6 พรรคฝ่ายค้าน จำใจร่วมอภิปรายวิสามัญ วิปรัฐบาลไม่ขวางหากพูดเรื่องสถาบัน

6 พรรคฝ่ายค้าน จวกญัตติอภิปรายวิสามัญของรัฐบาลใส่ร้ายประชาชน ยัน จะสู้อย่างเต็มที่ เคียงข้างประชาชน

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังปวงชนไทย

ภายหลังการประชุม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านได้หารือกันอย่างถ่องแท้ ซึ่งตนมีความคิดว่าญัตติดังกล่าว มองดูแล้วตั้งใจให้ร้ายการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมมากกว่า ทำให้ผู้ชุมนุมกลายเป็นสาเหตุของปัญหาไม่จริงใจ การอภิปรายไม่นำไปสู่ทางออก ดังนั้น แม้ฝ่ายค้านมีข้อจำกัด แต่พรรคฝ่ายค้านจึงต้องเข้าร่วมกันปกป้องสิทธิของประชาชน

โดยร่วมกันเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงทั้งหมด พรรคฝ่ายค้านจะไม่ยอมให้รัฐบาลใช้เวทีรัฐสภาเหมือนผงซักฟอกที่จะซักฟอกให้รัฐบาลขาวสะอาด เวทีลักษณะเช่นนี้ควรพูดหาทางออกให้กับประชาชน ซึ่งมีทั้งความลำบากด้านเศรษฐกิจ และปัญหากลุ่มผู้ประท้วงที่ต้องการสิ่งต่างๆ

ขณะที่นายสุทิน คลังเเสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับญัตตินี้ เพราะการเปิดสภาสมัยวิสามัญ อาจไม่นำไปสู่การแก้ไขหาทางออก ดังนั้น รูปธรรมที่จะเป็นทางออกได้ จะต้องนำเอา 3 ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมมาพูดกัน แต่ญัตติที่รัฐบาลยื่นมา ขาดสาระในเรื่องนี้ทั้งหมด และยังมีการนำเรื่องการขัดขวางขบวนเสด็จมาพูดคุย ในรายละเอียดกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าจาบจ้วงล่วงเกิน ซึ่งหยิบประเด็นนี้ไม่ใช่ทางออก แต่จะกลายเป็นการขยายความขัดแย้งขึ้นมาอีก

และการไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชนในหลายรูปแบบเป็นมูลเหตุ แต่ขณะนี้ยังเป็นการผลิตซ้ำด้วยการกล่าวหาและผลิตซ้ำความไม่พอใจใหม่ขึ้นมา สะท้อนถึงการกล่าวหาใส่ร้ายผู้ชุมนุม และความไม่จริงใจ

“ญัตติดังกล่าวห่างไกลจากทางออก โยนความผิดให้ผู้ชุมนุม เบี่ยงเบนไม่ให้ฝ่ายค้านพูดความล้มเหลวของฝ่ายรัฐบาล ให้เราพูดแค่ขบวนเสด็จเท่านั้น และต้องการฟอกตัวเองเอาที่ประชาชนเป็นจุดอ่อนและเอาประเด็นที่ตัวเองได้เปรียบมาอภิปราย เป็นการฟอกตัวเอง ญัตติดังกล่าวรัฐบาลไร้วุฒิภาวะ อาจขัดต่อข้อบังคับ กระทบความเสียหายในวงกว้าง ฝ่ายค้านจึงจำเป็นต้องเข้าร่วมประชุม เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงที่ประชาชนถูกกล่าวหา เพื่อไม่ให้รัฐบาลและพรรคร่วม รวมถึง ส.ว. อภิปรายด้วยข้อมูลด้านเดียว” นายสุทิน กล่าว

ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เจตนาของฝ่ายค้านต้องการให้สภาเป็นสถานที่ปลอดภัย คลี่คลายปัญหาบ้านเมือง แต่ญัตติของรัฐบาลไม่ได้เพียงแค่จะคลี่คลายปัญหา กลับเป็นการกล่าวหาให้ร้ายประชาชนในหลายๆ ข้อ ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านจึงต้องเข้าไปอภิปรายปกป้องสิทธิให้ความยุติธรรมกับประชาชน หวังว่า ประธานจะควบคุมการประชุม ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย จะทำงานให้เต็มที่แม้ฝ่ายค้านมีเวลาแค่ 8 ชั่วโมง ขณะที่รัฐบาลและส.ว.มีเวลารวมกัน 15 ชั่วโมง


ทั้งนี้ การประชุมหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน 6 พรรคเป็นการด่วน สืบเนื่องจากการประชุมวิป 4 ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และส.ว. เพื่อกำหนดประเด็นและกรอบเวลาในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 26-27 ต.ค.เวลา 09.30 น.เพื่อหาทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์ชุมนุมของประชาชน เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากวิปรัฐบาล เผยว่า ในญัตติเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญของ ครม.ระบุเหตุผลในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เนื่องจากมีการขัดขวางขบวนเสด็จและมีเหตุการณ์ประทุษร้ายต่อพระราชินี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 รวมถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อของกลุ่มนักศึกษามาเป็นเหตุผลในการขอเปิดญัตติ

ทั้งนี้ ทางวิปฝ่ายรัฐบาล มีมติว่าจะไม่มีการประชุมลับ และไม่ขัดขวางหากฝ่ายค้านจะพูดถึงประเด็นดังกล่าว รวมถึงให้มีการถ่ายทอดสดออกไปด้วย

แต่ผู้อภิปรายต้องรับผิดชอบคำพูดของตนเอง ซึ่งอาจจะผิดข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อ 45 วรรคสอง ที่ระบุว่า “ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์หรือออกชื่อสมาชิกรัฐสภาหรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น” และอาจผิดกฎหมายอื่นๆ ที่อาจจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ฝ่ายค้านใช้เอกสิทธิ์ในการอภิปราย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ