ท่องเที่ยวไทยมุ่ง High Value ททท.เขย่าแผนปฏิบัติการปี’70 ครั้งใหญ่
รมว.การท่องเที่ยวฯ มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ High Value Destination สร้างสมดุลตลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงด้าน ททท.ทบทวนแผนงานปี’70 ครั้งใหญ่ ทั้งปรับโครงสร้างตลาด เปลี่ยนการขายสินค้าท่องเที่ยวสู่การขายประสบการณ์ พัฒนาเครื่องยนต์ขับเคลื่อน พัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงรับการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในฐานะเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ภูมิภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก โดยนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศนับตั้งแต่นี้ (ปี 2569) เป็นต้นไป รัฐบาลจะมุ่งให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (Quality) ที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน
รวมทั้งทำงานเชิงรุกในการบูรณาการร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืน โดยยึด 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ทรงคุณค่า (High Value Destination) การสร้างสมดุลตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาองค์กรให้มีสมรรถนะสูง พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง
โดยในปี 2569 นี้คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.68 ล้านล้านบาท จาก เป้าหมายเชิงนโยบายที่ตั้งไว้ 3 ล้านล้านบาท ภายใต้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 33 ล้านคน ใกล้เคียงกับปี 2568 ที่ผ่านมา ส่วนปี 2570 ตั้งเป้ารายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ประมาณ 2.76 ล้านล้านบาท
ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า แผนปฏิบัติการประจำปี 2570 นี้ ททท.จะมุ่งทบทวน ปรับเปลี่ยนจุดยืนขององค์กรครั้งสำคัญ ทั้งด้านยุทธศาสตร์ วิธีคิด รูปแบบการดำเนินงานด้านการตลาด การพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว และการบริหารองค์กร โดยจะให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม เพื่อสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่จะสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง ด้วย 4 เสายุทธศาสตร์สำคัญ
ประกอบด้วย เสายุทธศาสตร์ที่ 1 การปรับโครงสร้างตลาด (Shape Market Portfolio) ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดแบบ Target Marketing เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง เสายุทธศาสตร์ที่ 2 เปลี่ยนการขายสินค้าท่องเที่ยวสู่การขายประสบการณ์ (Shape Experience Platform) เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ตลอด 365 วัน กระจายสู่เมืองรองและชุมชน
เสายุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ (Shape New Growth Engine) หล่อหลอมเครื่องยนต์ตัวใหม่เพื่อช่วยเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจท่องเที่ยว และเสายุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (Transform Organization) เพื่อให้ ททท.เป็นองค์กรที่มีความคล่องตัว ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์
“สำหรับปี 2569 นี้มีเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีผลกระทบกับตลาดตะวันออกกลาง จึงวางเป้าหมายในเชิงรายได้ไว้ 2.68 ล้านล้านบาทแทน ภายใต้ความคาดหวังในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 33 ล้านคน”
นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า ประเด็นสำคัญของปี 2569 นี้คือการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูง โดยจากฐานเดิมที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 52,000 บาทต่อทริป รัฐบาลตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพนี้ให้มากขึ้นไม่ต่ำกว่า 10-15% โดยมุ่งไปที่กลุ่มที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงมากขึ้นอาทิ กลุ่มเฮลท์และเวลเนส กลุ่มธุรกิจ การค้า และการลงทุน กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงกีฬา กลุ่มดิจิทัล โนแมด กลุ่มนักลงทุน และกลุ่มการศึกษา ฯลฯ ซึ่งมีการใช้จ่ายที่สูงกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป
ขณะเดียวกันยังมีแผนเปิดตลาดใหม่ อาทิ กลุ่มยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์ ที่กำลังเติบโตก้าวกระโดด และเบลารุส แถบแอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ อย่างบราซิล เม็กซิโก และโคลัมเบีย ซึ่งเริ่มมีการเชื่อมต่อทางการบินที่ดีขึ้น โดยจะเน้นทำแคมเปญในตลาดระยะไกล เป็นตลาดใหม่ที่มีความท้าทายในการเดินทาง หากลุ่มตลาดเที่ยวไทยครั้งแรกเพื่อดึงให้กลายเป็นฐานลูกค้ากลับเข้ามาเที่ยวซ้ำในอนาคต