เปิดมุมมอง ‘Go Green Girls’ Gen Z รักษ์โลกในแบบของตัวเอง
“Go Green Girls” สองคอนเทนต์ครีเอเตอร์ Gen Z เผยพฤติกรรมคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหลังทำเพจมากว่า 4 ปี ชี้ความยั่งยืนคือมาตรฐานใหม่ที่ทุกคนต้องปรับตัว
พีรกานต์ จูฑะพงศ์ธรรม และ กนกวรรณ บุณยะสุต ผู้ก่อตั้งเพจ Go Green Girls เปิดเผยถึงเรื่องราวของ Gen Z เป็นคนนำการเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืน ในงานครบรอบ 5 ปี เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย (Carbon Markets Club) บริหารจัดการโดย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
โดยทั้งสองโตมากับวลีเดียวกับคนไทยทุกรุ่นที่ว่า ปิดน้ำ ปิดไฟ ลดถุงพลาสติก แต่ในฐานะ Gen Z พวกเธอรู้สึกอย่างเดียวกันคือ แล้วมันได้ผลจริงเหรอ?
ความรู้สึกนั้นทำให้มองมันใหม่ทั้งหมด จึงตัดสินใจทำเพจ Go Green Girls เพื่อเล่าเรื่องความยั่งยืนในแบบที่คนรุ่นเดียวกันอยากอ่าน ไม่ใช่แบบที่รู้สึกว่ากำลังถูกสอน
4 ปีผ่านไป สิ่งที่ทั้งสองเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ คือ Gen Z ไม่ได้ไม่แคร์โลก แต่แคร์คนละแบบกับรุ่นก่อน
สำหรับพวกเธอ เรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่ในทุกอย่างที่ Gen Z สนใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แฟชั่น การท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเลือกว่าจะสั่ง Delivery จากร้านไหน ทุกอย่างมีผลกับสิ่งแวดล้อม และ Gen Z รู้เรื่องนี้ดีกว่าที่คนรุ่นก่อนคิด
แต่สิ่งที่ต่างคือวิธีที่พวกเธอเลือกจะพูดถึงมัน ไม่ใช่ผ่านความรู้สึกผิด ไม่ใช่การบอกให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมทีเดียวทั้งหมด แต่ผ่านการชี้ให้เห็นว่าของที่อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วมันเชื่อมกับเรื่องใหญ่กว่านั้นยังไง
สาวๆ Go Green Girls ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าถ้ารู้ว่าตัวเองสั่งอาหารแล้วกินไม่หมดทุกครั้ง ครั้งหน้าลองบอกว่าขอข้าวน้อยลงได้มั้ย ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิต แค่นั้น หรือถ้าชอบเรื่องเสื้อผ้า ไม่จำเป็นต้องหันไปซื้อมือสองถ้าไม่ชอบ แค่ซื้อของที่ตัวเองชอบจริงๆ และใช้ได้นาน แทนที่จะซื้อตามเทรนด์แล้วทิ้งหลังฤดูกาลเดียว
มันฟังดูเล็กน้อย แต่นั่นคือสิ่งที่พวกเธอเชื่อ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากสิ่งที่คนทำได้จริงในชีวิตจริง ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้แค่ตอนมีแรงบันดาลใจ
“Gen Z ไม่ได้มีอำนาจมาก ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องประชุมที่ตัดสินใจเรื่องนโยบาย ไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์ใหญ่ที่จะเปลี่ยนระบบการผลิตทั้งหมดได้ แต่สิ่งที่ Gen Z มีและรุ่นก่อนไม่มีคือโซเชียลมีเดีย และนั่นไม่ใช่แค่เครื่องมือสร้างคอนเทนต์ มันคืออำนาจในการสร้าง Awareness และกดดันให้คนอื่นๆ ในระบบต้องตอบสนอง”
ทั้งสองยกตัวอย่างคอนเทนต์ที่เคยเห็นแล้วรู้สึกว่าใช่ อย่างวัยรุ่นที่ออกมาเดินจากลาดกระบังไปสยาม แล้วบันทึกทุกอย่างที่เจอระหว่างทาง ทั้งฟุตบาทที่พัง มลพิษที่เห็น และโครงสร้างเมืองที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนเดิน มันไม่ใช่การประท้วง ไม่ใช่การเรียกร้อง แต่ทำให้คนเห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าตลอดเวลาแต่ไม่เคยมองเห็น นั่นคือสิ่งที่ Gen Z ทำได้และทำได้ดีกว่าใคร
พวกเธอยอมรับตรงๆ ว่าตนเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีวันที่ลืมพกกระเป๋าแล้วรับถุงพลาสติก มีวันที่ลืมกระบอกน้ำแล้วซื้อขวดพลาสติก และไม่รู้สึกผิดกับมัน แค่เก็บถุงนั้นมาใช้ต่อ แค่แยกขวดนั้นทิ้งให้ถูกที่
ความยั่งยืนสำหรับพวกเธอคือการที่เมื่อพลาดแล้วยังทำต่อได้ เพราะถ้าเรื่องรักษ์โลกมันต้องสมบูรณ์แบบ 100% ถึงจะทำได้ สุดท้ายก็ไม่มีใครทำ
