เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
Politics คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
News สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
Politics สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
Finance SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
Real Estate แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
“ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
Finance “ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
ดูทั้งหมด

เครือข่ายกัญชา บุก สธ. ยื่นค้านคุมเข้มเอื้อมาเฟียใต้ดิน ชี้กฎใหม่แค่ “เพิ่มราคาคอร์รัปชัน”

08 ก.ค. 2569 | 17:33น.

เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย บุกกระทรวงสาธารณสุข ค้านนิยาม “กัญชา เป็นยาเสพติด” แฉกฎกระทรวงเอื้อทุนใหญ่-ผลักรายย่อยลงใต้ดิน ชี้ พ.ร.บ. ใหม่แค่เปลี่ยนชื่อ ไม่แก้เนื้อหา ลั่น “กติกาบิดเบี้ยว เพิ่มราคาคอร์รัปชัน”

ที่กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย นำโดย น.ส.ช่อขวัญ ช่อผกา ประธานเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย และนายพงศ์ธร ตั้งบวรไพศาล ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ  ยื่นหนังสือถึง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ปัญหาของพืชกัญชาเกิดจากกฎหมายที่ผูกขาดไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยมี นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และนางนิสิตา รอบุญ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข เป็นคนรับหนังสือ 

โดยใจความสำคัญและรายละเอียดของหนังสือระบุว่า

เรื่อง ปัญหาของพืชกัญชาเกิดจากกฎหมายที่ผูกขาดไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยเคยออกแถลงการณ์เตือนกระทรวงสาธารณสุขว่า กฎหมายที่บังคับใช้นั้นจะก่อปัญหาใหม่ตามมาอีกหลายประการ เพราะกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้เกิดจากข้อเท็จจริงแต่กฎหมายของกระทรวงเกิดขึ้นจาก2สาเหตุ คือ เขียนกฎหมายตามที่กลุ่มทุนกัญชาต้องการและความไร้เดียงสาของกลุ่มหมอที่ไม่รู้จักสังคมในสภาพจริง สาเหตุ2ประการนี้จะนำมาซึ่งปัญหาใหม่อีกมากมายจากการการติดกระดุมเม็ดแรกผิด

เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยใช้เวลา 3 ปีในการทำความเข้าใจกับคนกัญชาเพื่อให้เข้าสู่ระบบของกฎหมาย ชวนผู้คนมาทำกัญชาบนกระดานที่เปิดเผย โดยในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากคนกัญชาจำนวนมากยินดีเข้าสู่ระบบของกฎหมาย และในขณะเดียวกันเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยได้เดินทางทั่วประเทศจัดทำ พ.ร.บ.กัญชา และเสนอกฎหมายระดับกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงที่จะใช้ควบคุมกัญชาก่อนกฎหมายแม่คือ พ.ร.บ.กัญชาได้รับการบังคับใช้

ความพยายามทั้งมวลของเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยถูกหมอในกระทรวงสาธารณสุขทำลายสิ้น ด้วยการออกกฎหมายที่ผูกขาดให้กับคนกลุ่มเดียวภายใต้การเขียนคำขวัญว่า ‘กัญชาทางการแพทย์’ แต่มาตรการที่ออกมาเป็นการแพทย์จอมปลอมเพื่อหาผลประโยชน์กันระหว่างนักธุรกิจกับข้าราชการ กัญชาทางการแพทย์จึงเป็นความหลอกลวงชนิดหนึ่งเพื่อให้สังคมตายใจว่ากระทรวงได้ขับเคลื่อนให้กัญชาเป็นกัญชาทางการแพทย์แล้ว ความจอมปลอมของกฎหมายในรูปแบบนี้จะก่อปัญหาตามมาอีกมากมาย กฎหมายที่ก่อปัญหาอีกฉบับหนึ่งคือ กฎหมายว่าด้วยมาตรฐานการปลูก เมื่อกำหนดมาตรฐานเพื่อคนมีเงิน คนปลูกจำนวนมากจึงไปสร้างระบบของตัวเองนั่นคือระบบใต้ดิน เพราะกติกาบนดินมันเอาเปรียบและผูกขาด

วันนี้เราเห็นกัญชาทะลักออกนอกประเทศจำนวนมากเป็นเพราะกฎหมายกัญชาของรัฐมนตรีชื่อ พัฒนา พร้อมพัฒน์ ผลักคนกัญชาออกนอกระบบ คนกัญชาไร้ศรัทธาในกฎหมายที่ผูกขาดโดยรัฐมนตรีคนนี้ และหากยังไม่แก้กฎหมายกัญชาให้สอดรับกับข้อเท็จจริงและเป็นกฎหมายที่ทุกคนมีความสามารถในการปฏิบัติตามได้ปัญหาจะตามมาอีกมากมาย ดังเช่นที่เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยเคยระบุไว้ว่า ‘เมื่อกระทรวงผลักคนส่วนใหญ่ให้อยู่นอกกลไกของกฎหมาย ระบบใต้ดินจะเกิดขึ้นและระบบนี้รัฐจะควบคุมอะไรไม่ได้’ และอย่าได้กระทำผิดซ้ำซ้อนด้วยการเอากัญชากลับสู่ยาเสพติด เพราะปัญหาจะยิ่งเกิดตามมา

วิธีการที่ถูกต้องที่สุดคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องมีสติและแก้ไขกฎหมายที่ผูกขาดให้เป็นกฎหมายที่มีความเป็นธรรมให้ทุกคนปฏิบัติได้ก่อนกฎหมายแม่บทคือ พ.ร.บ.กัญชา บังคับใช้ เมื่อกฎหมายที่บังคับอยู่ในวิสัยที่คนทั่วไปปฏิบัติได้ ไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมาย กัญชาทางการแพทย์คือวิธีปฏิบัติในการใช้อย่างถูกต้องสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขต้องออกกฎหมายบังคับคือวิธีปฏิบัติในการเข้าถึง การใช้ กัญชา แต่มาตรการที่ออกมาผูกโยงกับอาคารสถานที่และเครื่องมือ ผูกโยงกับจำนวนเงินในการขออนุญาต ไม่มีมาตรการใดที่ออกมาแล้วบ่งชี้ว่าจะทำให้ประชาชนใช้กัญชาในการรักษาอย่างเข้าใจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องกลับมาใช้สติในการออกกฎหมายกัญชาไม่เช่นนั้นตำแหน่งของรัฐมนตรีจะไปกับปัญหากัญชาที่เกิดแล้วเกิดอีกจากการวางมาตรการที่ผิดพลาดของรัฐมนตรีเอง

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา

ช่อขวัญ คิดตี้ ช่อผกา
ประธานเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย

กรมแพทย์แผนไทย ชี้หวังจัดระเบียบให้กัญชาถูกใช้ทางการแพทย์

ขณะที่ นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยได้ยื่นเข้ามา ถือเป็นข้อสังเกตที่ดีและเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะในจุดที่ผู้ประกอบการและผู้เพาะปลูกกัญชามีกังวลว่าจะส่งผลกระทบให้ขับเคลื่อนธุรกิจได้ยาก หลังจากนี้ทางกองกัญชาทางการแพทย์จะนำข้อคิดเห็นเหล่านั้นมาพิจารณา เพื่อเตรียมแนวทางชี้แจง รวมถึงปรับปรุงระบบรองรับที่จะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถทำความเข้าใจ และปรับตัวในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้

โดยเป้าหมายหลักของ พรบ. ฉบับดังกล่าวนี้ คือการจัดระเบียบและควบคุมให้กัญชาถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดยทางกรมฯ จะนำทุกข้อคิดเห็นมาปรับปรุงกฎหมายให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง เป็นธรรม และเท่าเทียมกับทุกฝ่าย

พร้อมกับเชิญชวนให้ประชาชนรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พรบ.ควบคุมกัญชา ฉบับล่าสุดซึ่งจะเปิดรับฟังความคิดเห็นไปจนถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นี้

ชี้ พ.ร.บ.ควบคุมกัญชาฉบับ สธ. “แค่เปลี่ยนชื่อ แต่ไม่เปลี่ยนไส้ใน”

จากการที่ภาครัฐเปิดเผยไทม์ไลน์เตรียมนำร่าง พ.ร.บ. ควบคุมกัญชา เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ช่อขวัญ ช่อผกา กล่าวว่าเนื้อแท้ของร่างกฎหมายดังกล่าวว่า ไม่ใช่ร่างที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขร่วมกับภาคประชาชนอย่างแท้จริง แต่เป็นการนำร่างเดิมของกรมการแพทย์แผนไทยที่ค้างคามาตลอด 2 ปีมาปัดฝุ่นใหม่

“เขาไม่ได้แก้เนื้อหาอะไรเลย สิ่งเดียวที่เขาแก้คือแก้ชื่อเรื่อง ข้อเสนอแนะที่เราเคยเสนอกันไปเป็นพันๆ หมื่นๆ คน ไม่ได้นำมาแก้อะไรเลย ที่อ้างว่ารับฟังความคิดเห็นทะลุ 1,600 คน ก่อนหน้านี้มีคนร่วมแสดงความเห็นมากกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ได้นำมาแก้ไขเป็นร่างใหม่”

โครงสร้างภายในของ พ.ร.บ. ตัวนี้ มีข้อกังวลหลัก 2 ประเด็นที่ขัดต่อบริบทความจริงและสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง คือ:

  1. การห้ามประชาชนปลูกใช้เองในครัวเรือน: ในเวอร์ชันของกรมการแพทย์แผนไทยได้ตัดสิทธิ์นี้ออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแตกต่างจากร่างของเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยและร่างของพรรคภูมิใจไทย ที่ยังยืนยันให้สิทธิ์ประชาชนปลูกใช้เองได้ภายใต้ระบบการลงทะเบียน เพื่อให้มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและสามารถรายงานต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) หรือต่างประเทศได้อย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้ใช้และผู้ไม่ใช้กัญชา
  2. บทลงโทษที่รุนแรงและไม่สมเหตุสมผล: มีการกำหนดโทษปรับสูงถึง 60,000 บาท หากพบว่าใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ซึ่งรัฐไม่มีนิยามและเกณฑ์การตรวจวัดที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ เช่น การตั้งคำถามว่าหากประชาชนรับประทานกัมมี่กัญชาในพื้นที่สาธารณะจะถูกตีความอย่างไร

พ.ร.บ.กัญชา ควรเป็นกฎหมายกลางที่ควบคุมเฉพาะการรับอนุญาตของผู้ใช้ ผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้ส่งออก และผู่วิจัย แต่ปัจจุบันกฎเกณฑ์ทั้งหมดถูกนำไปฝากไว้กับ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ทำให้อำนาจตกอยู่ที่การออกกฎกระทรวง ซึ่งรัฐสามารถโยนกฎเกณฑ์ใดๆ เข้ามาก็ได้ตามกระแสสังคม

อย่างไรก็ตาม กระบวนการตรากฎหมายยังต้องผ่านวาระ 1 ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ ก่อนจะผ่านวาระ 2 และ 3 ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่เหมือนร่างแรกที่เข้าสภา โดยปัจจุบันมีร่างกฎหมายกัญชาจากภาคประชาชนและพรรคการเมืองรอเข้าประกบอยู่ประมาณ 7-8 ร่าง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้อาจต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี

กฎหมายเอื้อทุนใหญ่ สกัดคนตัวเล็ก “เพิ่มราคาคอร์รัปชัน”

เครือข่ายฯ ระบุว่า สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนในระหว่างรอ พ.ร.บ. คือการแก้ไขกฎกระทรวงที่ออกมาตั้งแต่สมัยอดีตรัฐมนตรี จนถึงรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เนื่องจากข้อบังคับและมาตรฐานที่ไม่สมเหตุสมผลกำลังกลายเป็นเครื่องมือทำลายผู้ประกอบการรายย่อย และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน

น.ส.ช่อขวัญ ได้สะท้อนภาพความไม่เป็นธรรมในพื้นที่ย่านสาทร ซึ่งเป็นทำเลเศรษฐกิจสำคัญ โดยระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เคยประกาศให้สิ้นเดือนเมษายนเป็นวันสุดท้ายในการออกใบอนุญาตใหม่ แต่กลับมีร้านค้ากัญชาของทุนใหญ่เปิดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันถัดมา ขณะที่ร้านค้ารายย่อยในซอยเดียวกันกลับถูกสั่งปิดไปถึง 4 ร้าน โดยไม่มีความโปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบสถานที่ก่อนให้ใบอนุญาต

“ตอนนี้ประชาชนที่ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ คือคนที่ถูกลงโทษ ถูกปิดร้าน ถูกพักใช้ใบอนุญาต เพราะเขาไม่สามารถเข้าถึงกฎหรือมาตรฐานที่ไม่สมเหตุสมผล แล้วมันไม่ใช่กฎมาตรฐานที่ดีด้วยนะ เป็นกฎมาตรฐานที่สามารถเอื้อให้เกิดการคอร์รัปชันกันเองข้างในได้ ปัญหาเรื่องหมอแขวนป้ายมันมี แล้วมันก็จะมีกับกัญชาด้วย การออกกฎแบบนี้มาไม่ได้ทำให้ควบคุมกระชับขึ้น มันแค่เพิ่มราคาในการทำคอร์รัปชัน”

นอกจากนี้ การคุมเข้มของภาครัฐยังส่งผลให้โครงสร้างตลาดกัญชาบิดเบี้ยวใน 3 มิติ:

  • ฟาร์มใหญ่หลุดลงใต้ดิน: การควบคุมฟาร์มปลูกล้มเหลวโดยสิ้นเชิง บริษัทขนาดใหญ่ลักลอบนำผลผลิตออกนอกระบบและส่งออกทีละเป็นสิบกิโลกรัมโดยไม่จดทะเบียน เนื่องจากสามารถจัดซื้ออุปกรณ์การปลูกในระบบปิดได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Shopee, Lazada) ส่วนฟาร์มที่ทำถูกต้องตามกฎหมายกลับถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบซ้ำซ้อน 2-3 รอบ
  • ตัวเลขร้านค้าเจ๊งที่ไม่จริงใจ: ตัวเลขผู้ประกอบการกัญชาราว 6,000 ร้านค้าที่ภาครัฐระบุว่าใบอนุญาตหมดอายุนั้น เป็นตัวเลขที่ไม่สะท้อนความจริง เพราะหลายร้านปิดตัวไปนานกว่า 2-3 ปีแล้ว เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับร้านค้าที่ทำผิดกฎหมายแต่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ รายย่อยที่ตั้งใจทำถูกกฎหมายจึงต้องยอมเจ๊งและปิดตัวไปเอง โดยที่ภาครัฐไม่ได้แก้ปัญหา แต่แนวโน้มกฎหมายใหม่กลับมุ่งเพิ่มโทษและความรุนแรง ซึ่งคนที่จะโดนจับกุมในท้ายที่สุดคือผู้ค้ารายย่อยระดับชาวบ้านที่จัดกัญชาใส่ซองเล็กๆ ขาย
  • ส่วยศุลกากรและการโยนบาป: ปัญหาการลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศเป็นจำนวนหลายตันผ่านตู้คอนเทนเนอร์ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและปัญหาการรับส่วยของหน่วยงานตรวจสอบ เช่น กรมศุลกากร แต่ภาครัฐกลับโยนความผิดและตราบาปทั้งหมดให้คนทำกัญชา

แบบจำลองอนาคต: เมื่อกัญชาถูกบีบให้คล้าย “ธุรกิจอาบอบนวด”

นายพงศ์ธร ตั้งบวรไพศาล ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ได้กล่าวถึงมุมมองเกี่ยวกับกลไกตลาดว่า มาตรการที่ตึงตัวเกินไปของรัฐบาลไม่สามารถลดจำนวนผู้ใช้ได้ เนื่องจากความต้องการ (Demand) ในตลาดยังคงคงที่โดยเป็นกลุ่มผู้ใช้รายเดิม แต่กฎเกณฑ์ที่ผิดเพี้ยนจะผลักดันให้ระบบตลาดกัญชาแตกตัวและมีลักษณะคล้ายคลึงกับ “ธุรกิจอาบอบนวด” ดังนี้

  • กลุ่มทุนใหญ่/คลินิกเฉพาะทาง: ร้านค้าที่มีใบอนุญาตถูกต้องและมีแพทย์นั่งประจำ ซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากสถานบริการอาบอบนวดที่มีใบอนุญาตถูกกฎหมาย
  • กลุ่มแผงลอย/รายย่อยริมทาง: พ่อค้าแม่ค้าที่ถูกตัดออกจากระบบ นำสินค้ามาวางขายตามข้างทางในลักษณะซองขนาดเล็ก
  • ระบบออนไลน์/เดลิเวอรี่: การซื้อขายผ่านระบบปิดและโซเชียลมีเดีย นัดหมายส่งของ ซึ่งมีรูปแบบการเข้าถึงไม่ต่างจากการโทรสั่ง “เด็กเอ็นเตอร์เทน (เด็กเอ็นฯ)”

รื้อมายาคติสังคม: กัญชาไม่ใช่ “ผู้ร้าย” และไม่ใช่ “ยาวิเศษ”

ในประเด็นทางการเมือง น.ส.ช่อขวัญ มองว่า กัญชามักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างข่าวกลบกระแสสังคมหรือปัญหาอื่นๆ ของประเทศ โดยมีการประโคมข่าวความรุนแรงเกินจริง ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมส่วนใหญ่ในประเทศไทยเกิดจากยาเคมี ยาหมอ และแอลกอฮอล์ ทว่าฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำกลับปรับเปลี่ยนท่าทีไปตามกระแสและผลประโยชน์

“ตอนคุณสมศักดิ์มา ทุกคนก็อยากเอากลับไปเป็นยาเสพติด แล้วก็ตอบไม่ได้ว่าตกลงมันดีหรือไม่ดี เพราะตอนจบ ดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่ผลประโยชน์เข้ากระเป๋าใคร นักการเมืองก็เล่นด้วยเพราะเห็นว่าเป็นกระแสตอนนั้น พอตอนนี้กระแสต่อต้านก็ต่อต้านกลับ นักการเมืองก็แถไปเรื่อย โดนมาหมดแล้วทั้งส้ม ฟ้า แดง น้ำเงิน”

เครือข่ายฯ จึงเสนอให้สังคมปรับจูนความคิดและมองกัญชาตามความเป็นจริง โดยแบ่งออกเป็นสองด้าน:

  • ฝั่งที่มองว่ากัญชาคือต้นตอปัญหา: ต้องยอมรับว่ากัญชาเป็นเพียงสารตัวหนึ่ง เช่นเดียวกับ กาแฟ น้ำตาล นิโคติน หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งทุกตัวมีกฎเกณฑ์ควบคุมให้เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย กัญชาจะไม่มีอันตรายหากไม่หยิบมาใช้ผิดประเภท ส่วนการปกป้องเยาวชนนั้นเป็นเรื่องที่อธิบายสร้างความเข้าใจได้เนื่องจากสมองยังเติบโตไม่เต็มที่ ไม่ใช่การตราหน้าว่าผู้ผลักดันกัญชาต้องการให้เด็กติดยา
  • ฝั่งที่มองว่ากัญชาคือยาวิเศษรักษาได้ทุกโรค: มายากติตัวนี้ก็ไม่เป็นความจริง ผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากโรคต่างๆ ด้วยกัญชา ไม่ได้เกิดจากกัญชาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการดูแลร่างกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมด้วย จึงไม่ควรนำกัญชาไปกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง

ยกระดับเกาะติดสภา ขยี้แผลบริหารพลาด

สำหรับก้าวต่อไปของเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย น.ส.ช่อขวัญ และ นายพงศ์ธร ยืนยันร่วมกันว่าจะไม่เงียบหาย แต่จะใช้แนวทางการขับเคลื่อนเชิงรุกด้วยการสื่อสารข้อเท็จจริงให้สังคมรับรู้ พร้อมทั้งหาทางส่งตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา ในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้

“ทุกครั้งที่เขาก้าวพลาด ทุกครั้งที่มีปัญหา เราก็จะมายื่นหนังสือเรื่อยๆ และจะมาขยี้ต่อว่า ‘เนี่ย เพราะเราบอกแล้ว มันเลยเป็นอย่างนี้’ เรื่องทั้งหมดนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องกัญชาดีหรือไม่ดี แต่มันคือเรื่องเกี่ยวกับนายทุนกับคนตัวเล็ก สั้นๆ เลยคือความขัดแย้งระหว่างกลุ่มทุนใหญ่ กับชาวบ้านและธุรกิจเล็กๆ ตอนนี้การเข้าถึงกัญชามันไม่แฟร์และไม่เท่าเทียม เราจึงต้องออกมาเรียกร้อง” น.ส.ช่อขวัญ กล่าวสรุป