รัฐบาล ลั่นจบแล้วสอบโกงท้องถิ่น จ่อส่ง ‘นายกฯ’ ฟันต่อ ชี้มีระดับบิ๊ก ขรก.
‘ปกรณ์’ ลั่นจบแล้วสอบโกงท้องถิ่น เตรียมส่งนายกฯ ฟันต่อ ชี้มีบิ๊กข้าราชการเอี่ยว ลั่นเรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย-แต่จบแน่ หวังกู้ภาพลักษณ์ ขรก.ลั่นหลังจากนี้กรรมใครกรรมมัน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 4/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน
นายปกรณ์ กล่าวก่อนการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 4 และเป็นครั้งสุดท้าย จะเป็นการรายงานสรุปที่ทางคณะอนุกรรมการ ที่ได้ติดตามตรวจสอบ พร้อมโชว์เอกสารหลักฐานแนบที่เกี่ยวข้อง และถ้อยคำพยาน สัญญาจ้างและเอกสารเหล่านี้ทั้งหมด จะมีการพิจารณารอบสุดท้าย และจะเรียนต่อนายกรัฐมนตรี
ส่วนไฟล์มีชื่อของบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่จำนวนมาก และมีขั้นตอนกระบวนการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปสืบสวนสอบสวนและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ฉะนั้นในเบื้องต้นจะขอให้เป็นชั้นความลับไว้ก่อน
และหลังจากที่ประชุมเสร็จและคณะกรรมการ จะร่วมกันเล่าโดยสรุปให้ฟัง ซึ่งเรื่องจะสรุปให้ฟังคงเป็นหนังม้วนเก่า เพียงแต่มีรายละเอียดและข้อเสนอแนะ แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง จะต้องรอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด และยังย้ำว่า ขอให้มั่นใจว่าเราไม่ได้ปล่อยผ่านในทุกเรื่อง และเรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ และจะเป็นเรื่อง การสอบข้อเท็จจริง ที่เราหวังว่า จะกู้ภาพลักษณ์ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นขึ้นมา และทำให้กระบวนการต่างๆปรากฏขึ้น และจะเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
ส่วนเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็จะต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งคนที่ทุจริตและมีส่วนร่วมในการทุจริต เราเพียงแต่ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏส่วนที่เหลือกรรมใครกรรมมัน พร้อมขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่ง หรือ ผบ. ตร ที่กรุณารับเป็นหัวเรี่ยว หัวแรงใหญ่ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. และสำนักงาน
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจ คนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดนั่งอยู่ปลายโต๊ะ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 6 และทำหน้าที่เป็นโฆษกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกล่าวแซวว่า อย่าไปมีเรื่องกับเขา เขาจะสืบเสาะท่านจนละเอียดโล่งโจ้งไปหมด เป็นบุคคลที่อันตรายมาก แต่ดีสำหรับประเทศ

จากนั้น นายปกรณ์ แถลงหลังประชุมฯ ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในการตรวจตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน หลังจากนี้ที่ประชุมจะมีการส่งรายงานและปรับปรุงข้อเสนอแนะ จากนั้นก็จะส่งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการโดยเร็วต่อไป
พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้คณะกรรมการฯ ได้ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏแล้ว ว่ากระบวนการที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง และมีขั้นตอนใดที่มีข้อบกพร่องบ้าง ซึ่งเราพบข้อบกพร่องในเกือบทุกขั้นตอน อีกทั้งยังมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 100 คน
ส่วนเรื่องการดำเนินคดีอาญา คดีทุจริต และคดีแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า เดี๋ยวจะว่ากันไปตามลำดับ เพราะอันนี้จะเป็นสารตั้งต้นที่จะบอกว่ากระบวนการมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง และควรจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการออกมา
สำหรับกรณีที่ประกาศผลสอบไปแล้ว นายปกรณ์ ระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะรับไปดำเนินการต่อไป พร้อมยอมรับว่า กรณีดังกล่าวมีการพาดพิงถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ด้วย รวมถึงมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน ส่วนทางคู่สัญญาก็มีปัญหาบางประเด็นที่จะต้องไปดำเนินการทางแพ่งเรื่องสัญญา เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดความเสียหายมากมายต่อรัฐ
นอกจากนี้ นายปกรณ์ ยังระบุว่า กรณีดังกล่าวจะต้องมีการสอบใหม่ทั้งหมด เพราะถือเป็นความรับผิดชอบขององค์กร แต่กลับปล่อยให้มีข้อบกพร่องและนำมาสู่เหตุการณ์เช่นนี้ ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยคงจะไปดำเนินการต่อ และพิสูจน์เจตนาเป็นรายบุคคล ก่อนทิ้งท้ายว่า “เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ”

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ได้ใช้เวลาในการตรวจสอบภายใน 30 วัน ตามนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบ โดยย้อนไปดูจุดกำเนิดถึงการขออัตราว่ามีที่มาอย่างไร พบว่า มีความผิดปกติในเรื่องการขออัตรา ซึ่งจะเกี่ยวพันกับตัวเลขการรับรอง และการบรรจุ ซึ่งมีปริมาณมากกว่าการขออัตรา
และเป็นข้อสังเกตที่เสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีในเรื่องการพิจารณากรอบอัตรา ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ดูว่า ตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบ มีอะไรที่เป็นข้อบกพร่อง หรือ เป็นจุดผิดสังเกตที่นำไปสู่การทุจริตได้
โดยก่อนการสอบได้พิจารณาข้อมูลที่ได้มาจากการดูเอกสาร และเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ ทีโออาร์ที่ออกมาปฏิบัติถูกต้อง หรือ เอื้ออะไรหรือไม่ ขณะที่ระหว่างสอบก็มีการคุมสอบ การแบ่งศูนย์สอบ แต่ช่วงที่สำคัญ คือ หลังการสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ช่วงหลังการสอบมีประเด็นเรื่องการแก้ไขคะแนน การประกาศรับรองบุคคลที่ผ่านการสอบ ซึ่งมีการแก้ไขทั้งจำนวน
และมีความผิดปกติของใบคะแนน ดังนั้น สิ่งที่ได้ข้อเท็จจริงมาได้ข้อยุติทั้งหมดในเบื้องต้น และจะทำข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องของตัวบุคคลที่เข้าข่ายอาจต้องถูกดำเนินคดี ทั้ง แพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องต่อยอดในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะคณะกรรมการไม่ได้มีหน้าที่ในเรื่องนี้
ส่วนการปรับปรุงทบทวนองค์คณะ หรือ วิธีการทั้งหมด ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็จะเสนอว่าส่วนราชการใด เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กพ. จะรับทำเรื่องใด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปท. ปปง. จะเดินในมิติของการดำเนินคดีอย่างไร
ถือเป็นบทสรุปที่ได้จัดทำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้รับความคิดเห็น และจะต้องปรับรายละเอียดอีกเล็กน้อย คาดใช้เวลา 1 – 2 วัน ก่อนจะนำเสนอประธาน และคณะกรรมการตรวจสอบอีกครั้ง แเสละรายงานต่อนายกรัฐมนตรี