ธรรมนัส พรหมเผ่า
ธรรมนัสเปิดใจนาทีโค่นลุงตู่ ยันป้อมสั่ง ย้ำไม่เคยหักทักษิณ ขอเปลี่ยนอิ๊งค์ไม่ได้
มติชน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม ออกรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการถามว่า คิดอย่างไรที่มีคนกล่าวหาว่าหักหลังทุกฝ่าย โดยเปรียบเป็นเหมือนลิโป้ ในสามก๊ก
โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยืนยันไม่เคยหักหลังใคร เอาตั้งแต่ต้นก่อนเข้าสู่สนามการเมือง ก็รู้จักทุกพรรค เป็นคนใจถึงพึ่งได้ เขารู้ว่าถ้ามาคุยกับผู้กอง นี่ได้รับการช่วยเหลือแน่ แต่เมื่อเข้าสู่สนามการเมือง ผมไม่ได้มาเพราะ 3 ป. ที่เข้ามา เพราะมีผู้ใหญ่ที่เคารพ เป็นอดีต ผบ.ทบ. ที่เป็นไอดอล ดูแลชีวิตตนมาตลอด พี่คนนี้ดูแลมาตลอด ได้ดีทุกวันนี้ก็เพราะพี่เขาให้โอกาส เป็นคนติดต่อไปให้มาช่วยตอนตั้งพรรคพลังประชารัฐ
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตอนปฏิวัติ 2549 ก็โดนควบคุมตัว จากการเป็นท่อน้ำเลี้ยงแดง ตอนรัฐประหาร 2557 ก็ถูกเรียกลอตแรก มีทหาร 1 กองร้อยไปล้อมบ้าน ทั้งที่พะเยาและบ้านกรุงเทพฯ พี่เขาโทรศัพท์ไปบอกให้นัสกลับมาก่อน ก็กลับมารายงานตัวที่สวนรื่นฯ
ปี’61 มีพรรคพลังประชารัฐ พี่เขาก็บอกให้มาช่วย ผมก็อยู่กับลุงตู่ จากนั้นถึงไปอยู่กับลุงป้อม ตอนนั้น อ.แหม่ม ถูกลุงตู่เรียกเข้าไป บอกให้ไปดูลุงป้อมหน่อย เพราะมีแต่นักการเมืองห้อมล้อม แกก็มาชวนตนไป ก็ไป เหมือนน้องห่วงพี่ เพราะมีนักการเมืองรุมล้อมเยอะ ก็เลยไปสนิทสนม
“แรก ๆ เห็นพี่น้องก็รักกัน ตอนประชุม ครม.ก็จะมี 5 เสือ จปร. คือ ลุงตู่ ลุงป้อม พี่ป๊อก แล้วก็พี่ช้าง แล้วก็ผม 5 คนเวลาเบรกก็จะนั่งกินกาแฟ หารือกัน ผมในฐานะน้องคนเล็กก็ได้อะไรเยอะ ต่อมาพี่น้อง 3 ป.ก็เริ่มหมางใจกัน อะไรก็ตามที่ลุงป้อมสั่ง ผมทำทุกเรื่อง” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
ต่อมาผู้ดำเนินรายการถามว่า เอาตรง ๆ จะโค่นลุงตู่จริงไหม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ผมบอกให้ลุงไปคุยกับนายกฯ ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ตอนนั้นสามเหลี่ยมดินแดง มีปะฉะดะกันทุกวัน มีม็อบทุกวัน ก็เรียกผมเข้าไปแก้ปัญหา ก็เสนอว่าจะเอายังไง จะลองเปลี่ยนตัวดีไหม ตอนนั้นพรรค พปชร.คุยกัน ไม่ใช่ตน แต่ตอนนั้นพี่น้องไม่คุยกัน เอาง่าย ๆ ก็คือวางแผนจะล้มลุงตู่
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตอนนั้นผมเป็นเลขาธิการพรรค ก็ว่าต้องคุยกัน แต่ไม่ได้ทำนะ แค่คุยกัน
เมื่อถามว่าวันนั้นจะโหวตคว่ำเลยจริงไหม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าไม่หรอก หลายคนไปคุยแกนนำของลุงป้อม ก็บอกอย่าทำดีกว่า นายสรยุทธถามว่า สรุปตอนนั้นลุงป้อมเอาจริง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าเอาจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่เขาสั่งพวกผมมา ให้ช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง ซึ่งก็เป็นเรื่องคนในพรรค ไม่ใช่ลุงป้อมคนเดียว
ก็ไปหยั่งเสียงมาดูความเป็นไปได้กัน ก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ ก็เลยยกเลิก แต่ก่อนยกเลิก มีฝ่าย เสธ.ลุงตู่เรียกไปคุย ก็ไปรับสารภาพหมดแล้ว เรียกหลายคน เรียกคนที่รับปากจะทำนั่นแหละไปสารภาพหมด ตนก็บอกว่าถ้าจะทำก็ต้องทำ
เมื่อถามว่า ตอนนั้นถ้าจะทำสำเร็จไหม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าสำเร็จ ถ้าจะทำสำเร็จ แต่บ้านเมืองวุ่นวาย เราก็อย่าไปทำ วันนั้นก็เรียกคุยกันที่บ้านป่ารอยต่อ ตนกับ อ.แหม่มก็ไปกราบ พล.อ.ประยุทธ์ บอกไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่ให้พี่น้องคุยกันเองดีกว่า
เมื่อถามว่าตอนนั้นก็ถูกปรับออกจาก ครม. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้น จริง ๆ เลือดเต็มปาก ผมกลืนลงกระเพาะไปหมดแล้ว แต่ที่ต้องออกมาพูด เพราะมาหาว่าผมหักหลังคน
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต่อมายุคเพื่อไทย ถ้าไม่มีวิกฤต ก็ไม่ออกมา ไปกราบลานายทักษิณ ชินวัตร ด้วยตัวเอง เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกตอนออกจากเพื่อไทยไปพลังประชารัฐ ครั้งนี้ก็ไปกราบลาบอกบ้านเมืองเกิดวิกฤต ไม่ใช่อยู่ ๆ จะไปหักคน มีที่มาที่ไป
มันจะไหวยังไง บ้านเมืองไม่มีทางออก ขณะที่มันวิกฤต ไม่ว่าเรื่องอังเคิล เศรษฐกิจ ความแตกแยก มันมีปัญหาเยอะ
เมื่อถามว่าใครชวนออกจากทักษิณ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ผมไปหารือก่อน เพราะตอนนั้นคิดว่ามันควรเปลี่ยนนายกฯ มันไปต่อไม่ได้ กลุ่มคนที่ชวนผมก็ร่วมตั้งรัฐบาล ตอนนั้นมีผม มีเฮ้ง มีท่านอนุทิน ผมนี่รอวินาทีสุดท้ายว่าปรับโครงสร้างรัฐบาลใหม่ เปลี่ยนนายกฯใหม่ไหม เพราะเราเห็นว่ามันไปยาก
เมื่อถามว่าจริงไหมที่บอกอยากเป็น รมว.กลาโหม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ท่านถามผมว่าชอบอะไรผมบอกชอบเกษตร ท่านบอกจบทหารมาก็ต้องไปกลาโหม ก็บอกว่าในชีวิตหนึ่งก็อยากเป็นกลาโหม ผมก็จบ จปร. ถามว่าทำได้ไหม ก็เรียนมาโดยตรง ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย เลือกทางทหาร เลือดยังข้น 100% แม้ออกมาแล้ว ถ้าวันหนึ่งมีวาสนาไปอยู่ตรงนั้นก็จะทำให้ดีขึ้น