Skip to content

“อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ พบปะและให้กำลังใจประชาชนผู้อพยพ

14 ธ.ค. 2568 | 18:37น.
“อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ พบปะและให้กำลังใจประชาชนผู้อพยพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเยี่ยมผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวอําเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อเวลา 16.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เป็นการส่วนตัว เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้อพยพ ที่พักอาศัยอยู่ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีผู้อพยพจากหลายพื้นที่เข้ามาพักพิงรวมกว่าหมื่นคน

การเดินทางมาในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีตั้งใจลงพื้นที่ในวันหยุด และมาอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องจากบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว บรรยากาศในช่วงเย็นเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

นายกรัฐมนตรีได้ทักทาย พูดคุย รับฟังปัญหา และสอบถามความเป็นอยู่ของผู้อพยพด้วยความห่วงใย พร้อมทั้งลงมือทำผัดไทยด้วยตนเอง เพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนภายในศูนย์พักพิง สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้ที่อยู่ในพื้นที่

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ตักข้าวใส่จานให้กับเด็กหญิงคนหนึ่งที่เดินตามมาตั้งแต่บริเวณทางเข้า สะท้อนถึงความเป็นกันเองและความเอาใจใส่ในบรรยากาศที่เรียบง่าย ชาวบ้านหลายคนต่างเข้าไปจับมือ โอบกอด และร่วมส่งกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสามัคคี เปรียบเสมือนการย้ำเตือนว่า พี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วน จะร่วมแรงร่วมใจกันก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

ทั้งนี้ นายกฯให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลผู้อพยพในศูนย์พักพิงว่า เที่ยวนี้การบริหารจัดการศูนย์พักพิงดีมาก เพราะเคยปฏิบัติการในการดูแลประชาชนมาแล้ว ฉะนั้นสามารถการันตีเรื่องความปลอดภัยได้ ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่สามารถตอบโต้และปกป้องอธิปไตยของเราได้อย่างเต็มที่

พร้อมย้ำว่า ทราบดีว่าทุกคนคิดถึงบ้านของตนเองกันหมด แต่ถ้าให้เลือกว่าอยากจะกลับบ้านหรือไม่ ทุกคนอยากกลับบ้านหมด ดังนั้นเราก็ต้องพยายามอธิบายให้เข้าใจว่าการอยู่ในศูนย์อพยพนี้จะมีความปลอดภัยสูงสุด โดยได้มีการระดมอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ประจำวันมาที่นี่ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าการอยู่ที่นี่ไม่ได้ห่างบ้านมา

นอกจากนี้ยังมีจิตอาสามากมาย ที่ต้องชื่นชมสรรเสริญ ทั้งเอกชน ห้างร้าน และบริษัทต่าง ๆ นำของใช้มาให้ ซึ่งเราก็พยายามที่จะมีมาตรการดูแลในทุกศูนย์พักพิง และใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้จังหวัดมีงบประมาณในการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับหลาย ๆ คนว่า ให้มีความอดทนอดกลั้น เพราะการเข้าไปในพื้นที่นั้น ยังอันตราย จึงขอให้อยู่จนกว่ารัฐบาลจะมั่นใจได้ว่า ในพื้นที่มีความปลอดภัยแล้ว จากนั้นเราก็จะให้ประชาชนได้กลับเข้าพื้นที่ แต่หากสถานการณ์ยังอันตรายอยู่ ขอให้อยู่ที่ศูนย์พักพิงจะดีกว่า