รัฐบาล เล็ง “ยุบเลิกหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค – ปฏิรูปเงินเดือนผู้บริหารท้องถิ่น”
ปกรณ์ เผยเตรียมเสนอ ครม. พิจารณายุบเลิกหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค หลังพบภารกิจซ้ำซ้อนผู้ว่าฯ เหตุสิ้นเปลืองงบฯ พร้อมชำแหละฐานเงินเดือนผู้บริหารท้องถิ่น หลังพบบางแห่งตั้งสูงโอเวอร์ ลุยดันภาษีบ้านเกิดเมืองนอน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมยกเครื่องการปฏิรูประบบราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมเสนอที่ประชุมคระรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณายุบเลิกการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค
เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ตั้งหน่วยงานสาขาในจังหวัดต่าง ๆ ถือเป็นการทำงานที่ทับซ้อนอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด และที่สำคัญการตั้งหน่วยงานลงไปลักษณะนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินด้วย
ลดงานซ้ำซ้อน แก้ผิดให้ถูกต้อง
นายปกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (บอร์ด ก.พ.ร.) มีมติชัดเจนให้เปลี่ยนสภาพหน่วยงานเหล่านี้จากการเป็นสำนักงานสาขา ไปสู่การใช้ระบบออนไลน์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาให้บริการประชาชนแทนการตั้งสำนักงานในภูมิภาค
สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นการปรับโครงสร้างระบบราชการให้กระชับ ลดความซ้ำซ้อน และเน้นการแก้ไขสิ่งที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้อง
โดยรัฐบาลมีแพ็คเกจรองรับบุคลากรที่ก่อนหน้านี้ถูกตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในภูมิภาค ทั้งการโอนย้ายกลับส่วนกลาง หรือเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (Early Retire) ตามความสมัครใจ
“การตั้งหน่วยงานส่วนกลางไปอยู่ในพื้นที่ภูมิภาคนั้นแท้จริงแล้วผิดกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งเราจะเสนอให้ ครม.ยุติบทบาทเหล่านี้ เพื่อกลับมาใช้ระบบออนไลน์แทนการเปิดสาขาจำนวนมากที่สิ้นเปลืองงบประมาณ
เพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนไป ความจำเป็นในการมีสำนักงานสาขาลดลงมาก เพราะเราสามารถใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จัดการงานเอกสารแทนคนได้ทันที และยังช่วยป้องกันการทุจริตได้ง่ายกว่าเดิมด้วยระบบตรวจสอบที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ”
เล็งปฏิรูป “เงินเดือน ผู้บริหารท้องถิ่น” อิงเกณฑ์ส่วนกลาง
ขณะเดียวกันรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณา การปฏิรูปโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับท้องถิ่น หลังพบปัญหาความเหลื่อมล้ำของฐานเงินเดือน และสวัสดิการที่ส่งผลกระทบต่อระบบราชการส่วนกลางอย่างมาก
เนื่องจากฐานรายได้ไม่ได้อิงกับมาตรฐานเดียวกัน โดยล่าสุดพบข้อมูลว่า ปลัดเทศบาลและปลัด อบต. ในหลายพื้นที่ ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนสูงกว่าปลัดกระทรวง ซึ่งมีภาระหน้าที่ดูแลนโยบายและกิจกรรมสำคัญครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ
สำหรับเป็นความไม่เป็นธรรมนี้ เกิดขึ้นจากการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการกำหนดเกณฑ์รายได้ของตนเอง โดยไม่ได้ล้อไปกับเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.พ. เหมือนข้าราชการส่วนกลาง
รัฐบาลจึงเตรียมมอบหมายให้กรมบัญชีกลาง จัดทำระบบบัญชีกลางเพื่อควบคุมมาตรฐานการทำงานและการใช้จ่ายงบประมาณท้องถิ่นให้มีความคุ้มค่าและโปร่งใสตามนโยบายบริหารราชการแผ่นดินยุคใหม่
“เป็นไปได้ยังไงที่ปลัดเทศบาล มีเงินเดือนและค่าตอบแทนเยอะกว่าปลัดกระทรวง ซึ่งดูแลคนทั้งประเทศและรับผิดชอบภารกิจมหาศาล จึงต้องปรับครั้งใหญ่ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้และปรับลดจำนวนคนให้เหลือเท่าที่จำเป็นเพื่อให้โครงสร้างทั้งหมดล้อไปกับมาตรฐานการบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้
เรามุ่งหวังให้เกิดการปรับวิธีทำงานใหม่ที่สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไปโดยต้องมีมาตรฐานบัญชีที่เป็นกลางเพื่อให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบได้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณนั้นมีความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้รับจริง ๆ”
ดัน ‘ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน’ ตามนโยบายรัฐบาล ภท.
นอกจากนี้ นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงการผลักดันภาษีบ้านเกิดเมืองนอนตามนโยบายรัฐบาล ว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้บริษัทขนาดใหญ่ เข้าไปสนับสนุนท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่ถึง 25 ล้านบาทซึ่งยังขาดโอกาสการพัฒนาอีกมาก
สำหรับมาตรการนี้ ยังเปิดช่องให้ภาคเอกชน สามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีและส่งเสริมการพัฒนาเมือง เช่น สามารถนำไปคำนวณเป็นคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรได้ตามข้อตกลง การเปลี่ยนโฉมหน้าการพัฒนาท้องถิ่นจะมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการก่อสร้างถนนเหมือนในอดีตเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
รัฐบาล เชื่อว่าแนวทางดังกล่าว จะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ระหว่างท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีรายได้สูง กับท้องถิ่นขนาดเล็ก ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะที่เท่าเทียมกัน และตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง