เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Moltbook โซเชียลของ AI มนุษย์มีสิทธิ์แค่ดู
Tech Moltbook โซเชียลของ AI มนุษย์มีสิทธิ์แค่ดู
ซูเปอร์เอลนีโญ เสี่ยงพลิกน้ำตาลล้นตลาด สู่ของหายาก-บราซิล อินเดีย ไทย โดนหนัก
World ซูเปอร์เอลนีโญ เสี่ยงพลิกน้ำตาลล้นตลาด สู่ของหายาก-บราซิล อินเดีย ไทย โดนหนัก
ราคาทองวันนี้ (1 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ไชยชนก ยันยุติ Tomorrow.io รับกรมอุตุฯ สื่อสารเข้าใจยาก ต้องเร่งปรับปรุง
Tech ไชยชนก ยันยุติ Tomorrow.io รับกรมอุตุฯ สื่อสารเข้าใจยาก ต้องเร่งปรับปรุง
ไผ่ไร้ราก ไทยในเวทีโลก ท้าพิสูจน์เทคโนแครต รัฐบาลผู้มีภูมิคุ้มกันต่อองค์กรอิสระ
Politics ไผ่ไร้ราก ไทยในเวทีโลก ท้าพิสูจน์เทคโนแครต รัฐบาลผู้มีภูมิคุ้มกันต่อองค์กรอิสระ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ต.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ต.ค. 2569
‘ชัชชาติ’ ชวน ‘ดร.เอ้’ ดูระบบระบายน้ำ กทม. ยันพร่องน้ำก่อนฝนมา เร่งเจาะ ‘เส้นเลือดฝอย’
Economic ‘ชัชชาติ’ ชวน ‘ดร.เอ้’ ดูระบบระบายน้ำ กทม. ยันพร่องน้ำก่อนฝนมา เร่งเจาะ ‘เส้นเลือดฝอย’
‘ทนายแจม’ สรุปดราม่า ‘สายไหม 43’ ชี้รัฐขาดการสื่อสารทำชาวบ้านป่วน ย้ำวิกฤตต้องแจงเร็ว-ไม่ผลาญงบ
Politics ‘ทนายแจม’ สรุปดราม่า ‘สายไหม 43’ ชี้รัฐขาดการสื่อสารทำชาวบ้านป่วน ย้ำวิกฤตต้องแจงเร็ว-ไม่ผลาญงบ
‘ชัชชาติ’ โต้ข่าวเลิกแก้มลิง เป็น ‘ข้อมูลเท็จ’ ย้ำถกเรื่องเทคนิคได้ แต่อย่าโยงว่าไม่สนองพระราชดำริ
Economic ‘ชัชชาติ’ โต้ข่าวเลิกแก้มลิง เป็น ‘ข้อมูลเท็จ’ ย้ำถกเรื่องเทคนิคได้ แต่อย่าโยงว่าไม่สนองพระราชดำริ
“มากุโระ” ขยายฐานพรีเมี่ยมแมส คว้า “Age.3” จากญี่ปุ่ญปักธงไทย
Business “มากุโระ” ขยายฐานพรีเมี่ยมแมส คว้า “Age.3” จากญี่ปุ่ญปักธงไทย
ดูทั้งหมด

‘ทนายแจม’ สรุปดราม่า ‘สายไหม 43’ ชี้รัฐขาดการสื่อสารทำชาวบ้านป่วน ย้ำวิกฤตต้องแจงเร็ว-ไม่ผลาญงบ

01 ต.ค. 2569 | 15:34น.

“ทนายแจม-ศศินันท์” สส.กทม. พรรคประชาชน ลงพื้นที่ซอยสายไหม 43 ถอดบทเรียนดราม่าเทยางมะตอยปิดซอยทำคันกั้นน้ำ ชี้ต้นเหตุจาก “สำนักงานเขต-ส่วนกลาง” สื่อสารล้มเหลว ไร้การแจ้งเตือนจนชาวบ้านเข้าใจผิดปะทะอารมณ์ ย้ำบริหารงานภาวะวิกฤตต้องสื่อสารไว ฟังคนในพื้นที่ และป้องกันงบประมาณบานปลายจากการทำงานซ้ำซ้อน

จากกรณีดราม่าซอยสายไหม 43 เมื่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมกลับสร้างความสับสนและปะทะทางอารมณ์ ล่าสุด ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือ ทนายแจม สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

สรุปเหตุการณ์ซอยสายไหม 43 เมื่อคืนค่ะ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณซอยสายไหม 43 เมื่อคืนวันพุธที่ 30 กันยาที่ผ่านมา สิ่งที่ดิฉันอยากชวนมองมากกว่าการหาว่า “ใครผิด” คือ ปัญหาการสื่อสารและการประสานงานของภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่

เมื่อคืน ดิฉันลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์และพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ ซอยสายไหม 43 ทั้ง หมู่บ้านเรสสายไหม หมู่บ้านเฌอสายไหม รัชธานี 9 รวมถึงประชาชนในพื้นที่สายไหม 43 เพื่อรับฟังความกังวลและข้อสงสัยที่เกิดขึ้น  ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตได้มาดำเนินการเทยางมะตอยเป็นเนินระดับสูงปิดหน้าซอยสายไหม 43 ตั้งแต่ประมาณตอน 6 โมงกว่าๆ จึงมีความกังวลว่าอาจจะทำให้น้ำมีระดับสูงมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งประชาชนในซอยนี้ต้องเผชิญหน้ากับน้ำท่วมสูงเข้าออกลำบากมามากกว่า 4-5 วันแล้ว ชาวบ้านจึงมีการรวมตัวกันเพื่อออกมาสอบถามถึงสาเหตุการดำเนินการเช่นนี้เพราะไม่มีการแจ้งใดใดมายังตัวแทนของประชาชนในซอยนี้แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ดิฉันก็ได้รับฟังคำชี้แจงจากสำนักงานเขตสายไหม ซึ่งทางเขตเองก็ได้รับคำสั่งและแนวทางมาจากส่วนกลางอีกทอดหนึ่ง ว่าต้องการการปัญหาน้ำท่วมขังแต่อาจจะจะมีการสื่อสารผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งของการทำคันกั้นน้ำ

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้ในภาวะวิกฤติ การตัดสินใจที่รวดเร็วก็ต้องมาพร้อมกับการสื่อสารที่ชัดเจนและการประสานงานที่เป็นระบบ

เพราะเมื่อประชาชนในพื้นที่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

ไม่รู้ว่าหน่วยงานกำลังจะดำเนินการอะไร

หรือไม่เข้าใจเหตุผลของการตัดสินใจนั้น

ความกังวลก็อาจกลายเป็นความเข้าใจผิด และความเข้าใจผิดก็อาจพัฒนาไปเป็นความขัดแย้งหรือการปะทะทางอารมณ์ได้

การรับฟังประชาชนจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้เฉพาะเวลาปกติ แต่ยิ่งสำคัญในเวลาวิกฤติ

ก่อนจะตัดสินใจดำเนินการใด ๆ หากมีการสื่อสารกับประชาชน หรือตัวแทนประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจตรงกันอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน และช่วยลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นได้

อีกเรื่องที่อยากฝากไว้คือ

“งบประมาณของรัฐต้องถูกใช้ให้คุ้มค่า”

เหตุการณ์เมื่อคืนมีการดำเนินการบางอย่างไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมารอการดำเนินการต่อ ซึ่งนอกจากจะสร้างความสับสนให้ประชาชนแล้ว ยังอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการดำเนินการที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากมีการประสานงานและสื่อสารกันตั้งแต่ต้น

เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นปัญหาของ “พื้นที่หนึ่ง” หรือ “หน่วยงานหนึ่ง”

แต่ควรเป็นบทเรียนว่า

เมื่อรัฐต้องตัดสินใจในภาวะวิกฤติ รัฐต้องสื่อสารให้เร็ว ชัด และรับฟังคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน

เพราะการแก้ปัญหาที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้เรื่องจบเร็วที่สุด

แต่ต้องทำให้ ประชาชนเข้าใจตรงกัน ลดความขัดแย้ง และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าที่สุดด้วย

หวังว่าเหตุการณ์เมื่อคืนจะเป็นบทเรียน และเราไม่ต้องเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ

ทนายแจม

สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน