ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ยศชนัน ประกาศความสำเร็จส่งอุปกรณ์ “CE-7 MATCH” ร่วมภารกิจฉางเอ๋อ-7 ตรวจวัดสภาพอวกาศเหนือดวงจันทร์นาน 3 ปี หวังเปลี่ยนโฉมไทยจากผู้ซื้อเป็นผู้สร้างนวัตกรรม พร้อมดีเดย์ยิงสด 24 ส.ค. ให้คนไทยร่วมสร้างประวัติศาสตร์
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสข้อความระบุว่า
นับถอยหลังครั้งประวัติศาสตร์ ที่ “ฝีมือคนไทย” จะไปโคจรรอบดวงจันทร์ครับ!
วันนี้เรากำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของประเทศ กับความสำเร็จในการเตรียมส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยที่ชื่อว่า “CE-7 MATCH” ขึ้นไปกับยานโคจร (Orbiter) ในภารกิจฉางเอ๋อ-7
อุปกรณ์ของเราจะไปโคจรอยู่เหนือผิวดวงจันทร์ 200 กิโลเมตร ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี เพื่อทำหน้าที่ สำรวจสภาพอวกาศ (Space Weather) และคอยตรวจวัดอนุภาคพลังงานสูง
คำถามคือ…แล้วประเทศไทย คนไทย จะได้อะไรจากภารกิจนี้?
ยกระดับความปลอดภัยและเทคโนโลยีขั้นสูง – ข้อมูลที่ MATCH เก็บได้ จะนำมาใช้เป็นระบบ “เตือนภัยพายุสุริยะ” ขนาดใหญ่ที่ช่วยปกป้องดาวเทียมรอบโลกที่เราทุกคนใช้งานกันอยู่ทุกวัน
เปลี่ยนผ่านสู่ประเทศ “ผู้สร้างนวัตกรรม” – ดวงจันทร์คือหนึ่งในโจทย์ที่หินที่สุดของเทคโนโลยีอวกาศครับ การที่เราทำสำเร็จ เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ Frontier Innovation Thailand เรากำลังเปลี่ยนประเทศจาก “ผู้ใช้” เป็น “ผู้สร้าง” และปักหมุด Space Economy ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
จุดประกาย “ครั้งสำคัญที่สุด” ครั้งหนึ่งของประเทศ – ด้วยการทำงานที่ไร้รอยต่อระหว่าง อว. และ ศธ. เราได้จับมือกับ Thai PBS เตรียมถ่ายทอดสดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ในวันที่ 24 ส.ค. เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศได้เฝ้าดูความสำเร็จไปพร้อมกัน นี่คือการสร้างแรงบันดาลใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในวันเดียว
ลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้อย่างแท้จริง – เราดึงภาคเอกชนอย่าง Sea (Shopee) มาร่วมสร้างนวัตกรรม โดยใช้แพลตฟอร์มที่มีคนไทยใช้งานกว่า 20 ล้านคน เป็นเครื่องมือกระจายการเข้าถึงความรู้ด้าน STEM อย่างเท่าเทียม (SDG 4)
ภารกิจ Thailand Moonshot ครั้งนี้คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และการลงทุนกับ “คน” อย่างเป็นรูปธรรม
ลองนึกดูสิครับ ภาพอุปกรณ์ฝีมือคนไทยที่ทำงานอยู่บนดวงจันทร์ในวันที่ 24 ส.ค. นี้ จะเปลี่ยนวิธีคิดของเด็กไทย 3 ล้านคนที่เฝ้าดูอยู่หน้าจอไปตลอดกาล
พวกเขาจะเชื่อมั่นว่า “คนไทยทำได้” และบางคนในนั้นอาจเติบโตขึ้นมาเป็นวิศวกรที่สร้างนวัตกรรมชิ้นต่อไปให้โลก
แม้ว่า เพย์โหลดเล็กๆ ฝีมือคนไทยชิ้นนี้ จะเป็นเพียงก้าวแรกของเราในอวกาศ แต่สำหรับประเทศไทย มันคือการขยับครั้งใหญ่ของประเทศเรา ที่จะปลุกความเชื่อมั่นและพลิกโฉมอนาคตเทคโนโลยีของชาติครับ
มาร่วมนับถอยหลังและส่งกำลังใจให้ทีมงานชาวไทยทุกคนไปด้วยกันนะครับ!