เปิดวิชั่น “มานะ นิมิตรวานิช” แม่ทัพใหม่ REIC ชี้อนาคตอสังหาฯ
“ต่อไปนี้เราจะไม่ใช่แค่คนเก็บข้อมูลย้อนหลัง แต่เราจะเป็นคนที่มองไปข้างหน้ามากขึ้น” เป้าหมายของ ”ดร.มานะ นิมิตรวานิช” ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คนใหม่ ในวัย 46 ปี
ซึ่งดีกรีไม่ธรรมดา คว้าปริญญา 4 ใบ ปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,ปริญญาโท สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์, University of Illinois, สหรัฐอเมริกา,ปริญญาโท สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์, Claremont Graduate University (California) สหรัฐอเมริกาและปริญญาเอก สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์, Claremont Graduate University (California), สหรัฐอเมริกา
ด้านประสบการณ์ทำงาน คลุกคลี่กับการวิเคราะห์ข้อมูลและการลงทุน จากหลายสำนัก ตั้งแต่ศูนย์วิจัยกสิกร,ไทยทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป, Krungthai COMPASS และธนาคารกรุงไทย ก่อนได้รับโปรโมตเป็นบิ๊กศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ
“มานะ” ประเดิมเวทีแรกแถลงสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569-2570 โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวว่า การดำเนินงานของ REIC ภายใต้การคุมบังเหียนของเขา อยากมองไปในระยะข้างหน้ามากขึ้น เพราะเราสามารถชี้นำตลาด ทั้งโอกาสใหม่ ๆ และความเสี่ยงของตลาดได้ เราไม่ได้เป็นแค่”ศูนย์ข้อมูลฯ”ที่มองย้อนหลังกลับไป เพราะผมคิดว่าการมองไปข้างหน้านั้นสำคัญกับอนาคตของภาคอสังหาฯและภาคธุรกิจ รวมถึงภาครัฐในการออกนโยบายต่าง ๆ ด้วย
“ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่ง ผมเคยทำงานอยู่ที่สภาพัฒน์ฯ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ก่อนจะได้ทุนไปเรียนต่อ แล้วกลับมาทำงานอีกครั้ง และก้าวเข้ามาสู่งานของภาคเอกชนอย่างธนาคารกรุงไทย 7 ปี”
“มานะ” เล่าว่า หน้าที่หลักคือการวิเคราะห์มุมมองทางเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงธุรกิจอสังหาฯ ทำให้รู้จัก REIC เป็นอย่างดีว่า มีข้อมูลที่ลึกมาก สิ่งที่อยากทำหลัก ๆ จึงเป็นการใช้ข้อมูลที่เพียบพร้อม และมหาศาลมาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น นำมาคาดการณ์อนาคต และทำงานวิจัยเชิงลึก และนำเสนอเทรนด์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ทันท่วงที
สำหรับมุมมองต่อสถานการณ์ตลาดอสังหาฯตอนนี้ ”ผอ.REIC” ระบุว่า มันท้าทายมาก เรามีข้อมูลทั้งถูกต้องและแม่นย้ำ ชี้ทิศทางและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้ ทำให้เชื่อว่า การทำงานของเราจะช่วยให้ภาคธุรกิจตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสม ถูกจุด และตรงประเด็นมากขึ้น รวถึงทำให้ภาพรวมเติบโตขึ้นและยั่งยืน ไม่เป็นอุตสาหกรรมที่เกิดฟองสบู่
อย่างที่ทราบกันดีว่า REIC ถูกจัดตั้งโดยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลให้ทั้งภาครัฐ และเอกชนใช้ในการตัดสินใจ REIC จึงยังคงโฟกัสในอสังหาฯรวมทุกมิติ ทั้งที่อยู่อาศัย และไม่ละทิ้งเซ็กเตอร์อื่น ๆ แต่เราจะมองไปข้างหน้า คาดการณ์ทั้งระบบและสินเชื่อ ซึ่งในอนาคตจะมีการทำข้อมูลที่แยกย่อยมากกว่านี้
“เทรนด์ตอนนี้อย่างที่คนสนใจกัน คนรุ่นใหม่ไม่ซื้อบ้านแล้ว เน้นเช่า เป็นข้อถกเถียงกันในวงสังคม และโลกออนไลน์ เราในฐานะองค์กรที่มีข้อมูลมากมาย ยังมีศักยภาพในการหาเพิ่มเติมเพื่อทำงานวิจัยวิเคราะห์หาคำตอบที่แท้จริง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการมองไปข้างหน้าอย่างที่ต้องการ อยากให้ REIC เป็นหนึ่งในฟันเฟืองให้ภาคอสังหาฯเติบโตไปอย่างยั่งยืน” มานะกล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่น