Skip to content

เจาะปม สัมปทานสายสีเขียว บิ๊กตู่ฉุนอะไรเสี่ยโจ้ ถึงเรียกนักเลงข้างถนน

19 ก.พ. 2565 | 02:18น.
เจาะปม สัมปทานสายสีเขียว บิ๊กตู่ฉุนอะไรเสี่ยโจ้ ถึงเรียกนักเลงข้างถนน

ไฮไลต์จากกการประชุมสภาผู้แทนฯ ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป “เสี่ยโจ้” ยกประเด็นร้อนเรื่องขยายสัญญา สัมปทานสายสีเขียว ซัด “พระรามประยุทธ์” อาจพาติดคุกทั้ง ครม. ด้านบิ๊กตู่ออกอาการฉุน จวกอีกฝ่ายทำตัวเหมือนนักเลงข้างถนน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหา ต่อคณะรัฐมนตรี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย

นายยุทธพงศ์ตั้งคำถามทำไมรัฐบาลต้องเร่งรีบต่อสัญญาสัมปทาน จนให้ถูกมองว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ อีกทั้งการดำเนินการในอดีต อยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช. เพราะ กทม.ใช้วิธีพิเศษ โดยให้กรุงเทพธนาคมไปจ้างบีทีเอสโดยไม่มีการประมูลในส่วนต่อขยาย เท่ากับหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ร่วมทุน

credit : Matichon

ทั้งนี้ สายสีเขียวมีส่วนต่อขยาย ที่เป็นปัญหาคือส่วนต่อขยายเขียวเหนือจากหมอชิตไปคูคต และเขียวใต้จากแบริ่งไปเคหะบางปู สมุทรปราการ เริ่มปี 2559 สัญญาสิ้นสุดปี 2585

“ถามว่าเอาอำนาจอะไรไปให้บีทีเอสวิ่งถึงปี 85 ใช้กฎหมายใดรองรับ สัญญาในส่วนของไข่แดงเป็น พ.ร.บ.ร่วมทุน แต่ส่วนต่อขยายกลับใช้วิธีจ้างวิ่งรถ ไม่ใช่ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งผิดชัดเจน ซึ่ง ป.ป.ช.กำลังสอบสวนอยู่” นายยุทธพงศ์กล่าวและตั้งคำถามอีกว่า กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจอะไรที่ยกส่วนต่อขยายเขียวเหนือเขียวใต้ให้กับบีทีเอสทั้งที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ

นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย กระทรวงคมนาคมถึงได้คัดค้านเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย 7 คนถึงลาประชุม ครม.เพราะกลัวทำผิดกฎหมาย

“การกระทำที่ผิดกฎหมายของพระรามประยุทธ์ คือขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวล่วงหน้า 37 ปี ข้ามศตวรรษไปถึงปี 2602 อ้างคำสั่ง คสช.ที่3/2562 เป็นเครื่องมือล้างผิด เป็นใบเบิกทาง เป็นศรของพระรามประยุทธ์ที่จะเคลียร์ความผิด ล้างมลทินให้ตัวเอง ยกเว้นกฎหมาย เอื้อประโยชน์ ผูกขาดตัดตอนให้เอกชนรายเดียว

credit : Matichon

“ที่สำคัญจงใจสร้างหนี้ 3.7 หมื่นล้านหวังเอื้อประโยชน์บีทีเอส และ กทม.ปล่อยให้คนนั่งรถฟรีตั้งแต่ปี 61 จนถึงวันนี้ จึงหาเหตุยกสัญญาสัมปทานให้เขา ขอบอกว่าเป็นการจัดฉากสร้างหนี้ เปิดทางให้บีทีเอสเสนอขอแลกหนี้กับการขยายสัมปทานล่วงหน้า 37 ปี

ประชาชนจะเดือดร้อนเพราะพระรามประยุทธ์ หากไม่ขยายสัมปทานค่าโดยสารจะเป็น 158 บาท แต่ถ้าขยายสัมปทานคิด 65 บาทซึ่งก็ยังแพง ดังนั้นท่านควรรอให้ถึงปี 72 แล้วเอาสัมปทานกลับมาเป็นของรัฐเพื่อให้ค่าโดยสารถูกลง แล้วให้ รฟม.ดำเนินการเจ้าเดียว ก็จะใช้แค่ตั๋วใบเดียว”

 

ส.ส.คนดังของพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า พระรามประยุทธ์จะไปอยู่แล้ว ท่านอยู่ได้นานไม่เกินเดือนมีนาฯ 66 เดือนพฤษภาฯ นี้จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ ทำไมไม่ให้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่เข้ามาตัดสินใจ ดีกว่าพารัฐมนตรีติดคุกทั้ง ครม.

“ถ้าพระรามประยุทธ์จะแผลงศรโดยใช้ ม.44 กล้าทำผิดกฎหมาย ต่อสัมปทานให้บีทีเอส ผมประกาศเลยว่าวันที่ 22 พ.ค.65 เปิดสภาฯ ครั้งที่ 1/2565 พบกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แล้วพระรามประยุทธ์จะรู้ว่านรกมีจริง แน่จริงอย่ายุบสภาฯ หนีก่อน ผมไม่สามารถไว้วางใจพระรามประยุทธ์บริหารราชการต่อไป” นายยุทธพงศ์ กล่าวในตอนท้าย

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ตอบโต้นายยุทธพงษ์ ว่ากริยาที่แสดงออกมานั้น ไม่น่าฟังไม่น่าดูเลย เพราะฉะนั้นกรุณารักษามารยาทด้วย รู้จักให้เกียรติคนอื่นเขาด้วย ทั้งที่คนเรียกว่าส.ส.ผู้ทรงเกียรติ แต่ถ้าทำตัวแบบนี้ “เหมือนนักเลงข้างถนน”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอบคุณในข้อห่วงใยในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ครม.จะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

“เราต้องคำนึงถึงภาระการเงินของรัฐที่จะต้องรับผิดชอบต่อไปด้วย ไม่ได้มุ่งหมายว่าจะไปเอื้อประโยชน์กับใครหรือต้องการที่จะทิงทวนอย่างที่กล่าวหา กรุณาให้เกียรติกันบ้าง ผมไม่เคยไปก้าวล่วงอะไรท่านมากมายขนาดนี้ การใช้คำพูด ใช้กริยาที่ไม่เหมาะสม สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล” นายกฯ กล่าวในตอนท้าย