทองคำ เพราะเงินดอลลาร์ก็ยังมีโอกาสแข็งค่าขึ้นอีก สอดคล้องกับสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเรื่องขึ้นดอกเบี้ย

“คิดว่าทองยังไม่ได้จบขาขึ้น เพียงแต่พักฐาน ซึ่งคงพักระดับหนึ่ง เพราะปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ยังไม่นิ่ง อย่างปีที่แล้วปัจจัยดอกเบี้ยเป็นคุณกับทองอย่างชัดเจน  แต่ปีนี้พอเกิดสงคราม มีความไม่ชัดเจนเข้ามา ก็เริ่มไปทางลบกับทอง ประกอบกับราคาทองก็ขึ้นมาเยอะมากแล้ว ก็เลยมีการพักฐาน พร้อมกับปัจจัยที่เข้ามาแทรกด้วย ส่วนจะลงไปถึงไหนบอกยาก ต้องรอ ต้องใจเย็น ๆ เพราะมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เข้ามากระทบ” 

ฟองสบู่ยังไม่แตก

ด้านนายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ กล่าวว่า ช่วงนี้หุ้นสหรัฐที่ขึ้นแรง-ลงแรงจะเป็นกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เรียกว่าเป็นหุ้นหางแถวในอุตสาหกรรม AI เช่น หุ้นเกี่ยวกับเมมโมรี่ชิป  ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หรือคลาวด์ กลุ่มนี้ปรับขึ้นหรือเหวี่ยงลงแรง แต่ถ้าหุ้นเทคขนาดใหญ่ อย่างกลุ่มหุ้น 7 นางฟ้า จะไม่ค่อยขึ้น ทำให้เกิดกระแสความกังวลว่าหุ้นที่ขึ้นมาตั้งแต่เดือน เม.ย.-พ.ค. ฟองสบู่กำลังจะแตกหรือยัง

“ที่ผ่านมา 2-3 เดือนหุ้นแต่ละตัวขึ้นกว่า 100% เยอะมาก ซึ่งมองว่าฟองสบู่มันแตกอยู่แล้ว แต่ยังไม่แตกตอนนี้ เพราะรายจ่าย การลงทุนในอุตสาหกรรมที่พุ่งขึ้น เพิ่งมายุ่งกับระบบสถาบันการเงินไม่นาน ฟองสบู่จะแตกได้ต้องทวีคูณมากกว่านี้ ต้องมีการไปยุ่งกับสถาบันการเงินมากกว่านี้ คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก และที่สำคัญกลางเดือน ก.ค. จะมีรายงานผลประกอบการซึ่งคิดว่าออกมาไม่แย่ และแนวโน้มน่าจะดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1 ด้วย ก็น่าจะได้มีแรงเก็งกำไรกันอีกระลอกหนึ่ง” 

นายประกิตกล่าวอีกว่า สำหรับตนไม่ได้มองความผันผวนที่เกิดขึ้นว่าน่ากังวล โดยมองว่าหุ้น AI หุ้นเทคเหล่านี้ยังเล่นได้ แต่ถ้าเป็นหุ้นสหรัฐก็เน้นกลุ่ม Hyperscaler ไปเลย เนื่องจากที่ผ่านมาราคาหุ้นดรอปลงมามาก เช่น Amazon, Alphabet, Microsolf, Apple, Nvidia เป็นต้น แต่พวกหุ้นชิป อย่าง SanDisk, Micron  ก็เล่นได้ แต่ราคาจะแพง และเหวี่ยงพอสมควร

“ถ้าเป็นหุ้นไทยช่วงนี้ค่อนข้างสบายใจ เพราะว่าตลาดมีความเชื่อมั่นกันมากขึ้น ภายใต้สมมติฐานที่ว่าสงครามสหรัฐกับอิหร่านสงบศึกกันชั่วคราว ซึ่งเวลาความมั่นใจมาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะมาก่อน  รองลงมาก็กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA รองลงมาก็กลุ่มโรงไฟฟ้า อย่าง GULF, BGRIM สุดท้ายก็พวกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง HANA, KCE โดยทั้งหมดมาจากเปเปอร์ของบลูมเบิร์กที่ออกมาว่า ไทยเป็นดาวรุ่งด้าน AI ซัพพลายเชน เรื่องนี้ก็ดูมีความเป็นไปได้ ทั้งมีโอกาสเป็นศูนย์กลางของ Data Center ในภูมิภาค”

ทองคำหลุด 4,000 เหรียญ

สำหรับการลงทุน “ทองคำ” ช่วงนี้ นายประกิตกล่าวว่า ไม่น่าสนใจแล้ว เพราะราคาเริ่มอยู่กับที่ เนื่องจากทองคำจบรอบขาขึ้นไปนานแล้ว  อย่างไรก็ดีตนมองว่าแย่สุด ราคาน่าซึมแบบไซด์เวย์ ไม่น่าจะถึงขนาดราคาไหลลงแรงมากไปกว่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบปี 2569 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. โดยระหว่างวันทอง Spot ทำจุดต่ำสุดที่ 3,961 ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำแท่งลงมาจุดต่ำสุดที่ 62,550 บาท ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ขณะที่เพจ MTS GOLD ของห้างทองแม่ทองสุก ระบุว่า ราคาทองคำหลุดแนวรับจิตวิทยา 4,000 เหรียญ โดยช่วงเช้าวันที่ 30 มิ.ย. ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 3,942 เหรียญ หลังตลาดกังวลสัญญาณขัดแย้งในการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน 

กู้เงินเก็งกำไรหุ้นชิป-ฟองสบู่ AI ? 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมากระแสความนิยมเข้าลงทุนในหุ้นชิป – AI ยังคงร้อนแรง และมีความผันผวนอย่างมาก รวมถึงเกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะ “ฟองสบู่” ในกลุ่มชิปเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเกิดจากกระแส AI  จุดชนวนความกังวลที่สำคัญ คือการกู้เงินมาเพื่อซื้อหุ้นชิป-AI ตามกระแสของโลก เมื่อราคาสินทรัพย์ร่วงหนักอาจนำไปสู่การบังคับขายใช้หนี้ลามเป็นวงกว้าง 

ความกังวลครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นชิปเกาหลีอย่าง Samsung Eletronics และ SK Hynix ผันผวนอย่างรุนแรง  และหุ้นสองตัวนี้มีมูลค่าราคาตลาดเกินกว่าครึ่งของตลาดหุ้น Kospi 

หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้ระบุว่า การอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยใช้เครื่องมือ Leverage อาจเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง  และการเก็งกำไรที่สูงเกินไปในหุ้นชิปเหล่านี้อาจเป็นต้นตอความปั่นป่วนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทั้งหมด 

บลูมเบิร์กรายงานว่า การใช้ Leveraged ETF กองทุนที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนในลักษณะทวีคูณ ที่นิยมในหมู่รายย่อย นำไปสู่การจับตาว่าอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความผันผวนรุนแรงในตลาด  โดย Leveraged ETF ทั่วโลกมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 290,000 ล้านดอลลาร์ เป็นสัดส่วนของตลาดเอเชียกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนสหรัฐสูงกว่า 220,000 ล้านดอลลาร์

โดยกลุ่มหุ้นชิป-AI มี Leveraged ETF รายสำคัญ เช่น Direxion Daily Semiconductor Bull and Bear 3X ETFs หรือตัวย่อ SOXL และ SOXS  เป็นกองทุนรวมดัชนีที่ใช้เงินกู้ยืมและตราสารอนุพันธ์มาเพิ่มผลตอบแทน โดยได้รับการออกแบบมาให้สร้างผลตอบแทนรายวันเป็น 3 เท่าของดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

ทั้งในฝั่งกู้ยืมเดิมขาขึ้น (SOXL) มีปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันราคาเฉลี่ยขึ้นกว่า 248% ใน 6 เดือนแรกของปี 2026 สะท้อนว่าในช่วงต้นปีนักลงทุนเดิมพันว่า “ขึ้นอย่างเดียว” พุ่งสูงกว่าสองเท่า ขณะที่ฝั่งขาลง (SOXS) ก็มีปริมาณการซื้อขายสูงผิดปกติในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา มีการซื้อขายถึง 1.41 หมื่นล้านหุ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่านักลงทุนรายย่อยอาจเริ่มกังวลขาขึ้น และกลับมาเดิมพันขาลง เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ในกรณีที่หุ้นชิปร่วงหนัก

ทองคำหลุด 4,000 เหรียญ

สำหรับการลงทุน “ทองคำ” ช่วงนี้ นายประกิตกล่าวว่า ไม่น่าสนใจแล้ว เพราะราคาเริ่มอยู่กับที่ เนื่องจากทองคำจบรอบขาขึ้นไปนานแล้ว  อย่างไรก็ดีตนมองว่าแย่สุด ราคาน่าซึมแบบไซด์เวย์ ไม่น่าจะถึงขนาดราคาไหลลงแรงมากไปกว่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบปี 2569 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. โดยระหว่างวันทอง Spot ทำจุดต่ำสุดที่ 3,961 ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำแท่งลงมาจุดต่ำสุดที่ 62,550 บาท ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ

ขณะที่เพจ MTS GOLD ของห้างทองแม่ทองสุก ระบุว่า ราคาทองคำหลุดแนวรับจิตวิทยา 4,000 เหรียญ โดยช่วงเช้าวันที่ 30 มิ.ย. ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 3,942 เหรียญ หลังตลาดกังวลสัญญาณขัดแย้งในการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน 

กู้เงินเก็งกำไรหุ้นชิป-ฟองสบู่ AI ? 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมากระแสความนิยมเข้าลงทุนในหุ้นชิป – AI ยังคงร้อนแรง และมีความผันผวนอย่างมาก รวมถึงเกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะ “ฟองสบู่” ในกลุ่มชิปเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเกิดจากกระแส AI  จุดชนวนความกังวลที่สำคัญ คือการกู้เงินมาเพื่อซื้อหุ้นชิป-AI ตามกระแสของโลก เมื่อราคาสินทรัพย์ร่วงหนักอาจนำไปสู่การบังคับขายใช้หนี้ลามเป็นวงกว้าง 

ความกังวลครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นชิปเกาหลีอย่าง Samsung Eletronics และ SK Hynix ผันผวนอย่างรุนแรง  และหุ้นสองตัวนี้มีมูลค่าราคาตลาดเกินกว่าครึ่งของตลาดหุ้น Kospi 

หน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้ระบุว่า การอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยใช้เครื่องมือ Leverage อาจเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง  และการเก็งกำไรที่สูงเกินไปในหุ้นชิปเหล่านี้อาจเป็นต้นตอความปั่นป่วนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทั้งหมด 

บลูมเบิร์กรายงานว่า การใช้ Leveraged ETF กองทุนที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนในลักษณะทวีคูณ ที่นิยมในหมู่รายย่อย นำไปสู่การจับตาว่าอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความผันผวนรุนแรงในตลาด  โดย Leveraged ETF ทั่วโลกมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 290,000 ล้านดอลลาร์ เป็นสัดส่วนของตลาดเอเชียกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนสหรัฐสูงกว่า 220,000 ล้านดอลลาร์

โดยกลุ่มหุ้นชิป-AI มี Leveraged ETF รายสำคัญ เช่น Direxion Daily Semiconductor Bull and Bear 3X ETFs หรือตัวย่อ SOXL และ SOXS  เป็นกองทุนรวมดัชนีที่ใช้เงินกู้ยืมและตราสารอนุพันธ์มาเพิ่มผลตอบแทน โดยได้รับการออกแบบมาให้สร้างผลตอบแทนรายวันเป็น 3 เท่าของดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

ทั้งในฝั่งกู้ยืมเดิมขาขึ้น (SOXL) มีปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันราคาเฉลี่ยขึ้นกว่า 248% ใน 6 เดือนแรกของปี 2026 สะท้อนว่าในช่วงต้นปีนักลงทุนเดิมพันว่า “ขึ้นอย่างเดียว” พุ่งสูงกว่าสองเท่า ขณะที่ฝั่งขาลง (SOXS) ก็มีปริมาณการซื้อขายสูงผิดปกติในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา มีการซื้อขายถึง 1.41 หมื่นล้านหุ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่านักลงทุนรายย่อยอาจเริ่มกังวลขาขึ้น และกลับมาเดิมพันขาลง เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ในกรณีที่หุ้นชิปร่วงหนัก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทอง หุ้นเทค