เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติชี้ปีงบ’69 ไทยเหลือพื้นที่ทางการคลัง 1 หมื่นล้าน มองลดภาษีน้ำมัน เสี่ยงวิกฤตซ้อนวิกฤต
Finance เอกนิติชี้ปีงบ’69 ไทยเหลือพื้นที่ทางการคลัง 1 หมื่นล้าน มองลดภาษีน้ำมัน เสี่ยงวิกฤตซ้อนวิกฤต
“ศุภจี” ชูอาเซียนฐานอาหารโลก ไทยนำปิดดีล DEFA-ลงนามลงทุนฮ่องกง
Economic “ศุภจี” ชูอาเซียนฐานอาหารโลก ไทยนำปิดดีล DEFA-ลงนามลงทุนฮ่องกง
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
รฟม. ให้ขึ้น MRT ฟรี 4 สาย 22 ก.ย. 69 เอาใจคนใช้จักรยาน-สกู๊ตเตอร์พับได้
News รฟม. ให้ขึ้น MRT ฟรี 4 สาย 22 ก.ย. 69 เอาใจคนใช้จักรยาน-สกู๊ตเตอร์พับได้
งบรัฐตึง แบกค่ารักษาหนัก หนุน รพ.-ประกันโต ชู BH-BDMS-PR9-BCH-CHG เด่น
Finance งบรัฐตึง แบกค่ารักษาหนัก หนุน รพ.-ประกันโต ชู BH-BDMS-PR9-BCH-CHG เด่น
‘เอกนิติ’ ชี้ไทยช่วยไทยพลัสดัน 5 ด้าน ใช้เอไอช่วยประชาชนต่อยอดหลังจบโครงการ
Finance ‘เอกนิติ’ ชี้ไทยช่วยไทยพลัสดัน 5 ด้าน ใช้เอไอช่วยประชาชนต่อยอดหลังจบโครงการ
ไอคอนสยาม ชนะเลิศ Best Cultural Destination Influencer Campaign เวที Thailand Influencer Awards 2026
Biz Movement ไอคอนสยาม ชนะเลิศ Best Cultural Destination Influencer Campaign เวที Thailand Influencer Awards 2026
เปิดอินไซต์ EV ซ่อมแพงกว่ารถน้ำมัน 40% เตือนหน้าฝนระวังแบตเสียหาย
Automotive เปิดอินไซต์ EV ซ่อมแพงกว่ารถน้ำมัน 40% เตือนหน้าฝนระวังแบตเสียหาย
เสร็จปีหน้า ถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้ว หนุนเดินทาง ขนส่ง ประตูสู่อินโดจีน
Economic เสร็จปีหน้า ถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้ว หนุนเดินทาง ขนส่ง ประตูสู่อินโดจีน
ธอส. ฉลอง 73 ปี! เปิดรับเงินฝากออมทรัพย์เจ้าสัว อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.25% ต่อปี
Finance ธอส. ฉลอง 73 ปี! เปิดรับเงินฝากออมทรัพย์เจ้าสัว อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.25% ต่อปี
ดูทั้งหมด

พปชร.วิ่งสับเปลี่ยนกำลัง มุ้ง “พี่ใหญ่” เปิดศึก “รุมทึ้ง” ทีมเศรษฐกิจ

29 ก.พ. 2563 | 13:28น.

รายงานพิเศษ

เมื่อปัจจัยการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรไม่อาจเขี่ยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นอำนาจฝ่ายบริหารได้ เพราะรัฐบาลกำเสียงข้างมากท่วมท้น มากกว่าฝ่ายค้านหลายเท่า

แต่ที่หนักใจ เป็นปัจจัยเสี่ยง คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ถึงแม้ “ปัจจัยเสี่ยง” ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะถูกปลดชนวน

ทว่า “ระเบิดลูกใหญ่” คือ ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยตกอยู่ในสภาวะ “ยากลำบาก” โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว รวมถึงปัญหาการ “แข็งค่า” ของค่าเงินบาท และเงินไม่ถึงรากหญ้า

กระหน่ำซ้ำจากแผลสดทางการเมืองที่ถูกฉีกกลางสภาในศึกซักฟอก ดังนั้น ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “แกนนำตัวจ่าย” จับชีพจรรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้อง “ปรับใหญ่” เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่“ทีมสมคิด” ยัง “แก้ไม่ตก”

ปรับขบวน รื้อทีมเศรษฐกิจ

แกนนำพลังประชารัฐ ตั้งวงวิเคราะห์ ว่า “กรุงศรีฯ ไม่สิ้นคนดี-คนเก่ง โดย ดึงคนนอก นักบริหารเศรษฐศาสตร์ มืออาชีพ มาบริหารเศรษฐกิจแทนทีมสมคิด เพื่อไม่ให้รัฐบาลกอดคอกันตายหมู่”

“ถ้าท่านนายกฯ ไม่เปลี่ยนเศรษฐกิจไม่ได้ เอาไม่อยู่ ท่านก็คงไปคุยกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจก่อนว่าทำอย่างไรให้ไปถึงรากหญ้า ทำแบบเดิมเงินไม่ถึงรากหญ้า 80% ต้องไปสู่คนจน 20% ต้องถึงมนุษย์เงินเดือน นี่คือปัญหาประเทศหลัก ไม่ใช่นายทุน”

“เพราะอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางอย่างมาก แต่ถ้าจะดึงใครมาสักคนทุกพรรคต้องเห็นด้วย กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นไร้คนดีหรอก ไม่งั้นรัฐบาลตายหมู่ เรื่องเสียงในสภา ตอนผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี”63 รัฐบาลได้ 254 254 254 เสียงตลอด” แกนนำพรรคพลังประชารัฐระบุ

คนดี-คนเก่ง ที่ถูกชี้เป้า คือ “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” นักเศรษฐศาสตร์หนุ่มไฟแรง-ทฤษฎีคนละสำนักกับสมคิด แต่ไม่ฝักใฝ่การเมือง อดีตผู้ช่วย MD ธนาคารไทยพาณิชย์ ประธานบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา/บอร์ดธนาคารทหารไทย

“เศรษฐพุฒิ” เป็น 1 ใน 6 “ทีมกุนซือ” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ สมัยที่ยังควบตำแหน่งหัวหน้า คสช. ได้เซ็นคำสั่งทิ้งทวน-แต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้แก่ 1.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ 2.นายปิติ ตัณฑเกษม 3.นายเศรษฐพุฒิ

4.นายดิสทัต โหตระกิตย์ ซึ่งขณะนี้ขยับขึ้นไปเป็น “เลขาฯนายกฯ” 5.นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร และ 6.นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รวมถึง “ปรีดี ดาวฉาย” นายกสมาคมธนาคารไทย จากธนาคารกสิกรฯ ที่ถูกโยนหินถามทาง

“สมคิด” ออกแรงป้องเก้าอี้

สูตรปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 กลุ่มที่ครอบครอง ส.ส.มุ้งใหญ่ ปักมีดใส่ “ทีมสมคิด” ออก “ทั้งกระบิ”

การเขย่าโผ ครม.รอบใหม่ จะเกิดขึ้นหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด จึงต้องจับตาว่า “สมคิด” จะมี “ท่าไม้ตาย” เหมือนเมื่อครั้งปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องการเปลี่ยนตัวหัวหน้า-เลขาธิการพรรค

โดยเฉพาะ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรค-รัฐมนตรีพลังงานที่ไม่สามารถเล่นบท “ผู้จัดการรัฐบาล” ได้สมจริง ปล่อยให้ “ลูกพรรค” อดอยากปากแห้ง จึงถูกเขย่า-ขย่มเก้าอี้เลขาฯ-รัฐมนตรีพลังงานอย่างหนักหน่วง

จน “สมคิด” ต้องจูงมือ “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรค-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขึ้นหลังตึกไทยคู่ฟ้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนจะสามารถต่อต้าน “ปฏิบัติการยึดพรรค” ได้สำเร็จ

โดยมี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำสามมิตร เป็น “เพลย์เมกเกอร์” คนสำคัญรวมถึง “สุวิทย์ เมษินทรีย์” รัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมเข้าข่าย 3 ปัจจัยถูก “ปรับออก” 1.ขาลอย-ไม่ได้จ่าย 2.ไม่มีจำนวน ส.ส.อยู่ในมือ และ 3.ไม่เข้าพรรค-พวก

ทว่า อาจจะไม่ง่ายนักที่ “สมคิด” จะใช้ “มุกเดิม” เอาตัวรอดจากวิกฤตที่รุมเร้า รักษาพวก-พ้อง ทีมเศรษฐกิจที่อยู่โยงมาตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ถึงฝั่ง ไม่ถูกเขี่ยออกได้หรือไม่

เกมเขย่าในพรรค

“พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ วิเคราะห์เอฟเฟ็กต์หลังการอภิปราย-ลงมติโหวตไม่ไว้วางใจแล้วว่า ดูตรงภาพรวมของการอภิปรายตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้าย จึงสามารถสรุปได้ว่าการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐจะเป็นอย่างไร การปรับ ครม.จะมีหรือไม่ เพราะหากรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายตอบดี จากที่ร้าย ๆ อยู่ก็อาจจะกลายเป็นดีเลยก็ได้ รวมถึงความกลมเกลียว ความสามัคคีภายในพรรคและพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าหากผ่านตรงนี้ไปได้ อาจจะดีเลยก็ได้ รัฐบาลอาจจะไปรอดเลยก็ได้

“แต่ถ้าจะมีการเขย่ากันภายในพรรคก็คงจะเป็นเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องอภิปราย ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรให้สะดุดขาตัวเองก็คงจะอยู่ได้”

ขณะที่ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นจุดที่อาจจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องมีการปรับเปลี่ยน “ครั้งใหญ่” ภายในรัฐบาล

“แกนนำกลุ่ม กทม.” สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ว่า จากตัวเลขจีพีดีปี”62 เติบโตเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจมากกว่าเรา

เรื่องกระบวนการกระจายเม็ดเงินลงสู่รากหญ้าโดยตรง กระบวนการในการนำเงินลงไปต้องให้ถึงประชาชน ถึงแม้ว่าไอเดีย “ชิม ช้อป ใช้” จะดีและด้วยเงินที่ลงไปจำนวนมาก แต่การประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง การเมืองต้องทำ 1 ประชาสัมพันธ์ 10

“เรื่องค่าเงินบาทแข็ง มาตรการลงทุนซื้อเครื่องจักร เช่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เตรียมลงทุนอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครบังคับให้ทำ บริษัท ปตท.ต้องลงทุนให้ได้ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อไปซื้อเครื่องจักรต่างประเทศค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลง”

“ธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์มีแผนลงทุนเท่าไหร่และสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อรวมตัวเลขเงินลงทุนแล้ว 5 แสนล้านในการลงทุน เมื่อประกาศไปแล้วก็จะไม่เกิดต่างชาติเก็งค่าเงินบาท รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด ทำอย่างไรให้เกิดการลงทุนเครื่องจักรแสนล้านบาท”

เฮ้ง-แฮงค์ เด็กดื้อ ขอลุ้นเก้าอี้

นอกจากมีแววการปรับ ครม.เศรษฐกิจ การเขย่าขวด ครม.ในประยุทธ์ 2/2 ยังมีวี่แววลามไปกระทรวงอื่น

“สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พปชร.ผู้คุมกำลัง ส.ส.ย่านภาคตะวันออก-กลาง อดีตแคนดิเดต รมว.แรงงาน ในช่วงการฟอร์มรัฐบาล หล่นวลีการเมือง ประกาศตัวร่วมลุ้นโควตารัฐมนตรี ในการปรับ ครม.ว่ายอมเป็น “เด็กดี”

“ผมเป็นเด็กดี และถ้ามีเด็กดื้อ ได้ขนม แล้วจะทำให้ทุกคนที่เป็นเด็กดี กลายเป็นเด็กดื้อทั้งหมด ตรงนี้เป็นความคลาดเคลื่อน ซึ่งผมจะทำให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สบายใจไปทำไม พวกเราต้องสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรี ทำงานให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และบ้านเมือง”

ว่ากันว่า “สุชาติ” ซุ่มซ้อม คิดโปรเจ็กต์กระทรวงจับกังล่วงหน้า หากมีลุ้นได้-เสีย พร้อมนั่งตำแหน่งทันทีถ้ามีโอกาสมาถึง

เช่นเดียวกับ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท รองประธานยุทธศาสตร์พลังประชารัฐ นอกจากมี “นาย” สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าทางการเมืองเบอร์ 1 ยังแนบแน่น กับ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พลังประชารัฐ เคยมีลุ้นเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยคลังแต่ก็พลาด แม้ตั้งโต๊ะทวงสัจจะของชายชาติทหาร ของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อ เฮ้ง-แฮงค์ เข้าถึง “บิ๊กป้อม” เกมเขย่าในพรรคครั้งนี้ จึงมีลุ้นสมใจ “เด็กดื้อ”

ขันนอตทีมโฆษก

นอกจากทีมเศรษฐกิจที่ยังเป็น “จุดอ่อน” ของรัฐบาลแล้ว การสื่อสารของ “ทีมโฆษกรัฐบาล” ที่แกนนำกรรมการบริหารพรรคสาย กทม. ต้อง “ขันนอต” ประกาศให้ “ทีมโฆษกรัฐบาล” ปรับตัว-เลิกเดินตาม พล.อ.ประวิตร และหากไม่จำเป็นต้องตาม พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ก็ไม่ต้องไป และใช้เวลามาทำงานในทีมโฆษกรัฐบาลให้เข้มแข็ง

รวมถึง อย่าเอาแต่ขอบเขตงาน-ผลงานของพรรค (ร่วม) ของตัวเอง ต้องบริหารจัดการทีมงานให้เข้มแข็งและทำตัวเป็น “ศูนย์กลาง” ของข้อมูล-ข่าวสารรัฐบาลมากกว่าที่เป็นอยู่

“ท่านนายกฯทำเยอะ ท่านตั้งใจ แต่ทำไมการสื่อสารออกมาผิดฝาผิดตัวไปหมด ดังนั้น ต้องเอาปัญหาออกมาเปิดเพื่อมาแก้ ไม่เอาปัญหาซุกไว้ใต้พรม วันนี้ถึงจุดที่ปัญหาต้องแก้ ต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังอีก ผมต้องรักษานายกฯ เพราะนอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว การประชาสัมพันธ์คือส่วนหนึ่งของปัญหาต้องแก้ ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้องให้คนอื่นมาแก้” แกนนำพรรคพลังประชารัฐระบุ

ทว่า หากไม่ปรับตัว-แนวทางการทำงาน อาจถูกปรับออกจากตำแหน่งก็เป็นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคพลังประชารัฐ