‘พิพัฒน์’ สยบข่าวปมร้าว 2 น. 1 พ.แตก จ่อพบ ‘เนวิน’ เดินสายร่วมทำบุญ-ชมบอลกระชับมิตร
‘พิพัฒน์’ สยบปมร้าว 2 น.1 พ.แตก เผยเตรียมพบครูใหญ่เย็นนี้ เดินสายคู่ทำบุญนครศรีฯ-ชมฟุตบอลกระชับมิตร ย้ำ ‘ภูมิใจไทย’ แน่นปึ๊ก จ่อดำเนินคดีหลังโยงลูกสาวโยงฮั้ว สว. ซัดพูดอะไรต้องกลั่นกรองข้อมูล
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวไม่ลงรอยระหว่าง 2 น. กับ 1 พ. (นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค)
นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า มีความพยายามสร้างความแตกแยก โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งตนก็ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าได้มีการประชุมในทุกสัปดาห์ ครั้งก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ร่วมรายการประชุมร่วมของ สส. พร้อมขออย่าไปกังวล ไม่ว่าจะเป็นตน นายกรัฐมนตรี และครูใหญ่ พวกเราเป็นพรรคการเมืองที่พร้อมเสมอ จึงมองว่าเป็นเรื่องของผู้ที่ไม่หวังดี แต่พวกเราชัดเจน
ส่วนจะส่งผลกับเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่าตนไม่แน่ใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่ในส่วนของภาคภูมิใจไทยไม่มีปัญหาแน่นอน ซึ่งตนเห็นมีข่าวมา 2-3 วันแล้ว ว่ามีการติดเครดิต ไม่ถูกกันระหว่าง น. กับ พ. โดยในวันที่ 31 ก.ค.นี้ตนและครูใหญ่จะไปทำบุญร่วมกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หากไม่คุยกันจะไปด้วยกันได้อย่างไร และในวันที่ 1 ส.ค.นี้ก็จะไปแข่งฟุตบอลกระชับมิตรจังหวัดบุรีรัมย์กับจังหวัดปัตตานี นี่คือข้อเท็จจริง
พร้อมทั้งย้ำว่า ตนไม่ทราบว่าผู้ไม่หวังดีนั้นเป็นใคร เมื่อตรวจสอบตามเพจต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นเพจอวตาร ไม่รู้มาจากประเทศไหน เป็นเรื่องยาก และสุดท้ายพวกเราคนทำงานต้องมาโดนโจมตีแบบไม่รู้ที่มาที่ไป พวกเราจะหาตัวตนได้อย่างไร ถึงขณะนี้ได้แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปช่วยตรวจสอบ เนื่องจากเราเข้าไม่ถึง
เมื่อถามว่าครูใหญ่ถือเป็นบุคคลที่พรรคภูมิใจไทยให้ความเคารพ หากมีการโจมตีกันเช่นนี้จะทำให้เกิดความสั่นคลอนต่อรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่าครูใหญ่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล และในฐานะที่ท่านคร่ำหวอดทางการเมือง มีอะไรก็จะให้คำแนะนำ เช่นตัวเองก็ไม่เข้าใจเรื่องการเมืองทุกมิติ เพราะการเป็นนักการเมืองนั้นยาก บางครั้งพูดตรงเกินไปก็ไม่ได้ พูดโกหกก็ถูกต่อว่า
เพราะฉะนั้นจึงต้องมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการเมืองให้คำปรึกษา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยก็มีครูใหญ่ที่ให้คำปรึกษากับน้อง ๆ ที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ และตั้งแต่ที่มีเขาออกมาตนก็ยังไม่ได้พูดคุยกับครูใหญ่ แต่มีการโทรศัพท์คุยกัน โดยครูใหญ่แจ้งว่าอยู่ที่บุรีรัมย์ และเย็นนี้จะมีการพบเจอกัน
เมื่อถามว่าครูใหญ่ได้ให้คำปรึกษาถึงกรณีที่แกนนำของพรรคภูมิใจไทยหลายคนถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นตนไม่เคยมีชื่อ แต่รอบนี้มี ก็ยังงงอยู่ ซึ่งยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องอะไร
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างถึงลูกสาวของตน ซึ่งเป็นพนักงานทำงานในบริษัท เขาไม่เคยมายุ่งการเมือง เพราะฉะนั้นจะต้องไปถามคนที่ให้ข่าว ไปเอาข่าวเท็จมาจากไหน รวมทั้งยอมรับว่าจะหารือกับทางทีมทนาย ว่าจะดำเนินการอะไรได้บ้าง หากต้องไปแจ้งความก็ต้องทำ เพราะฉะนั้นเวลาพูดควรจะคัดกรอง ไม่ใช่อยากนึกจะพูดอะไรก็พูด หรือใครมากระซิบอะไรก็พูด เพราะจะสร้างความเสียหาย ถ้าโยนมาให้ตนคนเดียวรับได้ เพราะเราอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับอยู่แล้ว แต่ไปพาดพิงถึงลูกสาวตน เขาเป็นแค่พนักงานบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ขออย่าเหมารวมทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ท้อต่อสถานการณ์ที่ถาโถม