‘ขี้เกียจ-ติดจอ-เปราะบาง’ เหตุผลที่ทำให้ ‘Gen Z’ คือนักการตลาดแห่งยุค
ภัคพล ตั้งตงฉิน
การเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี และการปรับวิถีชีวิตมาอยู่บนโลกออนไลน์ ในยุคที่โควิด-19 ระบาดอย่างหนัก คือปัจจัยหล่อหลอมให้ “เจนซี” (Gen Z) กลายเป็น “Digital Native” ที่เชี่ยวชาญเรื่องการใช้เครื่องมือดิจิทัลกว่าใคร
และเมื่อ Gen Z ตบเท้าเข้าสู่โลกการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็นำความเชี่ยวชาญเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในองค์กร จนค่อย ๆ ปลดล็อกบั๊กจากการทำงานรูปแบบเดิม ๆ ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะงานด้านการตลาด และโฆษณา
ในงาน Marketing Oops! Summit 2026 “ภัคพล ตั้งตงฉิน” Country Manager, Canva Thailand กล่าวว่า โลกการตลาดในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการ “รีเซตครั้งใหญ่” (Great Reset) ใน 2 ด้านด้วยกัน
ประกอบด้วย 1.การเปลี่ยนผ่านของกลุ่มคนทำงาน (Generational Reset) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีคนถึง 4 Gen (Baby Boomers, Gen X, Millennials และ Gen Z) ทำงานร่วมกัน
แต่ละ Gen มีชุดความคิด และเครื่องมือในการทำงานที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดย Gen Z กำลังจะกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในสายงานการตลาด และคาดว่าจะครองสัดส่วนถึง 42% ภายในปี 2035
แม้ผู้บริหารกว่า 67% มักมอง Gen Z ในแง่ลบ และให้คำนิยามว่า เป็นกลุ่มคนที่ “ขี้เกียจ-ติดจอ-เปราะบาง” แต่คำวิจารณ์เหล่านั้นกลับเป็นจุดแข็งที่อาจทำให้ Gen Z เป็นนักการตลาดที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
สะท้อนผ่านข้อมูลที่ระบุว่า Gen Z สามารถปล่อยแคมเปญได้เร็วกว่า Gen อื่นถึง 2 เท่า สร้างผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ดีกว่า 37% และสร้างยอดการมีส่วนร่วมได้มากกว่าถึง 48%

“ถ้ามองอีกมุม ความขี้เกียจหมายถึงความหลงใหลในความเร็ว พวกเขามักมองหาทางลัดเพื่อจัดการชีวิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ติดจอคือความเข้าใจลึกซึ้งในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถสร้างแคมเปญที่ตอบโจทย์โลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว เปราะบางคือความฉลาดทางอารมณ์ มีความเข้าอกเข้าใจ และสร้างคอมมิวนิตี้ได้ดีกว่า Gen อื่น”
และ 2.การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Technological Reset) Gen AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการทำงานตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการวัดผลการตลาด เพราะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานมากขึ้น
89% ของนักการตลาดที่ใช้ AI บอกว่าช่วยลดเวลาการทำงานราว 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ขณะเดียวกันยังสามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ AI ถึง 40% มี ROI จากงบฯ การตลาดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35% และนักการตลาดกว่า 94% บอกว่าสามารถทำ Personalization หรือเข้าใจพฤติกรรมเฉพาะบุคคลได้ดีขึ้นด้วย
“การประยุกต์ใช้ AI ในหมู่นักการตลาดทั่วโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 51% เป็น 87% ในระยะเวลาเพียง 2 ปี โดยนักการตลาดไทยเป็นผู้นำเทรนด์ระดับภูมิภาค มีอัตราการใช้ AI ในการทำงานสูงถึง 84% มากสุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
“ภัคพล” บอกด้วยว่า การบรรจบกันระหว่างการเปลี่ยนผ่านของ Gen และเทคโนโลยี ทำให้เกิดนักการตลาดรุ่นใหม่ที่เรียกว่า “Gen C (Canva)” ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่โดดเด่น 3 อย่าง ได้แก่ 1.Visual Native ทำงานโดยเปลี่ยนไอเดียให้เป็น “ภาพ” เพื่อการสื่อสารที่ชัดเจน
2.AI Fluency มีความเชี่ยวชาญ และมอง AI เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทีม ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ช่วยสร้างสรรค์ผลงาน และ 3.Speed Obsessed หลงใหลในความเร็ว เน้นการทดลอง และนำผลลัพธ์มาปรับปรุงอย่างรวดเร็ว
“แม้ Gen Z จะฉายแววการเป็นนักการตลาดมากความสามารถ แต่ก็ยังมีสิ่งที่ขัดขวางศักยภาพการทำงาน โดยเฉพาะเครื่องมือ และระบบที่ล้าสมัยขององค์กร เช่น คู่มือแบรนด์ที่หนาเป็นปึก ๆ และขั้นตอนการอนุมัติงานที่ใช้เวลานาน ขณะที่ความตั้งใจของทีม Canva ประเทศไทย คือการส่งมอบโซลูชั่นที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดที่เกิดจากการทำงานแบบเดิม ๆ”