เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
Finance ประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ไทยได้ 3 โอกาสใหญ่ IMF-World Bank
เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
Finance เอกนิติ ปลื้ม ‘เฟด’ ชมไทย สนใจการปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา
ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
Automotive ฮอนด้าปลุก DNA มอเตอร์สปอร์ต เปิด “The Racing Playground Challenge”
GAP Wendy’s เปิดธุรกิจเพลงตรึงลูกค้า
Business GAP Wendy’s เปิดธุรกิจเพลงตรึงลูกค้า
อนุทิน เปิดเบื้องหลังความท้าทาย IMF-World Bank มั่นใจไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก
Politics อนุทิน เปิดเบื้องหลังความท้าทาย IMF-World Bank มั่นใจไทยสร้างความเชื่อมั่นระดับโลก
ร่วมชมนิทรรศการคิดถึงสมเด็จย่า ครั้งที่ 29 ย้อนรอยพระราชปณิธานแห่งการให้ ที่ไอคอนสยาม
Biz Movement ร่วมชมนิทรรศการคิดถึงสมเด็จย่า ครั้งที่ 29 ย้อนรอยพระราชปณิธานแห่งการให้ ที่ไอคอนสยาม
Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
Columns Resilience : ความสามารถใหม่ ในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย
เปิดตัว Tesla Roadster รถบินได้ จองในไทยวันนี้ 178,000 บาท
Automotive เปิดตัว Tesla Roadster รถบินได้ จองในไทยวันนี้ 178,000 บาท
QUICK ฮอต! บิ๊กเนมแห่จอง ‘HUMAN-สุระ-เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์’ ร่วมวง
Finance QUICK ฮอต! บิ๊กเนมแห่จอง ‘HUMAN-สุระ-เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์’ ร่วมวง
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
ดูทั้งหมด

ทีดีอาร์ไอ แนะหาคนทำผิดพลาดบริหารโควิด เท่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 40

12 ก.ค. 2564 | 12:46น.
คณะรัฐมนตรี

ทีดีอาร์ไอ ประเมินผลงานกลางเทอมรัฐบาลประยุทธ์ 2 แนะตั้งกรรมการหาคนบริหารโควิดผิดพลาด เหมือนวิกฤิตเศรษฐกิจปี 2540

คณะผู้ประเมินได้นำเสนอผลการประเมินกลางเทอมของรัฐบาลประยุทธ์ 2 ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 และครบรอบ 2 ปีในวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 โดยจะประเมินเฉพาะผลงานด้านการควบคุมการระบาดของโควิด-19 และการบริหารจัดการวัคซีน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในปัจจุบัน

รายงานทีดีอาร์ไอ ที่ออกเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2564 สรุปรายงานไว้ตอนหนึ่งว่า “การตัดสินใจและการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลในช่วงหลังจากนั้นทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสที่ดีดังกล่าวไป และมีส่วนทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ในวงกว้างจนทำให้ประเทศกลับเข้าสู่สภาวะวิกฤติอีกครั้ง”

จากก่อนหน้านี้ ประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีในระลอกแรก จากการทำงานอย่างหนักของบุคลากรทางแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และการได้รับความร่วมมือของประชาชน แม้จะแลกมาด้วยความสูญเสียทางเศรษฐกิจไม่น้อย  ความสามารถในการควบคุมการระบาดได้ทำให้ประเทศมีเวลาและโอกาสที่ดีในการเตรียมตัวรับมือการกลายพันธุ์และการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19  ตลอดจนการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ในช่วงต้นปี 2563 ประเทศไทยควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในระลอกแรกได้ค่อนข้างดี โดยสามารถควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศ แม้ช่วงนั้นจะมีการล็อกดาวน์อย่างรุนแรง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ตกต่ำลงอยู่แล้วจากการหดตัวอย่างรุนแรงของภาคการท่องเที่ยว โดยอัตราการเติบโตของ GDP ของไทยในปี 2563 ติดลบร้อยละ 6.1 หรือหดตัวอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 22 ปี

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของโควิด 19 ในระลอกแรกน่าจะเกิดจากปัจจัยหลายอย่างเช่น การมีระบบควบคุมโรคที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ก่อนการระบาด การใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็นที่ปรึกษา ความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และความร่วมมือของประชาชนจากความตื่นตัวในการป้องกันการระบาด จนทำให้รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ต่อเนื่องมาหลายเดือนและทำให้ไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ควบคุมการระบาดได้ดีในระดับโลก

ทีดีอาร์ไอแบ่งหัวข้อหลักในการนำเสนอ เรื่องการควบคุมการระบาดของโควิด-19 พร้อมแสดงข้อมูลอัตราการตายส่วนเกินของประเทศไทย จำแนกตามกลุ่มอายุในเดือน พ.ค. และ มิ.ย.2564 จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่การระบาดของโรค (คนต่อประชากรหนึ่งล้านคน), และจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากโควิด-19 ตั้งแต่เกิดการระบาดของโรค (คนต่อประชากรหนึ่งล้านคน)

และข้อมูลการบริหารจัดการวัคซีน พร้อมแสดงข้อมูลอัตราการฉีดวัคซีนสะสมต่อประชากร , ตารางจังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนสะสมต่อประชากร 100 คน 15 อันดับแรก (ณ วันที่ 7 ก.ค.2564) ตารางการได้รับวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย (28 ก.พ.-6 ก.ค.2564)

ทีดีอาร์ไอสรุปรายงานดังกล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 และการกลายพันธุ์ของไวรัสเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถและประสิทธิภาพของภาครัฐของแต่ละประเทศมีผลอย่างยิ่งต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน

โดยประเทศที่ภาครัฐมีขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูงจะไม่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตทั้งในด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจเป็นเวลานาน และจะสามารถกลับมาฟื้นตัวสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันในเวทีโลก

น่าเสียดายว่า แม้ประเทศไทยเคยประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดในระลอกก่อนหน้า แต่เมื่อรัฐบาลดำเนินการผิดพลาดในการควบคุมโรคและการบริหารจัดการวัคซีน ประเทศก็กลับเข้าสู่วิกฤตด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง จนสูญเสียโอกาสในการฟื้นตัวสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว และสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันในเวทีโลก

กรณีผิดพลาดนี้สมควรต้องมีผู้ที่ต้องรับผิดชอบ และสมควรมีการแสวงหาข้อเท็จจริงและวิเคราะห์ในเชิงลึก โดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระคล้ายกับคณะกรรมการศึกษาและเสนอแนะมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบการเงินของประเทศ (ศปร.) ที่ตั้งขึ้นหลังวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เพื่อถอดบทเรียนและป้องกันความผิดพลาดซ้ำอีกในอนาคต

อ่านข้อมูลรายงานฉบับเต็ม