เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
Politics สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี
โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน แก่ราษฎรน้ำท่วม จ.สระแก้ว
ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจเหนือ Q3 มรสุมต้นทุนพุ่ง ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นไฮซีซั่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจเหนือ Q3 มรสุมต้นทุนพุ่ง ลุ้นท่องเที่ยวฟื้นไฮซีซั่น
“รพีภัทร์” รับไม้ต่อปลัดเกษตรคนที่ 33 ชู “ตลาดนำการวิจัย” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
Economic “รพีภัทร์” รับไม้ต่อปลัดเกษตรคนที่ 33 ชู “ตลาดนำการวิจัย” ดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
สทนช.เตือน 6 จังหวัดเจ้าพระยา รับน้ำเพิ่ม 20-30 ซม. หลังเขื่อนเร่งระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที
Economic สทนช.เตือน 6 จังหวัดเจ้าพระยา รับน้ำเพิ่ม 20-30 ซม. หลังเขื่อนเร่งระบาย 2,200 ลบ.ม./วินาที
ITD คัด 300 เหลือ 10 ธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการหญิง-LGBTQ+ ใช้ AI ลุยตลาดอาเซียน
Economic ITD คัด 300 เหลือ 10 ธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการหญิง-LGBTQ+ ใช้ AI ลุยตลาดอาเซียน
BEM-BMN ร่วมส่งต่อกำลังใจ สู้มะเร็งไปกับน้องเนย Butterbear
Biz Movement BEM-BMN ร่วมส่งต่อกำลังใจ สู้มะเร็งไปกับน้องเนย Butterbear
หอการค้าปราจีนฯ ชี้น้ำท่วมเสียหายอย่างต่ำ 300 ล้าน จี้วางแผนมวลน้ำทั้งระบบ
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้าปราจีนฯ ชี้น้ำท่วมเสียหายอย่างต่ำ 300 ล้าน จี้วางแผนมวลน้ำทั้งระบบ
นิวเคลียร์กลับมา : จุดเปลี่ยนพลังงานไทยที่รอคอยมา 15 ปี
Biz Movement นิวเคลียร์กลับมา : จุดเปลี่ยนพลังงานไทยที่รอคอยมา 15 ปี
‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ น้ำ 90% เร่งระบายออก คาดลุ่มน้ำแม่กลองกระทบแค่ริมตลิ่ง
Finance ‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ น้ำ 90% เร่งระบายออก คาดลุ่มน้ำแม่กลองกระทบแค่ริมตลิ่ง
ดูทั้งหมด

สิทธิโชติ เปิดความ (ไม่) ลับ กกต. ข้อมูลรั่ว สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า อนุฯ 36 ดีเลย์แทคติกถ่วงคดี

30 ก.ย. 2569 | 15:31น.
สิทธิโชติ อินทรวิเศษ

คดีฮั้ว สว.เหมือนจมหายไปในกระแสน้ำท่วม กทม.

แต่ความจริงแล้ว คดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่ง สว.- สว.สำรอง ผู้สมัคร สว.และบุคคลอื่น รวม 77 คน ไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งนั้น ยังเพิ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้น

ในงานเสวนา “คดี ฮั้ว สว.เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้“ จัดโดยราชบัณฑิตยสภา สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ในคดีฮั้ว สว. เปิดเผยเบื้องหลัง-เส้นเรื่องสำคัญ

สิทธิโชติ เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง กกต.ได้ 2 เดือน เขายอมรับว่า “ยังไม่ทัน” กลเกม

สปาย ใน กกต. สว.น้ำเงินรู้ล่วงหน้า

“ข้อเท็จจริงในวันเลือก สว. กกต. อยู่ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เราเห็นว่ามีเอกสารลักษณะโพย พบโพยในห้องน้ำตั้งแต่รอบเช้า มีการเขียนแล้วทิ้งไว้ จนเจ้าหน้าที่มารายงานว่ามีจำนวนมาก ซึ่งส่อไปในทางไม่สุจริต กกต. จึงประชุมด่วนว่า เพื่อกำหนดว่าในการเลือก สว.ในรอบบ่าย จะมีการจัดพิมพ์เอกสารแนะนำตัว สว.3 ใหม่ทั้งหมด และจะไม่ให้หลุดเข้าไปอีก”

“กกต.ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลังมีมติแล้ว ต้องให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งระดับประเทศ (แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.) เป็นผู้ดำเนินการ”

“ปัญหาอยู่ที่วิธีบริหารจัดการว่า หลังมีมติควรแจ้ง (ผู้สมัคร สว.) เมื่อใด เช่น ควรแจ้งตอนที่ผู้สมัครลุกขึ้นเพื่อเข้าไปอยู่กลุ่มหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีเวลาทำอะไรทัน เอกสารชุดใหม่ก็เตรียมไว้ให้ทุกคนแล้ว“

“แต่การบริหารจัดการตรงนั้นไม่ดี ทำให้รู้ตัวล่วงหน้า จึงเกิดการเขียนตามแขนและฉีกกระดาษกันวุ่นวายตามที่ปรากฏในคลิป เวลานั้นทุกอย่างเริ่มชุลมุน นี่คือข้อเท็จจริง ข้อกังขาของผมมีอยู่จุดหนึ่งในตอนนั้น แต่เรื่องก็ผ่านไปแล้ว และพยายามทำให้ดีที่สุดต่อมา”

คณะอนุ 26 และ 36

สิทธิโชติ เฉลยเหตุผล ทำไมจึงมีคณะอนุไต่สวน ชุดที่ 26 และคณะที่ 36 ขึ้นมาตรวจสอบซ้อนกัน
ในการตั้งคณะอนุฯ ชุดที่ 26 นั้น ปกติเรามีคณะสืบสวนไต่สวนของ กกต. อยู่แล้ว 25 คณะ แต่เราเห็นว่าคดี สว. มีการร้องเรียนทั่วประเทศ

เมื่อมีการร้องเรียนทั่วประเทศ ข้อเท็จจริงจากแต่ละจังหวัดที่ทำสำนวนขึ้นมาในช่วง 3-4 เดือนนับแต่เลือก สว.จบ สำนวนมักถูกยกทั้งหมด เหตุผลคือพยานหลักฐานไปไม่ถึง เพราะในแต่ละอำเภอและจังหวัดมีผู้บริหารจัดการ ทำให้พยานไม่มาบ้าง หรือมาแล้วเปลี่ยนคำให้การ ตัดตอนว่าเป็นการตั้งใจมาสมัครเอง ทั้งที่จากสำนวนเห็นได้ว่าเป็นลูกน้องของเจ้าของโรงงานหรือเจ้าของบริษัท พากันมา หรือมีคนรู้จักเกณฑ์มาสมัคร และออกค่าใช้จ่ายให้

“เราดูสำนวนก็รู้ แต่ไม่มีผู้ให้การจริงมายืนยัน และตามหาเส้นเงินไม่ได้ ดังนั้นในระดับอำเภอจึงทำอะไรยากมาก”

“เมื่อสำนวนที่มีการร้องเข้ามาทั่วประเทศ ถูกยกคำร้อง ผมหารือกับคณะกรรมการว่า หากปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไป ทั้งที่คนทั้งประเทศรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ กกต. ทำเหมือนไม่รู้และยกทั้งหมด กกต. จะให้ความเป็นธรรมกับแผ่นดินนี้ได้อย่างไร”

เปิดทาง DSI ตรวจสอบสุดซอย

“จึงไปดูกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 ซึ่งให้อำนาจ กกต. แต่งตั้งเจ้าพนักงานของรัฐจากหน่วยอื่นเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนได้ ขณะนั้นได้หารือกับตำรวจ DSI และหน่วยงานฟอกเงิน รวม 3 หน่วย ซึ่งทุกหน่วยยินดีมาช่วยงานระดับชาติ”

เหตุผลที่ขอความร่วมมือจากหน่วยงานเหล่านี้ คือ การตรวจสอบเส้นเงินและโทรศัพท์ ซึ่ง DSI ดำเนินการได้รวดเร็ว ส่วนการสอบปากคำในแต่ละอำเภอ หากเจ้าหน้าที่ กกต. ไปสอบ ผู้ให้การอาจไม่เกรงกลัว แต่ถ้าตำรวจหรือ DSI ไปสอบ อาจทำให้ให้การตามความจริง จึงได้หน่วยงานมาช่วยประมาณ 3-4 หน่วย หลังเลือกตั้งราว 6 เดือน

“ปรากฏว่ามีการคัดค้านในที่ประชุม กกต. ว่า เราไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ไม่ควรตั้งสำนวนลักษณะนี้ เพราะอาจทำให้ความลับรั่วไหล ผมเพิ่งเข้ามาในช่วงนั้นได้ไม่นาน จึงเสนอว่า ด้วยความที่ผมยังอ่อนด้อยเพราะเพิ่งเข้ามา เพื่อไม่ให้ความเห็นของคณะกรรมการแตกต่างจนไม่ลงรอยกันมาก ท่านประธานท่านเดิม (อิทธิพร บุญประคอง) ให้ตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น DSI หน่วยงานฟอกเงิน ตำรวจ และสืบภาค ไหนๆ มารวมกันแล้วก็ตั้งเป็นคณะอนุกรรมการหนึ่งชุดเพื่อสนับสนุนข้อมูล หากคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนปกติต้องการข้อมูลเรื่องเส้นเงิน โทรศัพท์ หรือข้อเท็จจริงอื่น ก็ให้ใช้คณะอนุกรรมการชุดนี้ช่วย โดยตั้งเลขาธิการเป็นประธานคณะอนุกรรมการ”

“หลังตั้งคณะอนุกรรมการไปประมาณ 2-3 เดือน มีผู้ใหญ่ของตำรวจโทรมาหาผมว่าจะทำงานจริงหรือไม่ เพราะประชุมเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ได้ดำเนินการต่อ ผมตกใจ เพราะไม่มีการใช้บริการนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ทำให้เวลาล่วงเลยไปรวมเกือบปี หรือราว 7-8 เดือน”

“แต่คณะชุดนี้มาพบผมและแจ้งว่า มีผู้ไปร้องเรียนที่ DSI ไว้จำนวนมาก เมื่อคณะอนุปกติของเราไม่ได้ใช้บริการเขา ผมจึงให้ DSI ดำเนินการไปก่อน และบอกอธิบดี DSI ให้ทำเต็มที่ เอาให้เต็มที่เลยนะ ส่วน กกต. คงต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ซึ่งเราเห็นว่ายังมีข้อกังวล”

“ในที่สุด DSI ได้สอบสวนและอธิบดีมีหนังสือแจ้งว่า บัดนี้สอบสวนจนได้พยานหลักฐานที่แน่นหนาแล้ว พร้อมถามว่า กกต. จะรับโอนสำนวนมาดำเนินการต่อหรือไม่ หากหน่วยงานอื่นสอบสวนคดีเลือกตั้ง เขาต้องแจ้ง กกต. และให้ กกต. ตัดสินใจว่าจะรับโอนสำนวน หรือ ดำเนินการเอง หรือให้หน่วยงานนั้นทำ โดยกฎหมายเปิดไว้ 3 ทางเลือก”

“บังเอิญว่าขณะนั้น ต้องพูดตรงๆ DSI อยู่ในการดูแลของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอยู่อีกพรรคหนึ่ง เราเห็นว่าเป็นปัญหาทางการเมืองยุ่งกันไปหมด ผมจึงพูดในที่ประชุมว่า หาก กกต. เข้าไปรับเรื่องตอนนี้ อาจถูกมองว่า takeside และไม่มีความเป็นกลาง จึงเสนอให้รอเพื่อฟังต้นสายปลายเหตุก่อน เพราะ กกต. ไม่ควรเข้าไปให้คนสงสัยว่าอยู่ฝ่ายใด อยากให้อยู่ตรงกลางอย่างนิ่งๆ จึงเลื่อนออกไปอีกระยะหนึ่ง ส่วน DSI จะทำอะไรจากนั้นผมก็ไม่ทราบ จากนั้นเรื่องก็เงียบไป”

พยานปากเอก ให้ข้อมูลตรง 3 กันครั้ง

เมื่อกลับมาดูสำนวนของเรา ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่จะทำงานต่อได้ จึงมีการเสนอในที่ประชุม กกต. ว่า เมื่อ DSI ได้แจ้งมาแล้ว และเราปฏิเสธเขาไปแล้ว ก็ให้ถือเป็นความปรากฏ แล้วใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกเอกสารจากทุกหน่วยงาน ให้ กกต. ทำสำนวนของตนเอง จึงตั้งคณะสืบสวนไต่สวนคณะอนุฯ ที่ 26 ขึ้นมา นี่คือที่มาของคณะอนุฯ 26 โดยเห็นว่าต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากเจ้าหน้าที่ กกต. แล้ว ขอ DSI มา 3 คน และอีก 6 คนเป็นเจ้าหน้าที่ของ กกต.

กระบวนการคือเรียกเอกสารต่าง ๆ ที่เหลือก็เรียกข้อมูลที่ DSI สอบสวนไว้ทั้งหมดส่งมาให้เรา ส่วนผู้ที่เคยให้การกับ DSI เราก็เชิญมาสอบปากคำใหม่เพื่อยืนยัน

ดังนั้น พยานที่ 16/26 (นายเอกราช ช่างเหลา) ซึ่งกลับคำให้การ ท่านเคยให้การกับ DSI มาแล้ว 2 ครั้ง และเมื่อเราเรียกมาอีก ก็ยืนยันอีกเป็นครั้งที่ 3 ช่วงเวลาแต่ละครั้งห่างกันพอสมควร ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผมในฐานะเสียงข้างน้อยจึงเชื่อพยานปากนี้ และมาให้การ 3 ครั้ง ก็ไม่เคยบอกว่าถูกกดดันใด ๆ

เมื่อคณะอนุ 26 ทำสำนวนเสร็จ เนื่องจากเริ่มดำเนินการช้าไปเกือบปี และมีกฎหมายกำหนดว่าการดำเนินงานควรเสร็จสิ้นภายใน 1 ปี แต่สามารถขยายเวลาได้ เราจึงต้องขยายเวลาและเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด DSI กับคณะอนุฯ ที่ 26 ทำงานจนได้ข้อมูลมาระดับหนึ่ง ในที่สุดจึงสรุปสำนวนและส่งต่อ

คณะอนุฯ 36 ถ่วงเวลา รอสรรหา กกต.

กระบวนการของ กกต. เมื่อส่งสำนวนแล้ว จะมีคณะอนุกรรมการช่วยกลั่นกรองข้อมูลจากการสอบสวนว่าเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีข้อเท็จจริงทัดทานประการใด เพื่อช่วย กกต. อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอยู่แล้ว 35 คณะ แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษ กกต. 7 คนจึงตั้งคนมาคนละหนึ่งคนเพื่อช่วยกันกลั่นกรองให้รวดเร็ว และใช้ทีมงานเป็นผู้รับฟัง ดังนั้นการตั้งคณะ 36 ไม่ได้ตั้งขึ้นมาซ้ำซ้อนหรือให้มาตีกัน แต่ความเห็นที่หักล้างพยานเกิดจากดุลพินิจของแต่ละคณะเอง โดยวิธีการแล้วเราทำเช่นนี้อยู่ เพียงแต่ตั้งเป็นกรณีพิเศษ 7 คนตามเหตุผลที่กล่าวมา

“ข้อเท็จจริงคือประธานคณะ 36 ซึ่ง กกต. ท่านหนึ่งตั้งขึ้นมาและได้รับเลือกเป็นประธาน ไม่เรียกประชุมประมาณ 45 วันนับแต่ตั้ง ผมไม่ทราบว่าดีเลย์ ผมก็ถามว่าไปไหน ก็อ้างว่าไปต่างประเทศ ซึ่งทำให้การพิจารณาของคณะล่าช้า เพราะ กกต. หลายคนกำลังจะครบวาระและต้องแต่งตั้งคนมาแทน”

“ส่วนความเห็นของแต่ละท่าน ผมจะไม่ก้าวล่วง เพราะเป็นดุลพินิจจากการพิจารณาพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม คณะอนุ 36 ไม่ได้ยกทั้งหมด แต่เห็นด้วยกับคณะ 26 บางส่วน แต่เป็นส่วนน้อย”

“เมื่อผ่านคณะอนุ 36 แล้ว เรื่องเข้าสู่ กกต. ระยะเวลางวดเข้ามาทุกที ขอเท้าความเล็กน้อยเพราะกระทบต่อผม คือกรณีสำนักงาน กกต. ออกแถลงข่าวว่า ไม่มีการขอเรื่องเส้นเงินเข้าที่ประชุม หรือไม่มีการส่งเรื่องเส้นเงิน มีแต่การส่งสำนวนและมีมติไม่รับสำนวน”

ความจริงในระหว่างที่คณะอนุชุดที่ 36 กำลังพิจารณาสำนวน หากพิจารณาเสร็จต้องส่งกลับมาที่ กกต. ทันที ระหว่างที่พิจารณาอยู่ DSI มีหนังสือแจ้งว่า ได้ทำสำนวนคดีฟอกเงิน ซึ่งมีทั้งภาพถ่าย เส้นเงิน และเส้นโทรศัพท์ เกี่ยวพันกับผู้ถูกกล่าวหาในคดี สว. ประมาณ 8 คน หาก ก็แจ้งมาที่ กกต. ว่า หาก กกต.สนใจพยานหลักฐานในสำนวนเหล่านี้ ขอให้มีมติแจ้งไป เพื่อให้ DSI ทำสำเนาส่งให้ จึงเป็นที่มาของมติ 4 ต่อ 3 ที่ไม่รับเอกสาร

ฝ่ายที่ไม่รับมีเหตุผลว่า กกต. ยังไม่มีสำนวน เพราะสำนวนอยู่ที่คณะ 36 จึงยังไม่รู้ข้อเท็จจริงและไม่ควรรับ ส่วนผมเห็นว่า กกต. มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อหน่วยงานของรัฐแจ้งมา ประกอบกับคณะอนุ 26 ได้ทำบันทึกเสนอว่าต้องการพยานหลักฐานเหล่านี้เพื่อวิเคราะห์ก่อนว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิสูจน์ความบริสุทธิ์หรือความผิดหรือไม่ การนำมาวิเคราะห์ไว้ก่อนจึงเป็นผลดีกับ กกต. และสามารถนำมาใช้ได้ทันเมื่อจำเป็น อย่างไรก็ตาม เมื่อโหวตกันแล้วผมแพ้ จึงมีเพียงเท่านี้

“สิ่งที่ผมพูดเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด และนำไปสู่สิ่งที่ผมให้สัมภาษณ์ไว้ ผมขอไม่กล่าวซ้ำอีก”