สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยน "รถสาธารณะ EV" เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
รมช.คมนาคม คาดเสนอแผนของบ 2.4 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เปลี่ยนผ่าน “รถโดยสารสาธารณะ เป็น EV” เข้า คกก.กลั่นกรอง กลาง ก.ค. – เฟส 2 เล็งชง DLT วงเงิน 2-3 พันล้าน ช่วยภาคขนส่งแต่รอดูท่าทีน้ำมันโลก เชื่อคำวินิจฉัยปมกู้ 4 แสนล้านผลบวก
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ วงเงิน 2.4 หมื่นล้าน จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ฯ วงเงิน 4 แสนล้าน ว่า สัปดาห์หน้าจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชั้นอนุกรรมการฯ อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร
เพื่อหารือรูปแบบกำหนดรายละเอียด 7 กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วม ประกอบด้วย รถแท็กซี่และรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่น, รถจักรยานยนต์รับจ้าง, รถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊ก, รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง, รถรับจ้างรับส่งนักเรียน และรถบรรทุกสินค้า เป้าหมายทั้งสิ้น 80,000 คัน
จากนั้นจะนำเสนอแผนให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ภายในกลางเดือน ก.ค.นี้ ก่อนนำเสนอสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายสิริพงศ์ ย้ำว่า โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานดังกล่าวของกระทรวงคมนาคม มุ่งเน้นเพื่อกลุ่มรถสาธารณะ ไม่ใช่มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการ เนื่องจากกระทรวงฯ ไม่ต้องการให้ผลกระทบราคาพลังงานน้ำมัน กระทบกับค่าครองชีพประชาชน
เมื่อถามว่า กังวลต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 9 ก.ค.นี้หรือไม่ รมช.คมนาคม เชื่อว่า คำวินิจฉัยศาลธรรมนูญ ต่อการใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ผลจะไม่ออกมาเป็นลบ เพราะรัฐบาลมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนตามสถานการณ์ เนื่องจากไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ สงบลงและกลับสู่สถานการณ์ปกติเมื่อไหร่ ฉะนั้นมาตรการดังกล่าวเป็นแผนที่เตรียมรับมือวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
รมช.คมนาคม เปิดเผยอีกว่า นอกจากโครงการในข้างต้นที่จะของบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ กระทรวงคมนาคม เตรียมมาตรการเพื่อช่วยเหลือค่าน้ำมัน สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะและรับจ้าง (DLT พร้อมซัพพอร์ต) วงเงินประมาณ 2-3 พันล้านบาท ในการช่วยเหลือตรึงราคาค่าโดยสารกับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในมาตรการที่จะออกในเฟส 2 ส่วนมาตรการอื่นๆ กำลังพิจารณาอยู่
นายสิริพงศ์ ย้ำว่า แต่โครงการ DLT พร้อมซัพพอร์ต จะต้องพิจารณาจากภาวะราคาน้ำมันด้วย เนื่องจากราคาน้ำมันและค่าโดยสารปัจจุบันอยู่ในภาวะลอยตัว หากราคาน้ำมันปรับขึ้นก็อาจจะใช้มาตรการดังกล่าว แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ตะบี้ตะบันออกมาตรการนี้