เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
News “ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
“ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
News “ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
World ‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
Politics อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
Tech ‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Biz Movement เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
Economic บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
News ‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
Automotive Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
Finance ‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
ดูทั้งหมด

‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ

25 ก.ย. 2569 | 19:00น.

เปิดบทสัมภาษณ์พิเศษ ‘มิน อ่อง ไลง์’ ผู้นำทหารเมียนมา ผ่านนิตยสาร TIME เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 เผยความพยายามสลัดภาพเงาเผด็จการ สู่การเป็นผู้นำพลเรือน หวังฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ท่ามกลางวิกฤตสงครามกลางเมือง และภาวะเศรษฐกิจดิ่งเหว ชี้อาศัยจังหวะการเมืองยุค ‘ทรัมป์’ หวังปลดชนวนคว่ำบาตร คานอำนาจจีนที่เข้ามามีอิทธิพลเหนือนโยบายประเทศ

พล.อ.มิน อ่อง ไลง์ ผู้นำการปกครองทหารเมียนมา ซึ่งปัจจุบันเรียกตนเองว่าประธานาธิบดี กำลังพยายามอย่างหนักในการปรับภาพลักษณ์และฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศฝั่งตะวันตก หลังจากการก่อรัฐประหารยึดอำนาจผ่านพ้นมานานกว่า 5 ปี

จากการเปิดใจกับสื่อนิตยสารตะวันตกอย่าง TIME เป็นครั้งแรก พล.อ.มิน อ่อง ไลง์ ได้พยายามเปลี่ยนภาพจำจากผู้นำกองทัพมาเป็นรัฐบุรุษพลเรือน โดยการสวมชุดโสร่ง แทนเครื่องแบบทหาร อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในการสัมภาษณ์กลับตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อมีการตั้งคำถามถึงประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขบวนการค้ายาเสพติด และธุรกิจของเครือญาติที่ถูกคว่ำบาตร โดยผู้นำเมียนมายังคงใช้ท่าทีบ่ายเบี่ยงและหลีกเลี่ยงการตอบคำถามตรงๆ ตามสไตล์นายทหารชั้นผู้ใหญ่

สงครามกลางเมือง 5 ปี คุมพื้นที่ได้ไม่ถึงครึ่ง

แม้ มิน อ่อง ไลง์ จะพยายามสร้างภาพความมั่นคง แต่ในความเป็นจริง รัฐบาลทหารเมียนมากำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก โดยปัจจุบันสามารถควบคุมพื้นที่ได้ “น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง” ของประเทศเท่านั้น เนื่องจากต้องรับมือกับการสู้รบกับกลุ่มชาติพันธุ์ และ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มอดีตนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย

ความขัดแย้งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากกว่า 100,000 ราย และทำให้ประชาชนอีกกว่า 3.6 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนและสหประชาชาติ (UN) ตั้งข้อหาหนักต่อกองทัพเมียนมา ทั้งการทำลายหมู่บ้าน การสังหารหมู่พลเรือน อาชญากรรมสงคราม ไปจนถึงการสูญพันธุ์ทางเชื้อชาติ (Genocide) ซึ่ง พล.อ.มิน อ่อง ไลง์ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติตามภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ

ฉวยจังหวะยุค ‘ทรัมป์’ ฟื้นสัมพันธ์ตะวันตก-ถ่วงดุลอำนาจจีน

ประเด็นที่น่าจับตาคือ การที่เมียนมากำลังมองหาทางรอดผ่านนโยบายการต่างประเทศยุคใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเน้นนโยบายการทูตแบบเน้นผลประโยชน์แลกเปลี่ยนมากกว่าการชูเรื่องค่านิยมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

นักวิเคราะห์มองว่า เมียนมากำลังใช้ปัญหาเร่งด่วนที่กระทบระดับโลกเป็นข้อต่อรอง ทั้งปัญหาปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scam Networks) ที่สร้างความเสียหายปีละกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ หรือมูลค่าสูงประมาณ 5 ล้านล้านบาท

รวมถึงปัญหายาเสพติดและทะลักของผู้อพยพ ขณะเดียวกัน เมียนมายังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ทั้งแร่แรร์เอิร์ธ หยก อัญมณี และพลังงาน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั้งวอชิงตันและปักกิ่งต่างจับตามอง

นอกจากนี้ มีรายงานว่า พล.อ.มิน อ่อง ไลง์ ได้ว่าจ้าง โรเจอร์ สโตน (Roger Stone) ล็อบบี้ยิสต์ชื่อดังและคนสนิทของทรัมป์ ด้วยค่าจ้างเดือนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมูลค่าเกือบ 1.7 ล้านบาท เพื่อช่วยเดินเกมเจรจาเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกรุงวอชิงตัน D.C.

สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลลึกๆ ของกองทัพเมียนมาต่อการถูก “จีน” เข้าแทรกแซงและครอบงำทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์มากเกินไป แม้ว่าปักกิ่งจะให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธและหนุนหลังในเวทีโลก แต่ขณะเดียวกันจีนก็แอบให้การสนับสนุนกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์บริเวณชายแดนเพื่อดึงเกมอำนาจเช่นกัน การหันเข้าหาตะวันตกจึงเป็นทางออกในการคานอำนาจปักกิ่ง

วิกฤตเศรษฐกิจดิ่งเหว ดันข้อต่อรองปลดแซงก์ชัน

นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารปี พ.ศ. 2564 ตัวเลขทางเศรษฐกิจของเมียนมาตกต่ำอย่างรุนแรง

  • GDP หดตัวลงกว่า 13%
  • อัตรายากจนพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว
  • ค่าเงินจ๊าต (Kyat) อ่อนค่าลงมากถึง 60%
  • การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ดิ่งลงถึง 90%
  • อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยสูงถึง 20%

ความตกต่ำทางเศรษฐกิจนี้ไม่เพียงกระทบประชาชนทั่วไป แต่ยังสั่นคลอนกลุ่มอาณาจักรธุรกิจของกองทัพที่ครอบคลุมตั้งแต่สัมปทานเหมืองแร่ ธนาคาร ก่อสร้าง โทรคมนาคม ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักของนายทหารระดับสูง

ในการสัมภาษณ์ พล.อ.มิน อ่อง ไลง์ ได้ส่งสัญญาณพร้อมเจรจาเงื่อนไขต่างๆ กับประชาคมโลก หากมีการทบทวนหรือยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการรับกลับชาวโรฮิงญา หรือแม้กระทั่งการอภัยโทษให้แก่ อองซาน ซูจี อดีตผู้นำประชาธิปไตยที่ยังคงถูกจำคุก โดยระบุว่า

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์และโอกาสที่จะเกิดจากการทบทวนอีกที”

แม้ พล.อ.มิน อ่อง ไลง์ จะพยายามส่งยิ้มและยื่นไมตรีให้แก่ชาติตะวันตกเพื่อหาทางรอดทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่หนทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความซับซ้อน เพราะในสายตาของประชาชนชาวเมียนมา ความโกรธแค้นต่อกองทัพยังคงลุกโชน ขณะที่มหาอำนาจโลกยังต้องชั่งน้ำหนักอย่างหนักระหว่าง “ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์” กับ “จุดยืนทางด้านสิทธิมนุษยชน” ในวิกฤตการณ์ของเมียนมาในครั้งนี้