Skip to content

เจาะกลยุทธ์ ‘ไทยประกันชีวิต’ ฝ่าวิกฤตด้วย SD Master Plan พร้อมชู 6 คุณค่า สร้างการเติบโตยั่งยืน

22 ธ.ค. 2565 | 17:00น.
เจาะกลยุทธ์ ‘ไทยประกันชีวิต’ ฝ่าวิกฤตด้วย SD Master Plan พร้อมชู 6 คุณค่า สร้างการเติบโตยั่งยืน

วิกฤตที่ทั่วโลกต้องเผชิญอย่างหนักหน่วงในช่วง 2-3 ปีมานี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ประเด็น ความยั่งยืน กลายเป็นบริบทสำคัญขององค์กรธุรกิจที่ต่างให้คุณค่ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติมากขึ้น โดยเฉพาะแนวคิด ESG ที่คำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล 

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่างให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมไปถึงบริษัทประกันชีวิต ที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน อย่าง บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ที่ให้น้ำหนักกับแนวคิด ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้องค์กร คู่ค้า และสังคมไทย

มุ่งสู่บริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนด้วย SD Master Plan

แผนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ TLI เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2551 โดยเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ จัดทำ แผนแม่บทความรับผิดชอบต่อสังคม ก่อนจะปรับปรุงเป็น แผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (SD Master Plan) ในปี 2561 และดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

TLI ดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ SD Master Plan เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการด้านความยั่งยืนให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน สอดคล้องกับ SDGs ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่สมดุลกันระหว่างสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังเป็นการขับเคลื่อนตามแนวทางการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย เป็นที่มาของ คณะทำงานด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (SD Committee) โดยกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของประกันชีวิตให้กับทุกหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับรูปแบบการดำเนินงานภายใต้ SD Committee เริ่มต้นด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Sustainability Day : Cascade & Workshop เพื่อร่วมวางกรอบแนวทางและสร้างกระบวนการดำเนินงานสู่ความยั่งยืน ภายใต้ SD Roadmap ของบริษัทฯ เตรียมความพร้อมก้าวสู่การเป็น หุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment : THIS) และเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศ และระดับสากลต่างๆ  ในอนาคต

วาง 6 คุณค่าขับเคลื่อนองค์กรตามหลัก ESG

การเดินหน้าบนเส้นทางความยั่งยืนของ TLI ครอบคลุมไปถึงแนวกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลัก ESG ซึ่งมีแนวทางการดำเนินงานผ่าน 6 คุณค่าหลัก คือ

  1. ส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้า ออกแบบผลิตภัณฑ์และการบริการ ที่สามารถให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงการประกันชีวิต และพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกระดับ ทุกชุมชน ของสังคมไทย
  2. ส่งมอบคุณค่าให้พนักงานและตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท มุ่งมั่นเสริมสร้างบุคลากรให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดี สามารถส่งมอบความรู้ด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินให้ชุมชนในสังคม
  3. ส่งมอบคุณค่าให้คู่ค้าและพันธมิตร ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคู่ค้าที่ครอบคลุมประเด็น ESG ในส่วนพันธมิตรให้ความสำคัญเรื่องธรรมาภิบาล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อเป็นบริษัทประกันชีวิตที่คู่ค้าและพันธมิตรเลือก
  4. ส่งมอบคุณค่าให้ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน ส่งมอบผลตอบแทนการลงทุนที่ยั่งยืน และมีการจัดการบริหารความเสี่ยง ที่ครอบคลุมประเด็น ESG
  5. ส่งมอบคุณค่าให้หน่วยงานกำกับดูแล เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม มีการบูรณาการด้านธรรมาภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยของข้อมูล (PDPA)
  6. ส่งมอบคุณค่าของชีวิต คุณค่าแห่งความรัก และคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นแก่นของธุรกิจประกันชีวิตให้สังคมไทยและคนไทย โดยบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสังคมไทย

ผลประกอบการไตรมาส 3 ยังโดดเด่น

เมื่อพิจารณาจากรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวม จากการเปิดเผยของ ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TLI พบว่า TLI ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 มีผลประกอบการเติบโตอย่างเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 9,641 ล้านบาท เติบโต 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564

ทั้งยังมีผลรวมกำไรที่คาดว่าจะได้รับตั้งแต่วันแรกถึงวันสิ้นสุดของกรมธรรม์ 5,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนของปีก่อนหน้า

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า TLI สามารถสร้างผลให้กำไรจาก VONB เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยอยู่ที่ 53.4% ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 14.1%

ตอกย้ำแผนการดำเนินธุรกิจที่เดินหน้ามากว่า 80 ปี และกำลังพลิกโฉมสู่ก้าวใหม่ในการดำเนินธุรกิจ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล สร้างความแข็งแกร่ง หนุนการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน

Upskill-Reskill ดิจิทัล เสริมการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นอกเหนือจาก 6 คุณค่าที่กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนองค์กรสู่บริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนแล้ว TLI ยังเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ รองรับทุกภาคส่วนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งกลุ่มพนักงานและพันธมิตร ด้วยการให้ความสำคัญกับการอัพสกิลและรีสกิลด้านดิจิทัล เพื่อให้เป็น Digital Agent  ที่พร้อมเป็น Life Solution Partner ได้

ไชย ไชยวรรณ เผยว่าการพัฒนาและเสริมทักษะด้านดิจิทัลให้กลุ่มพนักงาน พัฒนามิตร ตลอดจนตัวแทนขายเป็นการเสริมความสามารถการดูแลชีวิตและวางแผนทางการเงินให้ลูกค้าได้ในทุกช่วงชีวิตทุกจังหวะชีวิตและทุกการใช้ชีวิตรวมถึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเฉพาะบุคคลด้วยความรวดเร็ว

“TLI ได้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยในการทำงาน อย่าง MDA 4Plus ที่ช่วยให้ตัวแทนสามารถนำเสนอขาย รับชำระเบี้ยประกันภัย และนำส่งเคสเข้าบริษัทฯ ได้อย่างสะดวกผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต รวมถึงการดูแลลูกค้า และการบริหารทีมงาน”

“สำหรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ TLI ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างกำไรในระยะยาว และมีความอ่อนไหวน้อยต่ออัตราดอกเบี้ย อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล ผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน ซึ่งกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์นี้จะผลักดันให้บริษัทมีกำไรอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ” กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TLI กล่าว

ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแค่ชี้ชัดว่า ไทยประกันชีวิต หรือ TLI เป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีแผนการดำเนินมุ่งสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กรและสังคมเท่านั้น แต่ยังบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างคนในองค์กร ในลักษณะ Ecosystem ทุกมิติ

ฉายภาพให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TLI ในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวสู่การเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงิน ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนสังคมให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน