สุรทิน พิจารณ์ แห่งพรรคประชาธิปไตยใหม่ ประกาศกร้าวไม่ขอร่วมวง กินข้าวกับ 3 ป. ที่นัดเคลียร์ใจพรรคเล็ก
หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นัดดินเนอร์ในวันที่ 17 มีนาคม 2565 เป็นภาคต่อจากคิวพรรคใหญ่ร่วมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อวันอังคารที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา
เพื่อสยบเสียง “งอแง” ที่พรรคร่วมรัฐบาลขนาดกลาง-เล็กถูกหมางเมิน
การดีลรอบล่าสุดเปลี่ยน “ผู้ประสานงาน” มาเป็น “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน รักษาการผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ หนึ่งแกนนำการเมืองฝ่ายบู๊ของ พล.อ.ประยุทธ์
เปลี่ยนจากในอดีตที่ผู้ประสานงานพรรคเล็กคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่กำ ส.ส.16 ส.ส.พลังประชารัฐ ไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย และเป็นไม้เบื่อไม้เมา พล.อ.ประยุทธ์
มีรายงานว่า “สุชาติ” ในฐานะตัวแทนรัฐบาลส่งบัตรเชิญไปยังพรรคเล็ก–พรรคกลาง เว้นแต่พรรคประชาธิปไตยใหม่ ที่ยัง “ติดต่อไม่ได้”
แต่อีกด้าน “สุรทิน พิจารณ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวในวันที่ 13 มีนาคม 2565 ว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อมา แต่ถึงจะติดต่อมา ก็ไม่ไป เพราะติดลงพื้นที่พบประชาชน การที่นายกฯนัดพรรคเล็กกินข้าวไม่ใช่การแก้เกม แต่เป็นการแก้เกี้ยวมากกว่า เหมือนเด็กเล่นขายของ
เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้คิดเอง แต่คนแวดล้อมคิดให้ การกินข้าวกับพรรคเล็กคงไม่เกิดประโยขน์ ถ้าคุยแล้วยังไม่ใส่ใจกันเหมือนเดิม
“นายกฯควรมาถามกันบ้างก็ยังดี พรรคเล็กก็เป็น ส.ส. ไม่ใช่พรรคข้างถนน การอยู่เป็นรัฐบาลต้องอาศัยมือ ไม่ใช่อาศัยคำพูด เราก็มีมือของเรา อยู่ที่จะยกให้หรือไม่ ถ้าไม่ยกให้ก็ต้องทำใจ”
อย่างไรก็ตาม “ประชาธิปไตยใหม่” ถูกโยงเป็นหนึ่งพรรคเล็กที่ร่วมขบวนถือหางพรรคเศรษฐกิจไทย และ ร.อ.ธรรมนัส เพราะก่อนที่จะมีข่าวว่า 3 ป. ขอเปิดวงเคลียร์ใจพรรคเล็ก–พรรคกลาง ด้วยมือดินเนอร์อาหารจีน
ร.อ.ธรรมนัส นัดพรรคเล็ก ซึ่งมีพรรคประชาธิปไตยใหม่รวมอยู่ในนั้นไปเช็กเสียงสนับสนุน ที่ห้องอาหารจีน โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9
โดย “สุรทิน” เองยอมรับว่า เป็นหนึ่งในโต้โผให้พรรคเล็กมากินข้าวกับ ร.อ.ธรรมนัส
สุรทิน ยืนยันว่า “พรรคประชาธิปไตยใหม่จะไม่ยุบพรรคตัวเองไปรวมกับพรรคเศรษฐกิจไทยของร.อ.ธรรมนัส แต่พรรคเล็กบางพรรคมีข่าวว่าจะไปร่วมในสมัยหน้า แต่ก็สามารถประสานการทำงานกันได้ เพราะประเทศไทยจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้มีพรรคเดียวแน่นอน เพราะการเป็นรัฐบาลจะสามารถนำงบประมาณไปช่วยเหลือชาวบ้านได้โดยตรง ส่วนฝ่ายค้านทำได้ยาก”
ทั้งนี้ ตามเกียรติประวัติการเมือง พรรคประชาธิปไตยใหม่ที่มี “สุรทิน” เป็นหัวหน้าพรรค ก่อนได้รับ ส.ส.ปัดเศษ ได้เป็น ส.ส.เข้าสภา ในการเลือกตั้งปี 2562 เคยอยู่ฝั่งตรงข้าม พล.อ.ประยุทธ์มาก่อน
เขาเคยยื่นฟ้อง กกต.รวม 7 คน กรณีออกประกาศ กกต.เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องการแจ้งรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. โดยไม่ชอบ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 และมาตรา 98 (15) โดยไม่สุจริต ทั้งที่มีข้อโต้แย้ง ทักท้วง ถึงความไม่ถูกต้อง ถึง กกต.ทั้ง 7 โดยตรงและโดยอ้อมจากสื่อสาธารณะโดยทั่วไปว่าประกาศ กกต.ไม่ถูกต้อง
ทว่า หลังการเลือกตั้ง ภายหลังที่ “พรรคประชาธิปไตยใหม่” มีสถานะเป็น “พรรคร่วมรัฐบาล” เรื่องก็เงียบหาย อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ก็ประทับตราว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ 18 กันยายน 2562
พรรคประชาธิปไตยใหม่ ยังเคยปรากฏเป็นข่าว เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 ว่า เตรียมตั้ง น.ส.ธนพร ศรีวิราช สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (ในขณะนั้น) ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส มาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค แต่ผ่านไป 48 ชั่วโมง ร.อ.ธรรมนัส ออกมาปฏิเสธ เพื่อสยบข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัสจะย้ายพรรคไปอยู่พรรคประชาธิปไตยใหม่หรือไม่
แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเล็ก ฉายภาพ “พรรคประชาธิปไตยใหม่” ว่า เป็นพรรคที่ผูกพันกับผู้กองธรรมนัส มีผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น พรรคประชาธิปไตยใหม่ เอาเมียมาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค แต่ต่อมาก็ถอนออก
“คุณสุรทิน ออกมาประกาศว่าเขาร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส แต่จะไม่ยุบพรรค เป็นพรรคที่ทำงานร่วมกัน อาจจะมีแค่พรรค สองพรรค โดยเฉพาะบางพรรคที่มีน้อง พล.อ.ประวิตร (พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ) เป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง ก็ต้องเข้าตามแนวทางของ พล.อ.ประวิตร ดังนั้น พรรคที่จะไปรวมเลยก็มีอย่างมากแค่ 2 พรรค” แหล่งข่าวกล่าว
นี่คือโปรไฟล์ “พรรคประชาธิปไตยใหม่” พรรคเล็กหนึ่งเดียว เสียงเดียว ที่ปฏิเสธกินข้าวกับ 3 ป.