ประธานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านรับได้ หากลดวาระเหลือ 5 ปี ไม่ขัดลดหน่วยงานท้องถิ่นซ้ำซ้อน
ประธาน ส.กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน รับได้ หากลดวาระเหลือ 5 ปี บอกไม่กระทบคนเดิม พอใจค่าตอบแทนปัจจุบัน เรียกร้องรัฐบาลฟื้นกองทุนพัฒนาสตรีอำเภอละ 1 ล้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน พร้อมทำตามนโยบายยุบหน่วยงานท้องถิ่นซ้ำซ้อน
นายยงยศ แก้วเขียว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน กล่าวถึงข้อเสนอลดวาระกำนันผู้ใหญ่บ้านให้เหลือ 5 ปี ว่า ไม่ว่าจะมีการเสนอกฎหมายอย่างไร เราต้องยอมรับและปฏิบัติตามข้อกฎหมาย
ซึ่งผลกระทบของการแก้กฎหมายจะไม่กระทบต่อผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว แต่ผู้ที่เข้ามาเป็นใหม่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนคนเดิมจะเกษียณอายุ 60 ปี แต่ขณะนี้การทำงานของกำนันผู้ใหญ่บ้านมีการประเมินเข้มอยู่แล้ว
ส่วนข้อดีข้อเสียระหว่างอยู่ครบวาระ 60 ปี กับเลือกตั้งวาระละ 5 ปี นายยงยศมองว่าความต้องการส่วนใหญ่ของประชาชนต้องการให้เปลี่ยนวาระ 5 ปี เท่าที่เห็นในโซเชียล แต่ข้อดีของการปฏิบัติหน้าที่จนครบ 60 ปี ส่งผลดีต่อการปราบปรามยาเสพติด แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดผลดีในวันข้างหน้า แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่ดำรงตำแหน่งอยู่ปัจจุบัน หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทและหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซ้ำซ้อนกับ อบต. หรือเทศบาล ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ถึงขั้นมีข้อเสนอว่าอาจจะต้องยุบท้องถิ่นนั้น นายยงยศกล่าวว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าระดับประเทศจะมีทั้งสภาสูงและสภาล่าง คือ สส. และ สว. ไว้ถ่วงดุลอำนาจกัน
แต่ในระดับพื้นที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คอยดูแลประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ดูแลปัญหาเรื่องยาเสพติดและความมั่นคง และความเป็นชาติก็เกี่ยวข้องกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมระบุว่าเรื่องท้องถิ่นเป็นการพัฒนาในระดับพื้นที่ แต่กำนันผู้ใหญ่บ้านนอกเหนือจากรักษาความสงบเรียบร้อยก็มีหน้าที่ ต้องทำตามนโยบายของรัฐบาล
ส่วนที่ผ่านมามีการมองว่ากำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวคะแนนให้กับพรรคการเมือง นายยงยศกล่าวว่า ทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิ์รักและชอบพรรคการเมืองตามนโยบายของแต่ละพรรค บอกว่าเรามีพรรคการเมืองที่บอกว่าไม่มีหัวคะแนน ก็ได้ สส.เช่นกัน การมีหัวคะแนนก็เหมือนกันมีพรรคมีพวก แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่นำคนไปซื้อเสียง ไม่ล้อมกรอบประชาชน ในการยัดเยียดความคิด ตามที่อยากได้ และตนในฐานะที่เป็นข้าราชการ ก็สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ห้ามนำตำแหน่งไป ดำเนินการชักนำ หรือบังคับประชาชนในการเลือกตั้ง
นายยงยศยังกล่าวถึงความเหมาะสมค่าตอบแทนของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งจิตอาสาต้องการเข้ามาทำความดี ค่าตอบแทนปัจจุบันก็ไปได้ นอกจากจะเพิ่มงาน ยกตัวอย่างเช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยให้งบประมาณปีละ 300 ล้านบาท เงินส่วนนี้ขณะนี้ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยได้ตั้งชมรมสตรีระดับอำเภอ
พร้อมรับนโยบายผลักดันช่วยเหลือตนเองในการเสริมรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในนามสตรี ขณะเดียวกันกำนันผู้ใหญ่บ้านก็มีรายได้จากช่องทางอื่นเช่นกัน ไกล่เกลี่ยตามกรมคุ้มครองสิทธิ์กระทรวงยุติธรรม ถ้ากำนันผู้ใหญ่บ้านผ่านการอบรม ขึ้นทะเบียน จะทำให้การไกล่เกลี่ยหนึ่ง 1 คดีได้ค่าตอบแทน 1,000 บาท
ขณะที่ค่าตอบแทนในปัจจุบันอัตราเงินเดือนกำนันจะได้ 15,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน 10,000 บาท และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 8,000 บาท
นายยงยศยังเรียกร้องให้รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณให้กลุ่มชมรมผู้ใหญ่บ้านสตรี เพื่อไปพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องการเพิ่มค่าตอบแทน โดยผ่านกองทุนพัฒนาสตรีแต่ละอำเภอ อำเภอละ 1 ล้านบาท ใช้งบประมาณ 878 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจหยั่งรากในการปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวคิดผู้นำต้องทำก่อน ให้ผู้นำไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้และเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน