นายกฯ ยัน ฟันไม่เลี้ยง ทั้งข้าราชการ-นักการเมือง หากโยงถึงทุจริตสอบท้องถิ่น
นายกฯ ย้ำปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่เว้นเล็กใหญ่ ข้าราชการการเมืองหรือประจำก็ฟันไม่เลี้ยง บอกไม่ต้องการรู้ว่าใครเอี่ยว ย้ำไม่รู้ไม่ยุ่งไม่ก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้มีการรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ ว่า เรื่องผลการตรวจสอบที่เป็นลายลักษณ์อักษร นายปกรณ์กำลังเตรียมสรุปอยู่ แต่ที่ตนบอกว่าจบ คือส่วนที่ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะต้องปกป้องใคร มีความชัดเจนจบเลย ไม่ต้องมานั่งคิดว่าคนนั้นคนนี้จะได้รับการปกป้อง
ส่วนคำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรมค่อนข้างที่จะกระจายไปในระบบราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ผมค่อนข้างพึงพอใจว่าเพื่อนข้าราชการ ฝ่ายประจำได้นำแนวนโยบาย ข้อสั่งการของตนไปปฏิบัติ
”อย่างเช่นเมื่อเช้ามีหลายหน่วยงานเข้าหารือกับผมร่วมกับนายปกรณ์ และท่านปกรณ์ก็พูดขึ้นมาเองว่า ให้ยึดถึงแนวทางของนายกฯ ปิดชื่อถือพฤติกรรม และดำเนินการจะได้สบายใจกับทุกฝ่าย เปิดมาโดนแจ็กพอตคนไหนก็คนนั้น ไม่ว่าจะใหญ่จะเล็ก จะเป็นการเมืองหรือประจำ ก็ต้องดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมายทั้งนั้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่า ส่วนมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วยหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ผมยึดถือปิดชื่อถือพฤติกรรม ผมไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเป็นใคร เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่ไปสืบสวนสอบสวน ตนไม่ต้องการเห็น ไม่ต้องการรู้ หากสมมติว่าใครติดต่อมาหาตนหรือคนที่อยู่รอบตัวของตน ก็ตอบได้เต็มที่ว่า ตนไม่รู้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว แนวทางก็คือโดนใครคนนั้นก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โทษหนักก็เข้าคุก โทษไม่หนักก็ลดหลั่นกันมาแค่นั้นเอง
เมื่อถามว่า ข้อมูล ณ ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า โดนใครก็คนนั้น จะไปถามทำไมว่า มีนักการเมืองหรือเปล่า เพราะว่าผมมอบหมายให้คณะกรรมการแต่ละชุด ที่มีอยู่ 5-6 ชุด และบางคณะกรรมการตนไม่สามารถไปบังคับบัญชาได้เลย อย่างเช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่อยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของตน หรือแม้แต่ คณะกรรมการของตนที่ได้ตั้งไป ก็จะไม่ก้าวก่ายไม่ถามใด ๆ ทั้งสิ้น ผมยังบอกว่า ในการรายงานต่าง ๆ ให้ระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปให้ชัดเจน
เมื่อถามว่า มีรายงานว่ามีข้าราชการที่บรรจุไปแล้ว และถูกถอนชื่อออก บุคคลเหล่านี้จะสามารถไปทำงานในส่วนท้องถิ่นได้อีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องของเขา และใครถูกถอดถอนชื่อไป ก็ไปใช้สิทธิ์ และหากมีส่วนร่วมในการกระทำก็ต้องถูกดำเนินคดี