นับถอยหลัง “ตั๋วร่วม” รถไฟฟ้า ไม่เกิน 45 บาท ทุกสีทุกสาย เริ่ม 1 ม.ค. 2570
เตรียมนับ 1 “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า” ทุกสีทุกสายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ตั้งเป้าเปิดบริการ 1 มกราคม 2570
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้ร่วมกำหนดแนวทางการบูรณาการข้อมูลและเตรียมความพร้อมเปิดใช้อัตราค่าโดยสารตั๋วร่วมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว
โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม และมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และ นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง
เปิดเงื่อนไข “ตั๋วร่วม” ไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน
สาระสำคัญของมาตรการ คือการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย กำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสาย ทุกสี ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพิ่มความสะดวก และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยมีเป้าหมายเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2570

ใช้บัตร EMV Contactless คืนเงินส่วนต่างผ่าน “เป๋าตัง” ใน 3 วัน
ที่ประชุมกำหนดให้ระบบชำระเงิน EMV Contactless เป็นวิธีหลักในการเดินทาง ซึ่งรองรับทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม โดยมีกลไกการคิดค่าโดยสารและการคืนเงิน ดังนี้
- การเรียกเก็บเงิน : เบื้องต้นจะเรียกเก็บค่าโดยสารตามมูลค่าการเดินทางจริง
- การคืนเงินส่วนต่าง (Refund) : หากค่าโดยสารรวมเกินอัตราสูงสุด 45 บาท ภาครัฐจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือเข้าบัญชีบัตรที่ใช้เดินทางภายใน 3 วันทำการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- ผู้ได้รับสิทธิ : สิทธิตั๋วร่วม 45 บาท จะครอบคลุมประชาชนผู้ถือสัญชาติไทย
- กลุ่มเปราะบาง : สำหรับผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ยังคงได้รับสิทธิลดหย่อนราคาพิเศษตามหลักเกณฑ์เดิม หรือสามารถเลือกใช้สิทธิมาตรการ 45 บาทตามตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดได้

กทม. เตรียมโอนสายสีเขียว-สายสีทอง ให้ รฟม.
ในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคม, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เพื่อโอนย้ายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ทั้งส่วนหลักและส่วนต่อขยาย) รวมถึงสายสีทอง ทั้งในมิติทรัพย์สิน รายได้ และภาระหนี้สิน ไปอยู่ภายใต้การบริหารของ รฟม. เพียงรายเดียวตามขั้นตอนของกฎหมาย
นอกจากนี้ กทม. จะอำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่เพื่อติดตั้งเครื่องอ่านบัตรชั่วคราว (Temporary Reader/EDC) บนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง พร้อมเร่งจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในเดือน ธันวาคม 2569
กรมขนส่งทางราง เร่งวางระบบ-คุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร
ขณะที่ กรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ได้รับมอบหมายให้ประสานและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านระบบจัดเก็บค่าโดยสาร อุปกรณ์รองรับ EMV Contactless และเงื่อนไขทางธุรกิจ
รวมถึงจัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณค่าโดยสาร การคืนเงินส่วนต่าง การคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร การรับเรื่องร้องเรียน และกำหนดแนวทางการทดสอบระบบร่วมกันก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
