นายกฯ เตรียมมาตรการเศรษฐกิจเฟสถัดไปแล้ว ไม่ขอมองไกล 4 ปี ขอทำ 4 เดือนนี้ให้รอดก่อน ตั้งเป้าไทยกลับมาเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค ชี้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้มาจากเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย แต่คอร์รัปชั่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเดินหน้ามาตรการทางเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลออกนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ไปแล้วจะทำเรื่องใดต่อไป ว่าจะพยายามวางรากฐานให้เศรษฐกิจมั่นคงแข็งแกร่ง ให้มีการกระจายรายได้ของพี่น้องประชาชน
โดยเฉพาะสิ้นปีนี้ และจะใช้เวลา 4 เดือนที่รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่ในการวางแนวทางและรากฐานที่ดี เพื่อที่รัฐบาลชุดต่อไปที่เข้ามาสามารถเดินหน้าต่อยอดได้เลย ซึ่งจะมีมาตรการเฟส 1 เฟส 2 เตรียมไว้อยู่ รวมถึงเรื่องท่องเที่ยวด้วย

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในแต่ละโครงการมีเพียงพอหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ผมยึดถือวินัยการเงินการคลังสำคัญที่สุด ไม่ใช่เราใช้เงินไปแจกประชาชนทั้งหมด แต่เราให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งรัฐก็สามารถนำงบประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท ไปชำระหนี้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ได้ ซึ่งเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังเป็นที่ประจักษ์ชัด และทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้มีเป้าหมายที่สำคัญในการรักษาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
ส่วนการผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราตั้งเป้าหมาย เพราะไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้มาโดยตลอดแทบจะทุกมิติ ไม่ว่าเป็นเรื่องการเงิน การท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรม แต่ที่ผ่านมาไทยอาจไม่เน้นการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น อาจยึดติดกฏระเบียบเดิมอาจไม่สอดคล้องกับกติกาใหม่ของโลกปัจจุบัน เราก็ต้องกลับมาตั้งเป้าหมายใหม่ และยังเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีภูมิรัฐศาสตร์ที่ดี ได้เปรียบประเทศอื่น ๆ
“ไม่เสียหายอะไรที่เราจะตั้งเป้าว่า เราจะกลับมาเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ได้ในระยะเวลารวดเร็ว”
อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจคือ ความต่อเนื่องทางการเมืองซึ่งถือเป็นจุดอ่อน นายกรัฐมนตรีตอบกลับทันทีว่า ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องการคอร์รัปชั่น เมื่อเราสร้างระบบสังคมดิจิทัลจะบังคับให้การกระทำที่เป็นการทุจริตตรวจสอบได้ เราจึงต้องไปพัฒนาระบบข่าวสาร เอไอ ดิจิทัล ให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เราต้องสร้างระบบขึ้นมาที่ทำให้คนที่อยู่ในสังคม หรืออยู่ในระบบคิดพิเรนทร์อีกต่อไป
นายกรัฐมนตรียังเชื่อมั่นว่า เรื่องการเมืองยังนิ่งพอสมควรแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เราก็ทำตามที่เราข้อตกลงกับทุก ๆ ฝ่าย และตั้งหน้าทำงานอย่างเต็มที่ และปีหน้าก็มีการเลือกตั้งใหม่ พรรคไหนทำดี ฝีมือดีก็เลือกกลับทำงาน
ส่วนการเปลี่ยนตัวรัฐบาล หรือเปลี่ยนผู้นำบ่อย ๆ จะส่งผลต่อนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนหรือไม่ นายอนุทินมองว่า ญี่ปุ่นหรืออังกฤษเปลี่ยนบ่อยกว่าไทย และมองว่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ระบบ อยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ความมุ่งมั่นในการสร้างหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล ใครจะไปจะมาไม่สำคัญกับใครวางระบบที่ดี
เมื่อถามว่า พูดได้หรือไม่ว่าหากรัฐบาลวางรากฐาน 4 เดือนนี้ได้ แล้วรอบหน้านายกรัฐมนตรีกลับมา เศรษฐกิจจะเติบโตหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เอา 4 เดือนนี้ให้รอดก่อน และให้รัฐบาลได้ทำทุกอย่างอย่างที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้น ซึ่งดีใจมากที่โครงการคนละครึ่งพลัสเกิดแล้ว และการคืนหนี้ให้กับ ธ.ก.ส. เกิดขึ้นในวันแรกของการทำงานของรัฐบาล หลังจากการทำงานของรัฐบาล

”อะไรเริ่มต้นดี จากการกลัดกระดุมแรกถูก ควรจะถูกไปเรื่อย ๆ ยกเว้นมีใครไม่ประสงค์ดีซะก่อน” นายอนุทิน กล่าว
ส่วนการมีทีมเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลต่อเศรษฐกิจดีขึ้น ส่งผลต่อไปยังพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีแต่พรรคประเทศไทย เราทำงานเต็มที่เพื่อประเทศไทย เรายังมีปัญหาเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และทำความชัดเจนให้เขารับทราบ เราจะยอม เราจะอ่อนข้อโดยที่เขาไม่ทำอะไรเลย คงเป็นเพียงความฝัน เขาต้องทำทุกอย่างตามที่เรากำหนดไว้ สิ่งที่เรากำหนดไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความปลอดภัยกับคนไทย ก่อให้เกิดความชัดเจนต่ออธิปไตยของประเทศนี้ และก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในภูมิภาคนี้ ซึ่งเขาต้องทำตาม