ปภ.ผนึกกำลังทุกภาคส่วนฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ปภ.ผนึกกำลังทุกภาคส่วนฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ปภ.ผนึกกำลังทุกภาคส่วนฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ ประจำปี 2567 – เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสาธารณภัยแบบบูรณาการ

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 67 เวลา 14.30 น. ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานพิธีปิดการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567 พร้อมชมการสาธิตการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ และมอบมโยบายเสริมประสิทธิภาพการจัดการสาธารณภัยแบบบูรณาการ โดยมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย 7 ประเทศ ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ นายรณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมรับชมการแสดงสาธิตฯ ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี

ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยมุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน ซึ่งการลดความเสี่ยงและผลกระทบจากสาธารณภัยผ่านกลไกการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยถือเป็นอีกหนึ่งมิติในการสร้างคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ร่วมกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจัดการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567 ภายใต้การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี 2567 (C-MEX 24) ในระหว่างวันที่ 11 – 14 มิถุนายน 2567 ณ จังหวัดปราจีนบุรี

Advertisment

โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ภาคีเครือข่าย และจังหวัดปราจีนบุรี เข้าร่วมการฝึกฯ กว่า 1,000 คน เพื่อทดสอบการยกระดับการจัดการสาธารณภัย ขนาดใหญ่ (ระดับ 3) และสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) พร้อมเชื่อมโยงกลไกการจัดการสาธารณภัยภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์และโครงสร้างองค์กรปฏิบัติในภาวะฉุกเฉินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

สำหรับการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567 ในครั้งนี้ ได้จัดการฝึกฯ อย่างเต็มรูปแบบครอบคลุมทั้งการบรรยายให้ความรู้ (Academic Session) การฝึกซ้อมเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise: FEX) การฝึกปฏิบัติ (Drill) และการสาธิตการปฏิบัติการ (Demonstration) ภายใต้การจำลองสถานการณ์ภัยซ้ำซ้อนจากเหตุอุทกภัย สารเคมีรั่วไหล และการตรวจพบวัตถุอันตรายทางนิวเคลียร์และรังสีในห้วงเวลาเดียวกัน

ซึ่งทุกหน่วยงานได้ซักซัอมการปฏิบัติที่สอดคล้องกับภารกิจ แผน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการฝึกซ้อมเฉพาะหน้าที่ (Functional Exercise: FEX) ที่เป็นการเชื่อมโยงการทำงานของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (Joint Information Centre: JIC) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด (ศบจ.) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ (ศบอ.) และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น (ศปฉ.ท้องถิ่น) ในการยกระดับการจัดการสาธารณภัย การวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ การสั่งการ อำนวยการ ควบคุม และประสานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกันในทุกระดับ

Advertisment

ในส่วนของการฝึกปฏิบัติ (Drill) เป็นการฝึกฯ ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพการจัดการในภาวะฉุกเฉินให้กับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่การเผชิญเหตุ การค้นหาและกู้ภัย การชำระล้างและเก็บกู้รังสี การปฏิบัติการทางแพทย์ การบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว และการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยในพื้นที่เข้าถึงยากด้วยอากาศยาน โดยแบ่งการฝึกออกเป็น 5 สถานี ได้แก่ สถานีการชำระล้างรังสีและเก็บกู้รังสี สถานีอัคคีภัยและการชำระล้างสารเคมี สถานีการแพทย์ สถานีการบริหารจัดการศูนย์พักพิง และสถานีการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยโดยอากาศยาน 

ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มีความมุ่งมั่นผนึกกำลังอย่างเป็นหนึ่งเดียวในการฝึกฯ ในทุกกิจกรรม และขอให้นำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และปัญหาอุปสรรคมาพัฒนาการจัดการสาธารณภัยแบบบูรณาการที่สอดรับกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ทั้งระดับชาติ จังหวัด และท้องถิ่น โดยเฉพาะระดับจังหวัด ขอให้เชื่อมโยงการฝึกฯ แบบบูรณาการบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ อีกทั้งขอให้หน่วยงานทุกภาคส่วนให้ความสำคัญการตรวจสอบเครื่องมือ อุปกรณ์ ระบบการสื่อสาร เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านการจัดการสาธารณภัยและการความปลอดภัยจากสาธารณภัยของภาครัฐให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว” อธิบดี ปภ. กล่าว