เปิดเคสบัตรเสียเลือกตั้งปี 2569 พบพุ่งทะลุ 1 ล้านใบ กากบาทย้ำ-กากบาทเกินกรอบถูกตีความเป็นบัตรเสีย ผู้สังเกตการณ์ชี้ปัญหาการวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย
ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ดำเนินต่อเนื่องถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เกิดกระแสตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจำนวน “บัตรเสีย” ที่เพิ่มสูงผิดปกติ โดยพบว่ามีบัตรเลือกตั้งจำนวนมากถูกวินิจฉัยเป็นบัตรเสียจากกรณีกากบาทย้ำ หรือกากบาทเกินกรอบ แม้จะแสดงเจตนาลงคะแนนอย่างชัดเจนก็ตาม
ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่ข้อกังวลว่า การพิจารณาบัตรดี-บัตรเสียของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอาจขาดความสอดคล้องกัน และกลายเป็นเสียงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนแนวทางและหลักเกณฑ์ในการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้คะแนนเสียงของประชาชนสูญเปล่า
ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Phanidchanok Nidnok Damnoentam ซึ่งเข้าไปสังเกตการณ์หน้าหน่วยเลือกตั้งและร่วมติดตามการนับคะแนนในฐานะอาสาสมัคร ระบุว่า บัตรที่มีปัญหามากที่สุดคือบัตรที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกากบาทย้ำหลายครั้งในช่องเดิม จนเกิดเส้นซ้อนและจุดตัดหลายจุด ทำให้กรรมการประจำหน่วยบางแห่งตีความว่าเป็นบัตรเสีย ทั้งที่เจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนนชัดเจนว่าเลือกผู้สมัครหรือพรรคใดเพียงรายเดียว โดยในหน่วยที่เธอสังเกตการณ์พบว่ามีบัตรลักษณะดังกล่าวถูกนับเป็นบัตรเสียประมาณ 3-4 ใบ
ผู้โพสต์ยังเห็นว่า กกต. ควรนำกรณีนี้ไปพิจารณากำหนดแนวปฏิบัติให้ชัดเจนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยให้น้ำหนักกับ “เจตนารมณ์ของผู้ลงคะแนน” มากขึ้น พร้อมเสนอให้นำลักษณะบัตรที่เป็นกรณีถกเถียง เช่น การกากบาทย้ำในช่องเดิม ไปบรรจุไว้ในคู่มือการตัดสินใจของกรรมการประจำหน่วย เพื่อให้มาตรฐานการวินิจฉัยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อนจากดุลพินิจเฉพาะหน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อคะแนนเสียงของประชาชน

ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์และประชาชนที่อยู่ในหน่วยเลือกตั้งบางแห่ง ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีบัตรเลือกตั้งหลายใบที่ถูกเจ้าหน้าที่ตัดสินให้เป็นบัตรเสีย เช่น กากบาทเลยออกนอกกรอบช่องเลือก แม้ผู้ลงคะแนนจะกาเพียงช่องเดียวอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนต้องลุกขึ้นประท้วงและขอให้นับใหม่
อีกกรณีหนึ่งคือบัตรที่ถูกนับเป็นบัตรเสียจากการกากบาทซ้ำในช่องเดิม ซึ่งมีข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็นและการควบคุมมือ ประกอบกับสภาพโต๊ะและพื้นที่ภายในหน่วยเลือกตั้งบางแห่งไม่เอื้ออำนวยต่อการลงคะแนน
นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างบัตรอีกหลายใบที่ถูกตัดสินว่าเป็นบัตรเสียจากการกาเกินกรอบช่องเลือก ก่อนที่ประชาชนในหน่วยจะร่วมกันยื่นประท้วงและสามารถขอให้นับคะแนนใหม่ได้สำเร็จ

