เปิดแผน Midterm 2030 ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ลดพลาสติกใหม่-คาร์บอน
บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล บริษัทเครื่องพิมพ์รายใหญ่ในกลุ่มอาเซียนเปิดแผนสิ่งแวดล้อมระยะสั้นปี 2030 ลดพลาสติกใหม่ 25% ลดคาร์บอน 28.5% พร้อมไต่ระดับใบรับรองกรีนออฟฟิศสู่แพลตตินั่ม
นายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ จากทัศนคติของตนที่คลุกคลีอยู่กับงานด้านความยั่งยืนของบราเดอร์มากว่า 11 ปี
ในฐานะ Sales Company ที่ไม่มีโรงงานผลิตอยู่ในไทย บราเดอร์ไทยอาจดูเหมือนเป็นเพียงปลายทางของห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระดับโลกของกลุ่มบริษัทแม่จากญี่ปุ่นให้เป็นจริงผ่านสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
แต่ภายใต้กรอบการดำเนินงานระดับสากลอย่าง The Brother Group Global Charter และคำมั่นสัญญา “At Your Side” ที่วางกรอบธุรกิจบน 3 แกนหลัก คือ Group Management, Group Growth และ Stakeholders ผสานเข้ากับแนวคิดหลักในการสร้างคุณค่าร่วม หรือ Creating Shared Value (CSV) ใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโซลูชันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สนับสนุนภาคธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนเติบโตเคียงข้างกันไปในระยะยาว
ถ้ามองไปที่ภาพฝันที่ใหญ่ที่สุดซึ่งบริษัทแม่วางกรอบไว้ในชื่อ “Brother Group Environmental Vision 2050” บราเดอร์ได้ปักหมุดหมายในการมุ่งสู่ “Sustainable Society” หรือสังคมที่ยั่งยืน ผ่านเสาหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Maximize Resource Circulation) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ การร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ (Contribution for a Decarbonized Society) และการสร้างผลกระทบเชิงบวกสุทธิต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Positive Net Gain for Biodiversity)
แต่เพื่อให้การขับเคลื่อนจับต้องได้ในระยะใกล้ บริษัทแม่ได้กำหนด “Mid-term Plan 2030” หรือเป้าหมายระยะกลางปี 2030 ขึ้นมา ซึ่งตัวชี้วัดหลักจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์และสแกนเนอร์ (Printing and Scanner: PNS) เป็นหลัก เนื่องจากเป็นสินค้าที่สร้างยอดขายให้กับบราเดอร์ประเทศไทยถึง 80-90% ของพอร์ตทั้งหมด
โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) ลง 28.5% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2022 (ขณะที่เป้าหมายภาพใหญ่ของบริษัทแม่ตั้งเป้าลด CO2 ลง 30% จากระดับปีฐาน 2015) ควบคู่ไปกับการตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ลง 25% ภายในปี 2030 โดยใช้ปี 2022 เป็นปีฐาน
หนึ่งในแนวทางคือผสานประสิทธิภาพเข้ากับหลัก Eco-design ทำ Product Miniaturization ออกแบบเครื่องพิมพ์เลเซอร์และอิงค์แทงก์ให้มีขนาดเล็กลง ลดพื้นที่การใช้งานลงโดยตรงเพื่อลดปริมาณพลาสติกที่ต้องใช้ในกระบวนการผลิต แต่ยังคงประสิทธิภาพการทำงานไว้เพื่อรองรับการใช้งานระยะยาวและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ซึ่งปัจจุบันเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่บางรุ่นสามารถลดการใช้พลาสติกไปได้แล้วถึง 17% เมื่อเทียบกับโครงร่างต้นแบบรุ่นก่อน ๆ
“ด้วยสถานะของบราเดอร์ไทยที่เป็นบริษัทด้านการขาย ไม่มีโรงงานผลิตในประเทศ ภาระหลักของการลดพลาสติกเกิดใหม่และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้นั้น ส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งโรงงานในต่างประเทศ จากเดิมที่บราเดอร์ไทยทำหน้าที่ส่งออกตลับผงหมึกใช้แล้ว กลับไปยังโรงงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล”

นายพรภัคเปิดเผยว่า ปัจจุบันก็กำลังมองหาโครงการในอนาคตที่จะรวมพลาสติกรีไซเคิลจากขยะเครื่องพิมพ์กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง แต่ในฐานะ Sales Company บราเดอร์ไทยเลือกที่จะทำสิ่งใกล้ตัวที่ทำได้ทันทีผ่านโครงการภายในสำนักงาน เช่น การนำฝาขวดน้ำและขวดพลาสติกมาผ่านกระบวนการหมุนเวียนทรัพยากร แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างไม้แขวนเสื้อเพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงโรงพยาบาลรามาธิบดี หรือการเปลี่ยนขวดพลาสติกให้กลายเป็นเส้นใยทำไม้กวาดเพื่อส่งมอบต่อให้กับโรงเรียนและผู้ที่ขาดแคลน
ส่วนเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Conservation) ที่มุ่งสู่แนวคิด “Net Gain” ฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์เท่ากับสิ่งที่บริษัทใช้ไปบราเดอร์ไทยได้ลงมือทำผ่านโครงการปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 17 ปี
โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการวัดผลแบบเดิมๆ ที่นับเพียงจำนวนต้นไม้ หันมาให้ความสำคัญกับ “อัตราการอยู่รอดของต้นไม้” (Survival Rate) ในระยะยาวแทน ผ่านการลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชนบ้านคลองโคนอย่างใกล้ชิญ จนสามารถผลักดันให้อัตราการอยู่รอดของต้นไม้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 80%
ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและชุมชนท้องถิ่น ด้วยการเข้าไปช่วยปรับปรุงระบบไฟฟ้าและโรงอาหารของโรงเรียนวัดคลองโคน มอบอุปกรณ์การศึกษา ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในกิจกรรมขององค์กรเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน
ในส่วนการบริหารจัดการภายในองค์กรผ่านกรอบสำนักงานสีเขียว (Green Office Framework) บราเดอร์ประเทศไทยซึ่งปัจจุบันคว้าใบรับรองในระดับเหรียญทองมาครองได้แล้ว ได้เดินหน้าตั้งเป้าหมายครั้งใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิมเพื่อก้าวไปสู่ระดับแพลตตินั่มภายในปี 2570 ซึ่งใบรับรองระดับทองที่ถืออยู่จะหมดอายุในปี 2571 จึงเป็นเหตุผลที่ทีมงานเร่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
โดยเงื่อนไขสำคัญคือออฟฟิศจะต้องสร้างอัตราการรีไซเคิลขยะให้ได้มากกว่า 45% ทั้งนี้ เมื่อเปิดดูรายงานผลการดำเนินงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมล่าสุดประจำปีงบประมาณ 2025 เปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2024 (FY2025 vs FY2024) จะเห็นความคืบหน้าที่จับต้องได้
โดยในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องลดลงอย่างน้อย 2% นั้น ทางฝั่งสำนักงานใหญ่ (HQ) สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 1.9% และลดการใช้กระดาษลงได้ถึง 7.9% ขณะที่ฝั่งศูนย์บริการและคลังสินค้า (CS) ลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 9.2% และลดกระดาษได้ถึง 15.4% สำหรับการใช้น้ำประปาฝั่ง HQ ลดลงได้ 0.4% แต่ฝั่ง CS มีตัวเลขเพิ่มขึ้น 14.3% เนื่องจากอุบัติเหตุท่อประปาแตกในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่
ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งเป้าลดลงอย่างน้อย 10% นั้น บราเดอร์ไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยฝั่ง HQ สามารถลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงได้ 9.9% ลดปริมาณขยะได้ 10.5% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2 ) ได้ 7.7% ขณะที่ฝั่ง CS สามารถลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงถึง 36.6% ลดปริมาณขยะได้ 8.7% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 12.1%
นายพรภัคกล่าวถึงอีกหนึ่งมิติของความยั่งยืนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ไขอย่างจริงจังในปีนี้ คือการลดขยะและทรัพยากรในภาคลอจิสติกส์
ปัญหาที่สร้างความปวดใจในกระบวนการทำงานคือ ในปีที่ผ่านมามีกล่องบรรจุภัณฑ์สินค้าถูกคู่ค้าตีคืนกลับมาสูงถึง 12,000 กล่อง เพียงเพราะกล่องภายนอกเกิดรอยบุบ รอยขีดข่วน หรือเกิดความเสียหายเล็กน้อยในระดับพื้นผิวจากการขนส่ง ทั้งที่ตัวเครื่องด้านในยังคงสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์และไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ซึ่งแต่เดิมบริษัทต้องเปลี่ยนกล่องใหม่ทำให้เกิดขยะกระดาษและพลาสติกโดยไม่จำเป็น
บราเดอร์ไทยจึงได้ริเริ่มความคิดริเริ่มใหม่ในปีนี้ด้วยการติดสติกเกอร์รณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้บนกล่องสินค้า เพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับคู่ค้าและผู้บริโภคโดยตรงว่า ริ้วรอยเล็กน้อยบนกล่องบรรจุภัณฑ์นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสินค้าภายใน และตัวสินค้ายังคงได้รับการรับประกันคุณภาพตามปกติ ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่และกระดาษใหม่ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมหาศาลตลอดทั้ง Value Chain
นอกจากมาตรฐานภายในเหล่านี้ บราเดอร์ไทยยังคงรักษามาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลอย่าง ISO 14001 เนื่องจากฝ่ายบริหารมองว่าเป็นเทรนด์สำคัญของอนาคตในการเข้าถึงลูกค้าองค์กรและภาครัฐ