เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

แอชตันอโศก ลูกบ้านรอ 7 เดือน ลงขันสู้คดีทุบคอนโดติด MRT

09 มี.ค. 2565 | 19:45น.

อัพเดต 7 เดือนเต็มคดีคอนโดฯ “แอชตัน อโศก สุขุมวิท 21” เจ้าของห้องชุด 668 รายลงขันจ้างทนายต่อสู้คดีหลักแสนบาท/ห้อง ลุ้นขอเป็น “ผู้ร้องสอด” เพื่อชี้แจงผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เผยแบงก์ปิดประตูสินเชื่อ แต่ต้องผ่อนค่างวดตามปกติ ยอดขายใหม่วูบ 100% “ประธานศาลปกครองสูงสุด” ชี้เร่งพิจารณาคดีให้จบภายในปี 2565 นี้

เวลาผ่านไป 7 เดือนเต็ม นับจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียม “แอชตัน อโศก สุขุมวิท 21” ล่าสุด ตัวแทนเจ้าของร่วมหรือเจ้าของห้องชุดในโครงการแอชตัน อโศกฯ จำนวน 600 กว่าห้องที่โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว เปิดข้อมูลการเตรียมความพร้อมเจ้าของห้องชุดเพื่อหาทางออกจากปัญหาคอนโดฯ จะถูกทุบทิ้งหรือไม่

กระทบ 668 เจ้าของห้องชุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คอนโดฯแอชตัน อโศก สุขุมวิท 21 มีจำนวนห้องทั้งหมด 783 ห้อง ช่วงก่อนที่จะมีคำพิพากษาของศาลปกครองสามารถขายได้แล้ว 666 ห้อง เหลือขาย 115 ห้อง คิดเป็นสัดส่วนขายได้แล้ว 85% เหลือขาย 15%

หลังจากมีคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ยอดขายในช่วง 7 เดือนหายเกือบ 100% โดยสามารถขายเพิ่มได้อีกเพียง 2 ห้อง จากปกติที่มียอดซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์เฉลี่ยเดือนละ 10-16 ห้อง ดังนั้น คำนวณได้ว่า ถ้าอยู่ในภาวะปกติที่ไม่มีคำตัดสินทางคดี จำนวนห้องเหลือขาย 115 ห้องน่าจะสามารถปิดการขายหรือขายได้หมดทั้งโครงการภายในเวลา 7-12 เดือน

เบ็ดเสร็จมีจำนวนห้องชุดที่โอนกรรมสิทธิ์แล้ว 668 ห้อง และสถานะปัจจุบันถือว่าเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง

ลงขันจ้างทนายต่อสู้คดี

นายธนา เตรัตนชัย กรรมการนิติบุคคลอาคารชุดแอชตัน อโศก สุขุมวิท 21 เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 ถึงปัจจุบัน เป็นช่วงวิตกกังวลถึงขีดสุดของเจ้าของร่วม 600 กว่ารายที่มีการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา เพราะได้รับผลกระทบรอบด้าน ประเด็นใหญ่สุดเป็นเรื่องผลจากคำพิพากษาของศาลปกครองกลางซึ่งมีคำตัดสินหลังจากโอนห้องชุดแล้วถึง 3 ปี จะมีผลทำให้คอนโดฯต้องถูกทุบทิ้งหรือไม่ และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายของเจ้าของห้องชุดที่มีอยู่จำนวนมาก

“ตอนนี้ผมถึงขนาดเป็นโรคซึมเศร้าเพราะช็อกมากกับเหตุการณ์นี้ คนอื่นอาจซื้อมือแรกแต่ผมเพิ่งซื้อเมื่อเดือนเมษายน 2564 ก่อนหน้าจะมีคำตัดสินไม่นาน ยอมรับว่าลังเลใจมาก ตัดสินใจยากว่าจะทำยังไงต่อไป แต่ก็ได้ตกแต่งห้องชุดและย้ายเข้ามาอยู่ในเดือนตุลาคม 2564 เป็นช่วงสั้น ๆ แต่ทรมานใจมากครับ บรรยากาศของชุมชนในโครงการเรามีแต่เรื่องปรับทุกข์ มีอารมณ์โกรธ และมีความเครียดจนสัมผัสได้ ผมทนไม่ไหวต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านชั่วคราวเมื่อเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา”

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เนื่องจากมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดจำนวนมากถึง 600 กว่าราย ทำให้ต้องใช้เวลาในการติดต่อประสานงานเพื่อร่วมกันหาทางออกในเรื่องนี้ เพราะเจ้าของห้องชุดก็มีความคิดเห็นไม่ตรงกันในตอนแรก ล่าสุด เพิ่งมีการเปลี่ยนคณะกรรมการนิติบุคคล และมีมติเสียงส่วนใหญ่โหวตให้หาช่องทางเพื่อมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อมูลต่อศาลปกครอง

เบื้องต้นจำเป็นต้องจ้างทนายความ ซึ่งก็พบว่าทนายความที่มีความชำนาญคดีเกี่ยวกับศาลปกครองมีจำนวนน้อยมากในประเทศไทย ทำให้ตัวเลือกมีน้อย โดยการตัดสินใจสู้ต่อในศาลปกครอง ทางทนายความแจ้งค่าใช้จ่ายอย่างต่ำหลักแสนต่อห้องชุด ซึ่งทางผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) แจ้งกับเจ้าของห้องชุดแล้วว่าบริษัทยินดีเข้ามามีส่วนร่วมช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายด้วย

หาช่องทางเป็น “ผู้ร้องสอด”

สำหรับแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มเจ้าของร่วม 668 รายนั้น นายธนากล่าวว่า จากการรวบรวมคำปรึกษาจากทีมทนายความเล็งเห็นว่า คำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ทางเจ้าของห้องชุดไม่ได้มีโอกาสมีตัวแทนเข้าไปนำเสนอข้อมูลในการพิจารณาคดีของศาลปกครอง มีเพียงบริษัทอนันดาฯ ซึ่งภาษากฎหมายศาลปกครองเรียกว่า “ผู้ร้องสอด” เพราะไม่ใช่จำเลยในคดี แต่เป็นเอกชนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐที่ถูกฟ้องร้องในคดีคือ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคม

ดังนั้น จึงมีความเห็นร่วมกันว่าทางเจ้าของห้องชุดน่าจะต้องร้องขอต่อศาลปกครอง เพื่อให้เพิ่มตัวแทนฝั่งเจ้าของห้องชุดเข้าไปเป็น “ผู้ร้องสอด” เพิ่มเติมอีกราย นอกเหนือจากมีผู้ร้องสอดเดิมคือบริษัทอนันดาฯ
ทั้งนี้ ความจำเป็นในการขอเป็นผู้ร้องสอดนั้น นายธนากล่าวว่า สถานะของคดีที่ศาลปกครองพิจารณาอยู่ เท่าที่ทราบเจ้าของห้องชุดยังไม่ได้เป็นผู้ร้องสอดจึงไม่มีตัวตนในคดีนี้ เมื่อรับทราบตามคำแนะนำของทนายความจึงมีความต้องการส่งตัวแทนเข้าไปเป็นผู้ร้องสอด เพื่อจะได้มีตัวตนในคดี และจะได้มีตัวแทนนำเสนอผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคดีนี้โดยตรง

เจ้าของห้องชาวต่างชาติมึน

นาย Mark Pandey เจ้าของห้องชุดขนาด 36 ตารางเมตรในโครงการแอชตัน อโศกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนทำงานในประเทศไทยหลายปี ชอบทำเลที่ตั้งโครงการที่อยู่ติดรถไฟฟ้า MRT กับ BTS การเดินทางติดต่อในเมืองมีความสะดวกมาก ณ ตอนที่ตัดสินใจซื้อห้องชุดมีราคา 7 ล้านกว่าบาท ซื้อเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรกในเมืองไทย

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคดีทำให้ด้านการเงินสะดุดทั้งหมดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 เนื่องจากมีอาชีพเป็นนักธุรกิจ ทำงานที่คอนโดฯ เดิมวางแผนนำทรัพย์สินหรือคอนโดฯ รีไฟแนนซ์เพื่อนำเงินสดมาใช้ลงทุน แต่ได้รับการปฏิเสธให้สินเชื่อจากธนาคาร ทำให้ขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ประเมินว่าอีก 4 เดือนถ้าไม่สามารถหาเงินกู้เพิ่มเติมได้ อาจต้องปิดกิจการเพราะไม่สามารถรันธุรกิจต่อไปได้

แบงก์ปิดประตูสินเชื่อ

นางสาวกุลชลิกา รุ่งวรา หนึ่งในเจ้าของห้องชุดแอชตัน อโศกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลกระทบทางด้านการเงินเกิดจากผู้ซื้อห้องชุดส่วนใหญ่ใช้เงินกู้ เดิมห้องชุดในโครงการมีสภาพคล่องสูง บางคนซื้อต่อมือที่ 2-3 ก็มี และเป็นหลักประกันที่ธนาคารให้มูลค่าสูง แต่หลังจากมีคดีทำให้แบงก์ยุติการประเมินสินเชื่อโดยสิ้นเชิง โดยแบงก์ไม่รับพิจารณาห้องชุดแอชตัน อโศก สุขุมวิท 21 เป็นหลักประกันสินเชื่อในปัจจุบัน
สิ่งที่เจ็บปวดคือไม่สามารถทำรีไฟแนนซ์ได้ ไม่สามารถขอเพิ่มวงเงินกู้ได้ ไม่สามารถขอเงินกู้ใหม่เพื่อมาซื้อห้องชุดได้ ในขณะที่ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 600 กว่าราย ถ้าห้องชุดห้องไหนที่ใช้เงินกู้มีหน้าที่จะต้องผ่อนค่างวดรายเดือนตามปกติ ในขณะที่ไม่รู้อนาคตว่าคอนโดฯจะถูกทุบทิ้งหรือได้พักอาศัยอยู่ต่อไป

“จากการติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ประเทศไทยมีนโยบายดึงดูดต่างชาติเข้ามาพักอาศัยในเมืองไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 มีการทบทวนโควตาสัดส่วนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน มีคดีแอชตัน อโศกฯ แบบนี้ ทำให้เราเป็นจิ๊กซอว์ตัวแรกที่อาจทำลายภาพลักษณ์อสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยได้เลย ชาวต่างชาติอาจมองว่าการซื้อทรัพย์สินในไทยอาจไม่ได้นะ ไม่ปลอดภัย จึงวิงวอนขอให้รัฐบาลเข้ามาเหลียวแลปัญหา หาทางคลี่คลายและเยียวยาเจ้าของห้องชุดที่ได้รับผลกระทบมาแล้วนานถึง 7 เดือน”

เผยคดีแอชตัน อโศกฯจบในปีนี้

นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการจัดงานครบรอบก่อตั้งศาลปกครอง 21 ปีว่า อัพเดตความคืบหน้าการอุทธรณ์คดีแอชตัน อโศก สุขุมวิท 21 ขณะนี้อยู่กระบวนการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด โดยหน่วยงานรัฐผู้ถูกฟ้อง 2 แห่งคือ สำนักการโยธา กทม. กับ รฟม. ได้ยื่นหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับการอนุญาตต่าง ๆ แล้ว ศาลปกครองสูงสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีอย่างรอบคอบ และเข้าใจว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน มีความพยายามเร่งรัด คาดว่าภายในปี 2565 นี้จะได้รับทราบผลการพิจารณาคดีแอชตัน อโศกฯแน่นอน

ส่วนกรณีเจ้าของห้องชุด 668 รายของแอชตัน อโศก สุขุมวิท 21 ขอเป็นผู้ร้องสอดจะสามารถทำได้หรือไม่นั้น หากเป็นผู้ที่มีผลได้เสียในคดีนั้น ๆ สามารถทำได้ แต่ต้องทำตั้งแต่ตอนศาลชั้นต้น ในชั้นอุทธรณ์ไม่สามารถทำได้แล้ว

เปิด 5 เกณฑ์พิจารณา

นายสุชาติ มงคลเลิศลพ รองประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวเพิ่มเติมว่า เกณฑ์การพิจารณาคดีแอชตัน อโศกฯ มี 5 ประเด็นหลักคือ 1.พื้นที่ที่ตั้งโครงการเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารชุด โดยมีประเด็นย่อยคือ โครงการนี้รุกล้ำที่สาธารณะหรือไม่ และมีการอนุญาตให้นำที่ดิน รฟม. ที่เวนคืนมาใช้ประโยชน์ถูกต้องหรือไม่

2.การจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

3.หน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐละเลยหน้าที่ในการดูแลที่สาธารณะหรือไม่ และโครงการแอชตัน อโศกฯ ได้รุกล้ำทางสาธารณประโยชน์ด้วยหรือไม่

4.การประกาศของ รฟม. เกี่ยวกับประเภทที่จะให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

และ 5.การอนุญาตให้โครงการนี้ใช้ประโยชน์โดยชอบหรือไม่

นอกจากเกณฑ์ข้างต้นแล้ว การพิจารณาต้องดูกฎหมายร่วมอีก 5 ตัว ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร, กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารชุด, กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์, กฎหมายว่าด้วยการควบคุมและรักษาสิ่งแวดล้อม และกฎหมายเกี่ยวกับการดูแลที่ดินของรัฐ

“การพิจารณาต้องใช้เวลาพอสมควร เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมที่สุด แต่ยืนยันตามท่านประธาน (นายชาญชัย) ว่าจะไม่เกินปี 2565 นี้” รองประธานศาลปกครองสูงสุดกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แอชตัน อโศก