สภาผู้บริโภค ค้านข้อมูล กทม. สุ่มตรวจ 50 คอนโดสูง พบจุดผิดกฎหมายยังไม่ถูกแก้ไข
สภาผู้บริโภค สุ่มตรวจภาคสนามคอนโดสูง 50 โครงการทั่วกรุงเทพฯ พบอาคารที่ กทม. ระบุว่า “แก้ไขแล้ว” 12 แห่ง ยังไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร จี้ผู้ว่าฯ กทม. เร่งบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ไม่ใช่แก้แค่บนกระดาษ หวั่นซ้ำรอยโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้-แผ่นดินไหว
สภาผู้บริโภค ระบุว่า จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบคอนโดสูง 50 โครงการในเขตกรุงเทพมหานคร ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยผลการตรวจสอบพบว่ามีอาคารที่ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว 12 อาคาร อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข 34 อาคาร และยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 อาคารแล้วนั้น สภาผู้บริโภคได้สุ่มตรวจ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 พบว่าคอนโดที่ กทม. ระบุว่า “แก้ไขแล้ว” ยังไม่เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้เร่งบังคับใช้กฎหมาย และเปิดเผยความคืบหน้าอย่างโปร่งใส เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน
นายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ข้อมูลที่ กทม. นำมาเปิดเผย เป็นข้อมูลที่สภาผู้บริโภคได้รับแล้วเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2569 แต่เมื่อสุ่มตรวจอาคารที่ระบุว่า “แก้ไขแล้ว” กลับพบว่ายังไม่เป็นไปตามกฎหมาย และนอกจาก 12 อาคาร ที่ กทม. ให้ข้อมูลว่ามีการแก้ไขแล้ว ยังมีอาคารอีกกว่า 30 แห่งที่อยู่ระหว่างการแก้ไข ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
นายก้องศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเวลาล่วงเลยมาเกือบ 1 ปี แต่ กทม. กลับเพิ่งออกมาชี้แจงข้อมูลต่อสาธารณะ หลังจากที่สภาผู้บริโภคเปิดเผยรายชื่อ 50 อาคาร ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า หากไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ กทม.จะเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ต่อสาธารณะหรือไม่
“หากวันพรุ่งนี้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้เรารายงานมาตั้งแต่กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา และข้อมูลทั้งหมดก็เคยส่งถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตั้งแต่ช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งแล้ว แต่ปัจจุบันกลับมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” นายก้องศักดิ์ระบุ

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคขอเรียกร้องให้ กทม. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างเข้มงวด เปิดเผยความคืบหน้าของแต่ละโครงการอย่างโปร่งใส และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นว่าการบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยอาคารจะไม่เป็นเพียงการรายงานบนเอกสาร แต่เกิดผลในทางปฏิบัติจริง
นายก้องศักดิ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ สภาผู้บริโภคได้ยื่นหนังสือต่อ กทม. เพื่อให้ตรวจสอบอาคารสูงที่เข้าข่ายผิดกฎหมายจำนวน 38 แห่ง ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2568 หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว และในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ได้ส่งหนังสือ ถึง กทม. อีกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบอาคารสูงเพิ่มเติมเป็น 50 แห่งทั่วกรุงเทพฯ
จนกระทั่งวันที่ 9 มีนาคม 2569 สภาผู้บริโภคได้รับหนังสือชี้แจงจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแผนผังบริเวณอาคาร และแจ้งให้นิติบุคคลอาคารชุดดำเนินการแก้ไขพื้นที่ที่เข้าข่ายไม่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว โดยมีอาคารบางแห่งรายงานว่าได้ปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอาคารเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นเพียงการแจ้งให้ทราบผ่านตัวอักษรเท่านั้น ไม่มีรูปภาพที่แสดงให้เห็นว่าโครงการนั้น ๆ มีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
อย่างไรก็ตาม จากการสุ่มตรวจสอบภาคสนามในคอนโดมิเนียม 5 แห่งที่ กทม. ระบุว่าได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว กลับพบว่า หลายจุดยังไม่ได้รับการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด