อนุทิน สั่งจัดการเด็ดขาด ‘ฉลอง’ เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ยันไม่มีการช่วยเหลือ
นายกฯ คุย ‘ผู้ว่าฯ นนทบุรี – ผบก.ภ.จังหวัด’ สั่งจัดการเด็ดขาด ‘ฉลอง’ เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ กำชับ ‘ผบ.ตร.’ ติง ตร.ท้องที่นนทบุรี หลังปล่อยผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์ชิว ๆ-ไม่ใส่กุญแจมือ ขณะที่ นายทะเบียน ภท. เผยลาออกไปตั้งแต่ปี’67
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต ในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ว่า ดำเนินการเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทราบว่าพนักงานสอบสวนก็คัดค้านการประกัน ส่วนเรื่องคดีต้องดําเนินการอย่างเต็มที่ มีข้อหาพกอาวุธปืน ที่ตนได้พูดไปเมื่อเช้าว่า ต่อให้มีทะเบียนก็ไม่สามารถทําได้
เมื่อถามย้ำว่า นายฉลองเป็นอดีตนักการเมืองหลายสมัย นายกฯ กล่าวว่า เป็นใครก็ไม่สนใจ ตอนนี้เป็นฆาตกร
เมื่อถามย้ำว่า นายฉลองลาออกจากพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ นายกฯ พยักหน้า ก่อนตอบว่า ไม่เคยเจอ ไม่ทราบว่าลาออกแล้วหรือไม่ แต่ว่าไม่ได้มีบทบาทใด ๆ ในพรรค
ในเวลาต่อมา นายอนุทินภายหลังเสร็จสิ้นเป็นประธานเปิดงานที่เมืองทองธานี ได้คุบกับ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีนายฉลอง
จากนั้น นายกฯ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กำชับผู้ว่านนทบุรี และ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเฉียบขาดและเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าคนร้ายจะมีสถานะใดก็ตาม
เพราะตอนนี้สถานะของเขาชัดเจนแล้ว คือคนร้าย คือฆาตกร คนที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต คนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ฉะนั้นการที่จะให้ความสำคัญหรืออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต้องไม่มี ตนได้กำชับชัดเจนไปแล้ว โดย ผวจ.นนทบุรี และผบก.ภ.จว.นนทบุรี จะไปเร่งดำเนินการกับโรงพักในท้องที่
เมื่อถามว่า มีการรายงานหรือไม่ว่าแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุเกิดจากอะไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน แต่ตนเห็นว่าคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญและทำลายขวัญประชาชน ซึ่งคนที่กระทำความผิดยังไม่ถูกสวมใส่กุญแจมือ ยังสามารถมาให้ข่าวได้ และทำเหมือนอยู่ในสถานการณ์ปกติได้ อย่างนี้ไม่ใช่ ซึ่งตนได้แจ้งไปยัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งท่านก็บอกว่าได้ตำหนิไปแล้ว และจะสั่งการให้ดำเนินการตามรูปคดีต่อไป ซึ่งตนก็ได้แจ้งย้ำให้ ผบ.ตร.เร่งดำเนินการโดยเร็ว
”ภาพมันออกไปข้างนอกเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมง เพิ่งไปยิงคนตายมา แล้วยังมานั่งแถลงข่าว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ได้หรอกครับ เพราะความผิดมันเกิดแล้ว เขาพกพาอาวุธปืน และเรื่องนี้เราห้ามอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีใบครอบครองการพกปืน แต่ไม่มีใบพกปืน เพราะประเทศไทยไม่มีแล้ว ใครถือใบพกปืนถือว่าหมดอายุหมดแล้ว เพราะต้องต่ออายุทุกปี ใบล่าสุดที่ออกสิ้นปี 2566 และต้นปี 2567 ฉะนั้นตอนนี้มันเกินหมดแล้ว ใครพกปืนตอนนี้ ท่านอาจจะไม่รู้ตัวว่าท่านทำผิดกฏหมายเรียบร้อยแล้ว” นายกฯ กล่าวว่า
เมื่อถามย้ำ ว่าถือเป็นการไม่ไว้หน้าเจ้ากระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เพราะเราก็ได้เน้นย้ำเรื่องนี้แล้วว่าห้ามมีการพกปืน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเหตุผลเราไม่ทราบ แต่ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการออกกฎหมายหรือแก้กฎหมายใหม่ เกี่ยวกับเรื่องของการพกพาวุธปืนให้ชัดเจน ต้องไม่มีข้อยกเว้น ถ้าเรื่องปืนสวัสดิการตอนนี้ก็คงหยุดก่อน ไม่ต้องเสนอขึ้นมา ยังไงตนก็ไม่อนุมัติ
เมื่อถามอีกว่า พรรคภูมิใจไทยได้เช็กแล้วหรือยังว่านายฉลองลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้สนใจตรงนั้น เพราะเขาไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจใด ๆ ของพรรค ถ้าเขาเป็นสมาชิกพรรคอันนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการ และสิทธิของเขาในระบอบประชาธิปไตย เราไปยุ่งอะไรกับเขาไม่ได้ วันนี้มีสภาพเป็นเช่นนี้ สมาชิกภาพอาจจะหมดไปโดยอัตโนมัติก็ได้ เพราะมันคงมีกฎเกณฑ์ที่เขียนอยู่ ว่าสมาชิกพรรคต้องไม่ ต้องคดีใด ๆ และต้องไม่ก่อเหตุใด ๆ ที่เป็นเรื่องของการผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า นายฉลองได้ยื่นใบลาออก โดยในหนังสือลาออก ลงวันที่ 27 พ.ค. 67
ทั้งนี้ นายฉลองเคยลงสมัครรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามพรรคภูมิใจไทย ในปี 2566 แต่เป็น สส.สอบตก ซึ่งที่ผ่านมา นายฉลองเคยดำรงตำแหน่ง สส.ในนามพรรคเพื่อไทย โดยล่าสุด มีรายงานว่า นายฉลองเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ