นายกฯ นำ รมต.-ฝ่ายความมั่นคง ลงจังหวัดชายแดนใต้ รับสถานการณ์น่าเป็นห่วง กำชับผู้ว่าฯ-ตำรวจ-ทหาร-ปกครอง ดูแลความปลอดภัย ปชช. ขอรอข้อสรุป กมธ.สภา ศึกษาปมยกเลิก MOU 43-44
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย, นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นแห่งชาติ (สมช.), นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 56 จ.สงขลา เพื่อลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ภายหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทาง ว่า การลงพื้นที่ในวันนี้จะเป็นการตรวจเยี่ยมความพร้อม โดย พล.อ.สมศักดิ์ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัไปรับฟังสถานการณ์ และดูความพร้อมของฝ่ายความมั่นคง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน จะมีการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เชิญผู้ว่าราชการจากเขตจังหวัดในพื้นที่มาหารือร่วมกัน พร้อมยอมรับว่าสถานการณ์ในพื้นที่มีความน่าเป็นห่วง

ขณะที่ การลงพื้นที่ในวันนี้จะเห็นความคืบหน้าในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ทาง พล.อ.ณัฐพล เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด แต่วันนี้ขอลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุขึ้น 2-3 ครั้ง รวมไปถึงมีเหตุการณ์ปล้นร้านทอง ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
ฉะนั้น จะสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เข้มงวดในการดูแลประชาชน และจะไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปช่วยเหลือเหตุปล้นร้านทองด้วย
สำหรับการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนก็พยายามทำให้ดีขึ้นทุกอย่าง ขณะเดียวกันก็มีการเจรจาในกรอบของคณะพูดคุยคู่ขนานไปกับรัฐบาล
ส่วนการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ที่มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ไปด้วยจะมีการประสานไปยังผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาของฝั่งมาเลเซียด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า เรามีการประสานงานอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทราบว่า จะเดินทางไปพร้อมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ขอลงพื้นที่ไปดูด้วยตัวเอง
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานหรือไม่ว่าการเกิดเหตุ 2-3 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุเดิม นายอนุทิน ระบุว่า ตนได้รับรายงานมาโดยตลอดทั้งจากฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง
นายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าเหตุใดจึงใช้กลไกของรัฐสภาไม่ได้ในการยกเลิก MOU 43-44 โดยระบุว่า ขณะนี้รัฐสภากำลังศึกษาอยู่ ทั้ง 2 สภ
เมื่อถามว่า จริงๆแล้วสามารถใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน
เมื่อถามต่อว่า ต้องรอข้อสรุปของกรรมาธิการใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในเมื่อกรรมาธิการทั้ง 2 สภา ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาอยู่ เราก็รอฟังผลการศึกษา

เมื่อถามว่า หากผลออกมาเป็นทางบวกกับประเทศไทยมีโอกาสไม่ต้องทำประชามติใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้ผลการศึกษาออกมาก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาร่วมกัน
สำหรับภารกิจของคณะนายกรัฐมนตรี เมื่อเดินทางไปถึง นายกฯ จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์และแผนปฏิบัติงานในปี 2569 และมอบนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและบูรณาการการทำงานให้กับประชาชนได้รับความมั่นคงปลอดภัย
เวลา 13.45 น. นายกฯ และคณะ จะตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนเดินทางกลับกทม.
