Skip to content

บิ๊กอสังหาฯ ชี้เศรษฐกิจไทยบอบช้ำ การเมืองต้องนิ่ง ดึงคนเก่ง มืออาชีพร่วมรัฐบาลใหม่

24 ม.ค. 2569 | 15:15น.
บิ๊กอสังหาฯ ชี้เศรษฐกิจไทยบอบช้ำ การเมืองต้องนิ่ง ดึงคนเก่ง มืออาชีพร่วมรัฐบาลใหม่

การเลือกตั้ง 2569 ที่จะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มีเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจหลายภาคส่วนต่อนโยบายที่อยากได้ และโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ

นักธรุกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ผ่านมาหลายวิกฤต ท่ามกลางวิกฤตโลกล้อมไทยในขณะนี้ อยากให้“การเมืองนิ่ง” และมุ่งประคับประคองเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน รวมถึงดึงคนนอกมืออาชีพร่วมทีมรัฐบาลชุดใหม่

“ศุภโชค ปัญจทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไฟว์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ A5 สะท้อนว่า คีย์สำคัญที่อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการ คือ ทำให้เซนติเมนต์ทุกกลุ่มธุรกิจมันดีขึ้น ไม่ว่าผู้บริโภคและผู้ลงทุน เพื่อให้มีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ เพราะเมื่อเซนติเมนต์ดี จะทำให้คนมีมู้ดในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าตลาดไหนก็ตาม ยิ่งเฉพาะตลาดอสังหาฯ ซึ่งเป็นสินค้ามีราคาสูงและเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ ถ้าไม่มีความเชื่อมั่น เขาก็ไม่ซื้อ และไม่อยากเป็นหนี้

“อย่างแรกต้องทำให้คนมีกำลังซื้อ ซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ที่ยาก เพราะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องเริ่มจากการแก้หนี้ แต่ไม่ใช่ว่าจะปลดกันง่ายๆ ในระยะสั้นๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะมีการชะลอการชำระหนี้ออกไปบ้าง เพื่อทำให้เขามีกำลังซื้อมากขึ้น ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของดีมานด์”ศุภโชคกล่าว

สำหรับโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ “ซีอีโอA5 ” มองว่า อยากให้ให้มีการเปิดโอกาสให้คนนอก ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจต่างๆ เช่น การเงิน ตลาดทุน อสังหาฯ สังคม เป็นต้น เข้าร่วมทีมรัฐบาลด้วย เนื่องจากมองว่าชั่วโมงนี้เป็นชั่วโมงของมืออาชีพแล้วและฝ่ายการเมืองก็ต้องเลิกเล่นเกมการเมือง มาโฟกัสเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนอย่างจริงจัง

“สำหรับภาคอสังหาฯ อยากให้รัฐบาลขยายมาตรการกระตุ้นออกไปอีก จากเดิมจะสิ้นสุดเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งมาตรการLTV และลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง 0.01%เพื่อสร้างความมั่นใจด้านดีมานด์ รวมถึงมีมาตรการแก้หนี้ อย่างโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ถือว่าดี ช่วยลดภาระหนี้และให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย”ศุภโชคกล่าว

ด้าน “อิสระ บุญยัง” ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่า ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนมาเป็นรัฐบาลใหม่ อยากให้ฟังของประชาชน และคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ด้านเศรษฐกิจมาแก้ปัญหา เพราะเศรษฐกิจไทยบอบช้ำหนักมาก จากผลกระทบทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ หากดึงคนนอกและมืออาชีพเข้ามา จะสร้างมั่นใจให้กับภาคธุรกิจได้

“เมื่อจัดตั้งรัฐบาลแล้ว อยากให้เร่งแก้หนี้ครัวเรือน และหนี้กลุ่มต่างๆ เช่น เอสเอ็มอี เป็นต้น เพื่อให้เขาสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย ส่วนมาตรการระตุ้นระยะสั้นการเดินหน้าคนละครึ่งในเฟส2 ถือว่าเป็นนโยบายที่ดี แม้จะช่วยได้ระยะสั้นก็ตาม” อิสระ กล่าว

ขณะที่ “สุนทร สถาพร” นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใหม่ ลดหนี้ครัวเรือน โดยสานต่อโครงการ“ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นซื้อหนี้ต่ำ 1 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาใหญ่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ และกระทบต่อตลาดอสังหาฯ เข้าถึงสินเชื่อยาก เพราะแบงก์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทำให้ที่ผ่านมามีอัตรารีเจ็กต์เรตหรือกู้ไม่ผ่านเฉลี่ย 40%

“อยากให้รัฐบาลขยายมาตรการกระตุ้นอสังหาฯจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี ถึง 30 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ว่าการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% การผ่อนเกณฑ์ LTV ที่สามารถกู้ได้ 100% ถึง 30 มิถุนายน 2570 เป็นต้น คาดหวังว่า จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็วก่อนที่มาตรการกระตุ้นอสังหาฯจะสิ้นสุด” สุนทร กล่าว