เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
Politics รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
Economic กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
Politics ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
Politics อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
‘เบทาโกร’ เข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจ Foodservice อีคอมเมิร์ซครบวงจร
Biz Movement ‘เบทาโกร’ เข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจ Foodservice อีคอมเมิร์ซครบวงจร
งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
Biz Movement งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
Politics นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
“ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
Business “ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
ลุ้น กนง. 28 ต.ค. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดคงดอกเบี้ย 1% จับตาเงินเฟ้อขยับ-ศก.ชะลอ
Finance ลุ้น กนง. 28 ต.ค. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดคงดอกเบี้ย 1% จับตาเงินเฟ้อขยับ-ศก.ชะลอ
คลังคลอด 3 มาตรการช่วยหลังน้ำลด 7 แบงก์รัฐพักชำระหนี้ หักค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน-รถ
Politics คลังคลอด 3 มาตรการช่วยหลังน้ำลด 7 แบงก์รัฐพักชำระหนี้ หักค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน-รถ
ดูทั้งหมด

รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ

20 ต.ค. 2569 | 15:01น.
รัฐบาล คาดออกกฎหมายลูก 'ตั๋วร่วม' ครบ 20 ฉบับปีนี้

ครม.รับทราบ กฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ล่าช้า คมนาคม คาดออกครบ 20 ฉบับภายในปีนี้ แจงเพิ่มเวลารับฟังความเห็น-หารือผู้ให้บริการ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบเหตุผลความจำเป็น ที่ไม่สามารถออกกฎหมายลำดับรองให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ รวมทั้งให้กระทรวงคมนาคมรับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า การออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่กระทรวงคมนาคม เสนอเป็นการดำเนินการตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้ดำเนินการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ (ต้องดำเนินการออกกฎหมายลำดับรองให้เสร็จภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2569) แต่โดยที่ได้มีคำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบการจัดทำร่างกฎหมาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 กำหนดให้เพิ่มระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมาย ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จากเดิมไม่น้อยกว่า 15 วัน เป็นไม่น้อยกว่า 30 วัน รวมทั้งกำหนดให้หน่วยงานรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ในชั้นเสนอหลักการหรือประเด็นสำคัญของร่างกฎหมาย และการรับฟังความคิดเห็นภายหลังจากที่มีร่างกฎหมายแล้ว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 จึงส่งผลให้แผนการดำเนินงานออกกฎหมายลำดับรองตามความในพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เกิดความล่าช้า 

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการจัดเก็บค่าโดยสารและโครงสร้างรายได้ของผู้ให้บริการระบบขนส่งทุกภาคส่วน กระทรวงคมนาคมจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มเติมในการประชุมหารือร่วมกับผู้ให้บริการระบบขนส่งที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นเชิงเทคนิคและข้อจำกัดในทางปฏิบัติเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาของร่างกฎหมายลำดับรองดังกล่าวให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติและสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป จึงจำเป็นต้องรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองออกตามความในพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เสร็จแล้วรวม 20 ฉบับ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการออกกฎหมายลำดับรองแล้วเสร็จครบทั้ง 20 ฉบับ ภายในปี 2569

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า การออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานระบบตั๋วร่วมในเชิงระบบ สนับสนุนการดำเนินการระบบตั๋วร่วม และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศ ดังนี้ ซึ่งจะเกิดประโยชน์สำคัญต่อประชาชนและยกระดับการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ ดังนี้

1.การลดภาระค่าครองชีพประชาชน การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมโดยยกเว้นค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนระหว่างผู้ให้บริการ จะส่งผลให้ค่าบริการโดยรวมลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

2.การอำนวยความสะดวกและความรวดเร็วในการเดินทางประชาชนสามารถใช้บัตรหรือสื่อการชำระเงินเพียงใบเดียวเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารได้อย่างไร้รอยต่อ

3.การบรรเทาปัญหาจราจรและมลพิษ ระบบตั๋วร่วมจะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากขนส่งส่วนบุคคลเป็นการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมการบูรณาการมาตรฐานทางเทคโนโลยี ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและบูรณาการให้เกิดอัตราค่าโดยสารร่วม

4.การเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลของภาครัฐ โดยช่วยให้ภาครัฐมีเครื่องมือทางกฎหมายในการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบตัวร่วม ควบคุมคุณภาพการบริการการจัดสรรรายได้ระหว่างผู้ประกอบการ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วโดยเห็นว่า คณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวได้ และมีข้อสังเกตว่า กระทรวงคมนาคม (สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร) ควรเร่งรัดการดำเนินการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เพื่อให้การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบกระเทือนถึงสภาพบังคับทางกฎหมายของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ระบบตั๋วร่วม